"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้เตาอบฟืนรุ่นโบราณนี่ทำเค้กชิฟฟอนอีกแม้แต่ชิ้นเดียว ดิฉันจะถือว่านี่เป็นการประกาศสงครามกับศาสตร์แห่งขนมอบนะคะ ริน"
เอลาร่ากอดอกแน่น แผ่นหลังที่มักจะตั้งตรงสง่างามราวกับกิ่งไม้ของนางดูจะเกร็งกว่าปกติ ดวงตาสีมรกตวาวโรจน์จ้องเขม็งไปที่รอยแตกร้าวบนผนังเตาอบเหล็กหล่อ เสียงของนางราบเรียบแต่ทว่าเย็นเยียบจนรินที่กำลังง่วนอยู่กับการตวงแป้งอัลมอนด์ถึงกับชะงักมือ
รินถอนหายใจยาว ก่อนจะวางช้อนตวงลงบนโต๊ะไม้สัก แสงสลัวในครัวยามโพล้เพล้ทำให้นัยน์ตาของเขาดูหม่นแสงลงเล็กน้อย "มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย เอลาร่า เตาตัวนี้อยู่กับร้านเรามาตั้งแต่เปิดวันแรก กลิ่นไม้ฟืนอ่อนๆ นั่นแหละคือเอกลักษณ์ที่ลูกค้าเราหลงรักไม่ใช่เหรอคะ?"
"เอกลักษณ์หรือหายนะกันแน่คะ?" บารอน กอร์น ที่ยืนเช็ดแก้วกาแฟอยู่ข้างๆ แทรกขึ้นมา น้ำเสียงทุ้มต่ำของอดีตนักรบออร์คฟังดูขบขันแต่แฝงความจริงจัง "เมื่อวานข้าเห็นคุณรินต้องคอยพัดวีแทบตายเพื่อให้ความร้อนมันนิ่ง ท่านคิดว่าลูกค้าที่ต่อแถวรอเค้กช็อกโกแลตยาวเหยียดนั่นจะมีใครอยากรอให้นายท่านของข้าเป็นลมล้มพับไปก่อนหรือเปล่า?"
รินนิ่งไป เขาเข้าใจดีว่าทั้งคู่พูดถูก เตาอบเหล็กหล่อตัวนี้เริ่มหมดอายุขัย มันเหมือนกับตัวเขาในอดีตที่พยายามแบกรับความสมบูรณ์แบบไว้ด้วยอุปกรณ์ที่ชำรุดทรุดโทรม การจะก้าวข้ามขีดจำกัดของรสชาติที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ได้ เขาจำเป็นต้องมี ‘เครื่องมือ’ ที่คู่ควร
"ตกลงค่ะ" รินกล่าวเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตาทั้งสองคน "พรุ่งนี้เราจะปิดร้านหนึ่งวัน... ดิฉันจะเดินทางเข้าเมืองหลวง ไปที่ตลาดเวทมนตร์ใจกลางอาณาจักร เพื่อหาเตาอบที่ใช้พลังงานธาตุไฟเสถียรที่สุดมาแทนที่เจ้าสิ่งนี้ค่ะ"
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปทันที ความเงียบเข้าปกคลุมแทนที่เสียงการขูดผิวมะนาว เอลาร่าขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับนึกกังวลถึงอะไรบางอย่าง "เมืองหลวงช่วงนี้ไม่ค่อยสงบนะคะริน ข่าวลือเรื่องกลุ่มพ่อค้าหน้ากากเงินที่ไล่กว้านซื้อเครื่องมือเวทมนตร์ระดับสูงกำลังหนาหูขึ้นเรื่อยๆ การเดินทางไปคนเดียว... มันเสี่ยงเกินไปหรือเปล่าคะ?"
"ดิฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ" รินยิ้มบางๆ แม้ในใจจะหวั่นไหวกับความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากคำเตือนนั้น "อีกอย่าง บารอนจะไปกับดิฉันด้วย ใช่ไหมคะ?"
ออร์คร่างยักษ์วางแก้วที่เช็ดจนเงาวับลงแล้วยืดอกกว้าง "ด้วยชีวิตค่ะคุณริน ใครที่คิดจะขวางทางไม่ให้ท่านได้เตาอบใหม่มา... ก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน"
เช้าวันรุ่งขึ้น รถม้าไม้เก่าๆ ที่บรรทุกขนมหวานล็อตสุดท้ายเพื่อนำไปขายตามทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงทิ้งห่างจากร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้งไปทีละน้อย รินมองย้อนกลับไปเห็นเอลาร่ายืนโบกมืออยู่ที่ระเบียงไม้ แม้ท่าทางจะดูเข้มงวดแต่รินสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมนั้น
การเดินทางผ่านหุบเขาที่เต็มไปด้วยหมอกพิษใช้เวลาถึงสองวันเต็มๆ ตลอดทางรินพยายามชวนบารอนคุยเรื่องสูตรกาแฟดริปเพื่อคลายความตึงเครียด แต่ทุกครั้งที่สายลมพัดผ่าน บารอนมักจะหันไปจับด้ามดาบที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณเสมอ แววตาของนักรบออร์คไม่ได้มองแค่เส้นทาง แต่มันกำลังสอดส่องถึงภัยอันตรายที่มองไม่เห็น
จนกระทั่งรถม้าหยุดชะงักลงที่หน้าประตูเหล็กบานยักษ์ของเมืองหลวง 'เอเธอร์เรีย' กลิ่นอายของเวทมนตร์เข้มข้นจนรินรู้สึกหวิวๆ ในอก ที่นี่ไม่ใช่แค่ตลาดการค้าปกติ แต่มันคือศูนย์รวมของเหล่าจอมเวทย์และช่างฝีมือจากทั่วทวีป
"เราถึงแล้วค่ะริน" บารอนกระโดดลงจากรถม้าก่อนจะยื่นมือมาให้รินจับ "จำไว้นะคะ อย่ารับของจากคนแปลกหน้า และถ้าข้าตะโกนว่าวิ่ง... ให้วิ่งไปที่ลานกว้างทันที อย่าหันกลับมา"
รินพยักหน้า พยายามข่มความตื่นเต้นและกังวลไว้ใต้ท่าทางสุภาพเข้มแข็ง พวกเขาเดินผ่านฝูงชนที่สวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าเข้าไปยังโซนเครื่องมือเวทมนตร์ แสงสีฟ้าจางๆ จากเตาอบพลังงานธาตุหลายรุ่นวางเรียงรายอยู่เบื้องหน้า แต่ละเครื่องราคาแพงลิบลิ่วเกินกว่าที่ร้านเล็กๆ อย่างเขาจะเอื้อมถึง
"สนใจเตาอบรุ่น 'มังกรเพลิงหลับใหล' นี่ไหมครับ?" ชายชราในชุดคลุมสีเทาผู้ดูแลร้านเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าราวกับกระดาษทราย "ชิ้นนี้ทำจากแร่เหมันต์นิรันดร์ ผสมกับหัวใจมังกรชั้นรอง ควบคุมความร้อนได้ละเอียดถึงระดับจุดทศนิยม แต่น่าเสียดาย... มีคนจองไว้แล้ว"
รินมองเตาอบรูปร่างงดงามที่ตั้งอยู่ใจกลางร้าน มันเปล่งประกายสีส้มอ่อนๆ ราวกับมีชีวิต เขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปแตะเบาๆ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส กระแสความร้อนที่นุ่มนวลและทรงพลังก็แล่นผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ มันคือความสมบูรณ์แบบที่เขาเฝ้าฝันหา
"ไม่ทราบว่าใครเป็นคนจองหรือคะ? ดิฉันยินดีจะเสนอราคาที่สูงกว่า..." รินพยายามเจรจาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่สุด
ชายชราหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะเหลือบมองไปที่มุมมืดของร้านที่ซึ่งชายร่างสูงในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมา "นั่นไงครับ คนที่จองไว้... เขาบอกว่าต้องการเตานี้ไปใช้ทำ 'ขนม' ที่สำคัญที่สุดในชีวิตเหมือนกัน"
ชายแปลกหน้าคนนั้นถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด รอยแผลเป็นเล็กๆ ที่หางตาของเขาทำให้รินใจหายวาบ มันคือรอยแผลที่รินจำได้แม่นยำจากเหตุการณ์ในอดีตที่เขาถูกหักหลังและเหยียดหยามจากสมาคมเบเกอรี่กลาง ชายคนนี้คือ 'อดีตผู้ช่วย' ที่ขโมยสูตรลับของเขาไปเมื่อหลายปีก่อน
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... ริน" ชายคนนั้นแสยะยิ้ม มองเตาอบด้วยสายตาเย้ยหยัน "เตานี้จะถูกใช้ทำขนมพิธีการที่จะประกาศศักดาของข้าให้เหนือกว่าร้านเบเกอรี่กระจอกๆ ของนายตลอดกาล... ว่าแต่ นายมาทำอะไรที่นี่ล่ะ? มาดูของที่นายไม่มีวันได้เป็นเจ้าของงั้นเหรอ?"
ก่อนที่รินจะได้เอ่ยตอบ บารอนก็ก้าวขึ้นมาขวางหน้าพร้อมกับแรงกดดันที่ทำให้อากาศในร้านหนักอึ้ง แต่ทว่า... ชายคนนั้นกลับยกมือขึ้นดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว รอยแตกของมิติก็แยกออกกลางอากาศ เผยให้เห็นกองทัพหุ่นยนต์เวทมนตร์นับร้อยที่กำลังจ้องมองมาทางพวกเขา
"วันนี้ข้าไม่ได้มาแค่จะซื้อเตาอบ" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็น "ข้ามาเพื่อทำลายความหวังสุดท้ายของนาย... พร้อมกับร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้งของนายด้วย"
ท่ามกลางความตึงเครียด กลิ่นหอมจางๆ ของเบเกอรี่ที่รินพกติดตัวมาในถุงย่ามกลับเริ่มเปลี่ยนเป็นกลิ่นไหม้ที่ฉุนกึก... และเขาก็พบว่า แสงสว่างจากเครื่องเวทมนตร์ทุกชิ้นในร้านกำลังดับวูบลงพร้อมกัน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหวานและรสสัมผัสที่ซ่อนเร้นในตอนนี้จากใจ “เบเกอรี่มิติต่างโลก” นะคะ
คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก•ตอนที่ 23
การเดินทางไปตลาดเมืองหลวง
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!