"ถ้าฉันเป็นพวกคุณ ฉันจะเผาที่นี่ทิ้งเสียตั้งแต่คืนนี้ ก่อนที่ความหวานไร้สาระพวกนี้จะกลายเป็นสิ่งสุดท้ายที่ติดตัวไปลงหลุม"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของชายแปลกหน้าในชุดคลุมสีเทาเข้มไม่ได้ดังมาจากหน้าร้าน แต่ดังมาจากมุมมืดหลังเคาน์เตอร์กาแฟ รินชะงักมือที่กำลังประคองกาน้ำทองแดงเพื่อดริปกาแฟเอธิโอเปีย กลิ่นหอมฟุ้งของเมล็ดกาแฟคั่วกลางตัดกับความรู้สึกอึดอัดที่แผ่ซ่านไปทั่วร้านในเสี้ยววินาที
บารอน กอร์น ที่กำลังเช็ดแก้วอยู่หยุดชะงัก ร่างกำยำของออร์คหนุ่มขยับขวางหน้าต่างร้านโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีอำพันของเขาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่กดไว้ไม่อยู่ ส่วนเอลาร่าที่เพิ่งเดินถือตะกร้าเบอร์รี่ป่าเข้ามาจากหลังร้านถึงกับทำตะกร้าหลุดมือ ผลไม้สีแดงสดกลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นไม้ราวกับหยดเลือด
"คุณเป็นใคร" รินเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ ทว่ามือที่ถือกาน้ำสั่นไหวน้อยๆ เขาไม่หันไปมองหน้าผู้บุกรุก แต่จ้องมองสายน้ำที่ค่อยๆ วนเป็นก้นหอยลงบนกระดาษกรอง
ชายคนนั้นก้าวออกมาจากเงามืด เขาไม่ได้พกอาวุธ มีเพียงจดหมายประทับตราครั่งสีดำสนิทรูปกรงเล็บนกอินทรีวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวโปรดของร้าน กระดาษแผ่นนั้นดูแปลกแยกจากบรรยากาศอบอุ่นของร้านเบเกอรี่อย่างสิ้นเชิง มันส่งกลิ่นอายของดินปืนและสนิมเหล็ก
"จากสภาการค้าหลวง" ชายคนนั้นกล่าวพลางยิ้มมุมปาก "พวกท่านไม่ได้พอใจกับ 'ความใจดี' ของพวกคุณนักหรอก การที่ร้านเล็กๆ แห่งหนึ่งแจกจ่ายของหวานให้พวกชนชั้นล่างและเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำในราคาที่แทบจะเรียกว่าการกุศล มันทำลายระบบเศรษฐกิจของเมืองหลวงอย่างรุนแรง"
"ระบบเศรษฐกิจ?" เอลาร่าแค่นหัวเราะ เสียงของเธอแหลมคมเหมือนใบมีด "พวกเขาก็แค่หวงอำนาจกลัวว่ารากหญ้าจะมีความสุขจนลืมเงยหน้ามองความมืดบอดของพวกมันน่ะสิ"
"เอลาร่า หยุดเถอะ" รินวางกาน้ำลงอย่างนุ่มนวล เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้ส่งสาร ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยนเหมือนเช่นเคย แต่แววตาซ่อนความร้าวรานที่ผ่านการถูกปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้วนในอดีต "จดหมายฉบับนี้คงไม่ได้มีแค่คำสั่งเตือนใช่ไหม"
ชายชุดเทาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ชี้ไปที่ตราครั่งบนจดหมาย "พวกคุณมีเวลาสามวัน ถ้าพรุ่งนี้พระอาทิตย์ขึ้นแล้วกลิ่นขนมพวกนี้ยังคงลอยอบอวลไปถึงเขตชนชั้นสูงอีกล่ะก็... ต่อไปจะไม่ใช่แค่จดหมาย แต่จะเป็นไฟที่จะลบ 'ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง' ให้หายไปจากแผนที่โลก"
ชายคนนั้นหมุนตัวกลับและหายลับไปจากร้านทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่บีบคั้น บารอนก้าวเข้ามาหยิบจดหมายขึ้นมา มือของเขาที่เคยหักกระดูกศัตรูในสนามรบมานับไม่ถ้วนกลับสั่นสะท้านเมื่อเปิดอ่านเนื้อหาภายใน
"ริน... พวกมันจะยึดที่ดินหลังร้านของเอลาร่าด้วย พวกมันจะเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นหอคอยสะสมภาษี" บารอนคำรามในลำคอ
รินเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของแป้งสาลีและเนยสดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นที่เขาเคยคิดว่ามันจะช่วยเยียวยาบาดแผลในใจของใครต่อใครได้ แต่วันนี้ กลิ่นนั้นกลับดูเบาบางราวกับกำลังจะมอดดับลงจริงๆ
"พรุ่งนี้เราจะเปิดร้านเหมือนเดิมไหม" เอลาร่าถามเสียงสั่นพลางเก็บเบอร์รี่ที่พื้น
รินหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาผูกแน่น เขามองไปที่เตาอบทองเหลืองที่เขารัก "เราจะทำเค้กที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยทำมา... ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อพิสูจน์ว่าความสุขที่สร้างจากหัวใจ ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสั่งให้ปิดตายได้"
เขาก้าวไปที่หน้าต่างร้าน มองออกไปทางเมืองหลวงที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ที่นั่นเต็มไปด้วยความโอ่อ่าแต่ไร้ซึ่งหัวใจ รินหยิบกระดานหน้าร้านมาพลิกกลับเพื่อเตรียมปิดร้าน ทว่าก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับเข้าไป เสียงกริ่งหน้าร้านที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนกลับดังขึ้นอย่างแผ่วเบา
รินชะงัก ฝีเท้าที่ดูไม่เข้ากับจังหวะของคนทั่วไปดังขึ้นเบาๆ บนพื้นไม้กระดาน ก่อนที่เงาร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์จะก้าวเข้ามา เธอไม่ได้สวมรองเท้า ใบหน้าถูกบดบังด้วยผ้าคลุมโปร่งแสง เธอวางถุงเหรียญทองหนักอึ้งลงบนเคาน์เตอร์ และสิ่งที่ทำให้นิ่งงันจนลมหายใจแทบขาดห้วงคือ ตราประทับบนซองจดหมายที่เธอถืออยู่ในมือ... มันไม่ใช่ตรากรงเล็บนกอินทรีของสภาการค้า แต่เป็นตราประทับสีทองคำของตระกูลที่ทำลายชีวิตของรินในอดีต
"ไม่คิดเลยว่า... จะได้มาพบร้านของคนทรยศที่นี่"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความหวานและรสสัมผัสที่ซ่อนเร้นในตอนนี้จากใจ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" นะคะ
คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก•ตอนที่ 12
จดหมายจากเมืองหลวง
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!