คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก•ตอนที่ 42

วิกฤตเทศกาลเฉลิมฉลอง

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
“นี่มันเรื่องตลกหรือฝันร้ายกันแน่ เอลาร่า... ตอบฉันมาสิ!” รินทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นห้องเย็นอุณหภูมิต่ำ เขาไม่ได้สนใจความหนาวเหน็บที่กัดกินผิวหนัง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำลายล้างความหวังที่เขาสั่งสมมาตลอดทั้งสัปดาห์ แป้งสาลีเนื้อละเอียดที่คัดสรรจากธัญพืชสีเงินถูกราดด้วยน้ำยาเคมีกลิ่นฉุนกึกจนเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ เนยสดระดับพรีเมียมที่บ่มด้วยเวทมนตร์จากสวนหลังร้านละลายปนเปไปกับเศษโคลนและซากแมลงมีพิษ กลิ่นหอมหวานของมวลเบเกอรี่ที่ควรจะอบอวล กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเหม็นไหม้ของกำมะถันที่อบอวลไปทั่วทั้งห้อง เอลาร่ายืนตัวแข็งทื่อ มือที่เคยจับคทาไม้โอ๊กสั่นระริก ดวงตาสีมรกตของเอลฟ์สาวสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะทรุดลงนั่งข้างๆ ริน แสงจากตะเกียงเวทมนตร์วูบไหวราวกับจะดับลงตามแรงใจของเจ้าของร้าน “ฉันตรวจสอบพลังเวทมนตร์รอบๆ แล้วริน... ไม่มีการบุกรุก ไม่มีการเปิดประตูร้าน ไม่มีร่องรอยของการใช้คาถาอาคมใดๆ” น้ำเสียงของเอลาร่าแหบพร่า “มันเหมือนกับว่า... วัตถุดิบพวกนี้ถูกทำลายจาก ‘ข้างใน’ โดยเจตนา” บารอนกอร์นที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูห้องเก็บของกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน อดีตนักรบเผ่าออร์คผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อคมดาบ กลับมีแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง เขาถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างเดือดดาล “ใครก็ตามที่ทำแบบนี้ มันไม่ได้แค่จะแกล้งเรา แต่มันตั้งใจจะให้ร้านนี้พังทลายลงในวันเทศกาลรุ้งกินน้ำ! พรุ่งนี้ลูกค้าจากทั่วทุกมิติต่างโลกจะแห่มาที่นี่ แล้วเราจะเอาอะไรเสิร์ฟ? ดินกับความตายหรือยังไง!” รินเงยหน้าขึ้นมองเพดานไม้ของห้องเก็บของ แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวอย่างบารอน แต่กลับมีความเศร้าสร้อยที่ลึกล้ำกว่า เขานึกถึงใบหน้าของเด็กน้อยเผ่าปีศาจที่มักจะมาขอซื้อคุกกี้เนยสด นึกถึงคู่รักเผ่าเงือกที่จองเค้กครบรอบไว้ล่วงหน้าตั้งแต่มิิติก่อน “ไม่มีสำรองแล้วใช่ไหมเอลาร่า” รินถามเสียงเรียบ เอลาร่าเม้มปากแน่นก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จากสวนต้องรอรอบเก็บเกี่ยวอีกสองวัน แป้งเวทมนตร์นั่น... ฉันส่งคำสั่งซื้อไปที่เขตการค้าเขตที่เจ็ด แต่มันไม่มีทางขนส่งมาถึงก่อนรุ่งสางได้หรอกริน” บรรยากาศในห้องเย็นเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักอึ้งของชายทั้งสองและเสียงสะอื้นเบาๆ ของเอลฟ์สาว รินลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขารู้สึกเบาหวิวเหมือนไร้เรี่ยวแรง เขาเดินออกมาจากห้องเย็น กลิ่นเหม็นของวัตถุดิบที่เน่าเสียติดตัวเขาออกมาด้วย ราวกับมลทินที่ไม่อาจล้างออก “เทศกาลเฉลิมฉลองครั้งนี้สำคัญกับเมืองนี้มากนะ” รินพึมพำขณะเดินไปหลังเคาน์เตอร์ เขาหยิบผ้ากันเปื้อนผืนโปรดขึ้นมาสวม แม้มันจะเปื้อนคราบแป้งที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง “ถ้าเราประกาศปิดร้าน ความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อ 'ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง' จะหมดไปทันที และที่แย่กว่านั้น... ความหวังที่พวกเขาฝากไว้กับรสชาติของเรา มันจะกลายเป็นความผิดหวัง” “นายจะทำอะไร?” บารอนก้าวตามมาติดๆ “นายจะฝืนทำขนมด้วยวัตถุดิบคุณภาพต่ำนั่นน่ะเหรอ? อย่าดูถูกศิลปะการทำขนมของตัวเองแบบนั้นนะริน!” “ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอกบารอน” รินหันกลับมา แววตาที่เคยหม่นแสงกลับมีความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขามปรากฏขึ้นชั่ววูบ “เราจะไปที่ 'ป่าหมอกลวงตา' คืนนี้” เอลาร่าอุทานออกมา “ริน! นั่นมันบ้าไปแล้ว! ป่าหมอกลวงตาเปิดเฉพาะคืนที่มีจันทร์เต็มดวง และสัตว์อสูรในนั้นจะดุร้ายกว่าปกติหลายเท่า ที่นั่นไม่มีวัตถุดิบทำขนม มีแต่พืชพิษกับสมุนไพรที่ใช้ทำยาพิษเท่านั้น!” “แต่มี 'น้ำค้างแห่งดวงดาว' อยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอ?” รินสวนกลับ “ถ้าใช้มันแทนเนยและน้ำตาล มันจะสร้างรสสัมผัสที่พิเศษกว่าเดิมหลายเท่า... ฉันเคยอ่านเจอในบันทึกเก่าของบรรพบุรุษ แม้มันจะเสี่ยง แต่ถ้าได้มาเพียงพอ เราจะทำขนมที่อร่อยที่สุดเท่าที่มิตินี้เคยมีมา” “นายกำลังจะเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อขนมชิ้นเดียวเนี่ยนะ?” บารอนถามพลางขมวดคิ้ว แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยอมรับในความเด็ดเดี่ยวของชายคนนี้ รินไม่ได้ตอบ เขาเดินไปหยิบตะกร้าหวายและมีดทำครัวคู่ใจ ก่อนจะเดินไปหยุดที่ประตูหน้าร้านที่ยังคงปิดสนิท ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม สัญญาณแห่งค่ำคืนที่อันตรายที่สุดได้เริ่มขึ้นแล้ว “ฉันจะไปคนเดียว พวกคุณต้องอยู่ที่นี่ คอยดูไม่ให้ใครเข้ามาทำลายร้านอีก” รินกล่าวเสียงเด็ดขาด “ถ้าฉันไม่กลับมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น... เอลาร่า ช่วยดูแลร้านแทนฉันด้วยนะ” เขาก้าวเท้าออกไปสู่ความมืดมิดของยามค่ำคืนทันที ทิ้งให้เอลาร่าและบารอนยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง ความเงียบงันในร้านถูกแทนที่ด้วยเสียงลมพัดแรงที่หน้าประตู ราวกับกำลังเตือนถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง ขณะที่เอลาร่ากำลังนั่งสวดมนต์ขอพรให้รินปลอดภัย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น... ไม่ใช่เสียงเคาะที่เป็นจังหวะของลูกค้า แต่มันเป็นเสียง 'ขูด' ไม้ประตูดังแกรกๆ ราวกับมีอะไรบางอย่างที่ไม่มีนิ้วมือกำลังพยายามเปิดมันเข้ามา บารอนชักดาบยักษ์ออกมาทันที เอลาร่าเตรียมร่ายเวทป้องกัน แต่เมื่อแสงจากตะเกียงส่องไปยังช่องตาแมวของประตู ทั้งสองก็ต้องชะงักงัน สิ่งที่อยู่หลังประตูไม่ใช่สัตว์อสูร ไม่ใช่คนร้าย แต่เป็น 'กล่องขนม' สีทองประทับตราสัญลักษณ์ที่คุ้นตา มันเป็นกล่องขนมที่รินเคยทำมอบให้ลูกค้าคนแรกในวันเปิดร้าน... กล่องที่ควรจะหายไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสามปีก่อน ภายในกล่องนั้นมีเพียงโน้ตแผ่นเล็กๆ วางอยู่ พร้อมกับกลิ่นหอมของ 'กาแฟดริป' ที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่ๆ อบอวลไปทั่วร้าน แม้แต่รินก็ยังไม่ได้เริ่มต้มกาแฟในวันนี้เลยด้วยซ้ำ! 'ขอบใจสำหรับคำเชิญนะ... แต่คราวนี้ ฉันขอเป็นคนเลือกเมนูเอง' ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยยิ้มและกลิ่นหอมของเบเกอรี่ในทุกๆ ตอนนะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่เวทมนตร์ปลายสายรุ้ง: กลิ่นหอมอบอวลในต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%