กระบี่ไร้ใจ สยบไออุ่นจันทร์•ตอนที่ 3

มิตรสหายหรืออาคันตุกะที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายคาวเลือดของประตูมิติที่เพิ่งปิดฉากลงยังคงอวลติดอยู่ปลายจมูก ทว่าเบื้องหน้าของมู่หรงเหยียนหาใช่ซากปรักหักพังอันใด หากแต่เป็นเรือนไผ่หลังน้อยที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตกสวรรค์ ละอองน้ำสีมรกตสะท้อนแสงจันทร์ยามวิกาลจนระยิบระยับดั่งเกล็ดมังกร "ตามมาทำไม" เสียงทุ้มต่ำราวกับแผ่นน้ำแข็งใต้หุบเขาพันปีเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีขาวสนิททอดกายพิงเสาเรือน มือเรียวยาวถือจอกสุราทิพย์ที่ไอร้อนยังคงลอยกรุ่น ทว่าความหนาวเย็นรอบตัวเขากลับเสียดแทงกระดูกดำยิ่งกว่าฤดูเหมันต์ หลินเฟยหรงสะบัดชายผ้าแถบสีแดงเพลิงที่เปียกชุ่มด้วยหยาดน้ำค้าง นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววดื้อรั้นระคนท้าทาย นางไม่เพียงแต่เดินตามเขาเข้ามาในอาณาเขตอันตรายนี้ แต่ยังถือวิสาสะหย่อนกายลงนั่งตรงข้ามบนเสื่อกกโดยไม่ได้รับอนุญาต "ติดกับดักข้าแล้ว... ประตูมิติเลือด ถูกเปิดออกสมบูรณ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ..." เสียงกระซิบของจ้าวอี้หมิงจากคราวก่อนยังคงก้องกังวานในห้วงคำนึง ทว่าตอนนี้ สิ่งที่นางสนใจไม่ใช่เงาหัวของเจ้าสำนักม่านหมอกผู้นั้น แต่มันคือวิชากระบี่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยียบเย็นของบุรุษตรงหน้าต่างหาก "ศิษย์พี่ใหญ่... อภัยเถอะ ข้ามิได้มีเจตนารบกวนความสงบของท่าน" หลินเฟยหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือแววเย้าแหย่เล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจังในชั่วพริบตา "แต่เคล็ดกระบี่ที่ท่านใช้เมื่อครู่... มันคือวิชาสะบั้นจันทร์ดาราใช่หรือไม่? เหตุใดวิชาประจำสำนักอัคคีฟ้าของข้า ถึงไปอยู่ในกำมือของยอดฝีมือไร้ใจอย่างท่านได้" มู่หรงเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนใบไผ่รอบเรือนร่วงหล่นกราวราวกับถูกคมกระบี่เฉือน เขาหันขวับมามองนาง แววตาคู่นั้นคมกริบดั่งใบมีดที่พร้อมจะปลิดชีพผู้ที่ล้ำเส้นได้ทุกเมื่อ "เจ้าไม่มีสิทธิ์รู้" คำพูดสั้นห้วนกระด้าง ไร้ซึ่งไมตรีจิตใดๆ "ข้ามี" หลินเฟยหรงโต้กลับทันควัน นัยน์ตาคู่งามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว นางโน้มตัวไปข้างหน้าจนกลิ่นอายดอกเหมืองوยจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตลอยเข้าสู่โสตประสาทของเขา "ท่านสังหารอาจารย์เพื่อปกป้องความลับ... หรือเพื่อซ่อนความจริงบางอย่างที่แม้แต่ตัวท่านเองก็ยังหวาดกลัวกันแน่, มู่หรงเหยียน?" ราวกับถูกจี้เข้าที่จุดตาย บรรยากาศรอบตัวพลันหยุดนิ่ง อุณหภูมิลดฮวบจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ากลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา มู่หรงเหยียนขยับตัวเพียงเล็กน้อย ร่างของเขาก็หายไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย ก่อนที่คมกระบี่เย็นเฉียบจะมาจ่ออยู่ตรงลำคอระหงของหญิงสาวโดยที่นางไม่ทันได้กะพริบตา ไม่มีเสียงแหวกอากาศ ไม่มีร่องรอยการเคลื่อนไหว... มีเพียงความตายที่อยู่ห่างแค่ปลายนิ้ว "เจ้ากล้าดึงดันจะตายด้วยน้ำมือข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ปราณกระบี่ไร้ใจแผ่ซ่านเข้าสู่ผิวเนื้อจนหลินเฟยหรงรู้สึกได้ถึงความเจ็บแปลบ ทว่า หญิงสาวกลับไม่ถอยหนี นางยกย่องรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ปลายนิ้วเรียวเล็กยื่นออกไปสัมผัสกับคมกระบี่ที่แนบลำคออย่างอาจหาญ หยดเลือดสีแดงสดซึมออกมาตามคมเหล็ก แต่นางกลับไม่ปริปากร้องสักแอะ "หากข้าจะตาย... ข้าก็ขอตายใต้คมกระบี่ที่บริสุทธิ์ที่สุดในใต้หล้า ดีกว่าต้องตายอย่างโง่งอม under เงื้อมมือของจ้าวอี้หมิง" หลินเฟยหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาไม่หลบเลี่ยง "สอนกระบี่ให้ข้า... มู่หรงเหยียน แลกกับการที่ข้าจะช่วยท่านไขปริศนาประตูมิติเลือดที่กำลังจะกลืนกินยุทธภพนี้" มู่หรงเหยียนนิ่งงันไปชั่วขณะ สัมผัสอุ่นร้อนจากหยดเลือดของนางที่แตะโดนคมกระบี่ เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งแต่กลับสร้างความสั่นไหวประหลาดในหัวใจที่ด้านชามานับแรมปี เขากำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธและผลักไสนางออกไปให้พ้นทางเช่นเคย ครั้นนั้นเอง ท้องน้ายามวิกาลที่เคยกระจ่างใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามกึกก้องจากห้วงมิติที่สามดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าดินกำลังจะแตกสลาย มู่หรงเหยียนชักกระบี่กลับทันที ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นมาในทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง "มันมาเร็วกว่าที่คิด..." มู่หรงเหยียนพึมพำเบื้องต่ำ ยังไม่ทันที่หลินเฟยหรงจะได้เอ่ยถามสิ่งใด พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาร่างสีดำนับร้อยสายพุ่งทะยานผ่านม่านน้ำตกเข้ามาล้อมรอบเรือนไผ่แห่งนี้ไว้จนหมดสิ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังแทรกสายลมเข้ามา "ฮ่าๆๆๆ... มู่หรงเหยียน ศิษย์ทรยศ เจ้าคิดว่าจะหลบซ่อนอยู่ในดินแดนรกร้างนี่ได้พ้นหรือ? ประตูมิติเลือดเปิดออกแล้ว และวิชากระบี่นิรันดร์... วันนี้ต้องตกเป็นของสำนักม่านหมอก!" หลินเฟยหรงเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของผู้นำกลุ่มผู้บุกรุกปรากฏขึ้นที่ขอบหน้าผา... นั่นคือจ้าวอี้หมิง ที่ในมือถือศิลาโลหิตเรืองแสงสีแดงฉาน และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ สตรีในอาภรณ์ขาดวิ่นที่ยืนอยู่เคียงข้างเขา นางคือเงาอดีตที่หลินเฟยหรงคิดว่าตายไปแล้ว... อาจารย์ของนางเอง! หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและเดินทางไปกับเส้นทางกระบี่ที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและคมดาบนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ใจ สยบไออุ่นจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%