โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นราวกับกลีบเหมยที่ถูกลมกาฬโปรยปรายลงบนพื้นหิมะขาวโพลน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนไปกับไอหนาวเหน็บของยอดเขาเมฆา ร่างของผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่อุดรทรุดฮวบลงเบื้องหน้า ดับดิ้นสิ้นลมหายใจโดยที่ดวงตายังเบิกค้างด้วยความตื่นตระหนก ระคนหวาดผวาถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต
ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานประลองกว้างนับร้อยตารางวา ราวกับสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ถูกแช่แข็งด้วยพลังปราณอันเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของบุรุษชุดดำสนิทผู้นั้น
มู่หรงเหยียนไม่ได้แม้แต่จะชายตามองศพที่ไร้ลมหายใจเบื้องล่าง ปลายนิ้วเรียวยาวดุจหยกสลักยังคงกุมด้ามกระบี่ ‘เหมันต์ไร้เงา’ ไว้มั่น ไอร้อนระอุจากคมกระบี่ที่เพิ่งปลิดชีพคนถูกความหนาวเหน็บรอบกายกลืนกินจนมอดไหม้กลายเป็นไอสีขาวจางๆ เขาตวัดข้อมือเพียงครั้งเดียว หยดเลือดสีแดงสดที่เปรอะเปื้อนคมกระบี่ก็สะบัดหลุดร่วงลงสู่พื้นหิมะราวกับหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า ไม่หลงเหลือร่องรอยมลทินใดๆ ให้แปดเปื้อนศาสตราวุธคู่กาย
"หนึ่งกระบี่... สะบั้นเจตంట... ไร้ความรู้สึกสิ้นเชิง"
เสียงกระซิบพร่าสั่นด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นจากกลุ่มผู้ฝึกตนสำนักต่างๆ ที่ยืนล้อมรอบลานประลอง พวกเขาต่างถอยก้าวโดยไม่รู้ตัว เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามขมับแม้ลมหนาวจะเสียดแทงกระดูกดำ แค่กระบวนท่าเดียว—เพียงกระบวนท่าเดียวที่ใช้เคล็ดวิชา ‘กระบี่ไร้ใจ’ ขั้นที่เจ็ด ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งแดนเหนือก็ปลิดชีพผู้อาวุโสผู้สำเร็จวิชาปราณคัมภีร์สวรรค์ลงได้โดยที่อีกฝ่ายไม่มีโอกาสแม้แต่จะชักอาวุธตั้งรับ
นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของมู่หรงเหยียน บุรุษผู้สยบชื่อเสียงของตนเองด้วยการล้างบางสำนักเดิมเพื่อรักษาความลับอันดำมืด ยอดฝีมือผู้ปฏิเสธความผูกพันและเลือกเดินบนเส้นทางแห่งความโดดเดี่ยว
"ศิษย์พี่ใหญ่เหยียน..."
เสียงหวานใสที่แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้นและกังวลใจดังแว่วมาจากมุมหนึ่งของลานประลอง หลินเฟยหรง ในชุดอาภรณ์สีแดงเพลิงตัดกับสีขาวของหิมะ นางก้าวเท้าฝ่าความหนาวเหน็บเข้ามาใกล้ แม้ใบหน้างดงามจะฉายแววไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งยวด แต่แววตาคู่คมกลับทอประกายความห่วงหาอาทรอย่างปิดไม่มิด นางคือทายาทแห่งสำนักอัคคีฟ้าผู้กุมความลับบางอย่างที่ถูกผนึกไว้ในความทรงจำ ชาติภพที่เลือนรางทำให้หญิงสาวมักรู้สึกคุ้นเคยและเจ็บปวดลึกซึ้งยามได้เห็นแผ่นหลังอันโดดเดี่ยวของบุรุษผู้นี้
"ถอยไป" มู่หรงเหยียนกล่าวเสียงเรียบ เย็นชาไร้ระลอกคลื่นความรู้สึกใดๆ ดุจสายน้ำแข็งขั้วโลก "ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรมา"
"ข้าหาใช่เด็กน้อยที่จะต้องให้ท่านมาออกคำสั่ง" หลินเฟยหรงเชิดหน้าขึ้นริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น นางก้าวเข้ามาประชิดจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากกายของเขา "ท่านลงมืออย่างไร้ความปรานีเช่นนี้อีกแล้ว... การสังหารผู้อาวุโสพรรคพวกเดียวกัน จะช่วยให้ท่านหลุดพ้นจากบาปในใจได้จริงๆ หรือ หรืองومท่านเพียงแค่กลัวความจริงบางอย่างที่ฝังอยู่ในอดีตกันแน่?"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงไปในความเงียบ มู่หรงเหยียนชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหิมะหันกลับมาจ้องมองนาง แววตาคู่นั้นเย็นชาจนสามารถแช่แข็งวิญญาณคนให้แตกสลายเป็นจุลได้ทันที ทว่าลึก ภายในนัยน์ตากลับมีประกายไหววูบประหลาดที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจล่วงรู้ความหมาย
"เจ้าล้ำเส้นเกินไปแล้ว, เฟยหรง" สุ้มเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอย่างกดดัน "อย่าได้ท้าทายความอดทนของข้า"
"หากท่านมีความกล้าพอที่จะฆ่าข้าเหมือนกับที่ฆ่าผู้อื่น... ก็เชิญลงมือเถอะ!" นางก้าวเข้าไปประชิดยิ่งขึ้น ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว ความดื้อรั้นและความเด็ดเดี่ยวในตัวนางมักจะทำให้หัวใจที่ด้านชาของมู่หรงเหยียนเกิดรอยร้าวขึ้นมาทุกครา
ทว่า ก่อนที่มู่หรงเหยียนจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดตอบโต้ บรรยากาศโดยรอบก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
สายลมหนาวที่เคยพัดโชยกลับกลายเป็นพายุหมุนวนรุนแรง กลิ่นอายพลังปราณอันมืดมิดและชั่วร้ายสายหนึ่งแผ่ซ่านกดทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับภูเขาหินหมื่นชั่งถล่มทับลงมาบนยอดเขาเมฆา ท้องฟ้าที่เคยขาวโพลนด้วยหิมะพลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับรัตติกาลอันเป็นนิรันดร์
จ้าวอี้หมิง เจ้าสำนักม่านหมอก ปรากฏกายขึ้นบนยอดเสาศิลาโบราณเบื้องบน เขายืนไขว่ห้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิด รอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาเจ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอกกวาดมองลงมายังคนทั้งสอง พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ก้องกังวานเสียดแก้วหู
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง..." จ้าวอี้หมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ยอดฝีมือกระบี่ไร้ใจผู้เหี้ยมโหด กลับต้องมาพะว้าพะวงกับสตรีผู้สูญเสียความทรงจำ น่าเสียดาย... มู่หรงเหยียน วันนี้เจ้าไม่ได้มาเพื่อประลองหาผู้ชนะ แต่เจ้ามาเพื่อ 'รับทัณฑ์' จากอดีตที่เจ้าพยายามหนีต่างหาก!"
สิ้นคำพูดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของหลินเฟยหรงก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง อักขระเวทสีดำทมิฬนับร้อยสายผุดขึ้นจากพื้นดิน ห่อหุ้มร่างของนางไว้ภายในพริบตา แสงสีแดงเพลิงจากปราณประจำตัวของนางระเบิดออกต่อต้าน แต่กลับถูกพลังมารกลืนกินอย่างรวดเร็ว
"เฟยหรง!" มู่หรงเหยียนเบิกตากว้างเป็นครั้งแรก ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา
ร่างของหญิงสาวจมดิ่งลงสู่ห้วงมิติรอยแยกที่เปิดออกเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปด้วยความมืด และในวินาทีที่มู่หรงเหยียนกำลังจะพุ่งทะยานเข้าไปคว้าตัวนางไว้ เงาร่างสีดำสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางทางพร้อมกับคมกระบี่อาบยาพิษที่แทงตรงเข้าสู่หัวใจของเขาอย่างอำมหิต!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันหนาวเหน็บนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กระบี่ไร้ใจ สยบไออุ่นจันทร์•ตอนที่ 1
หิมะโปรยเหนือยอดเขาเมฆา
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ใจ สยบไออุ่นจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
