ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 30

เดิมพันด้วยชีวิต

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นอับชื้นของดินปืนและควันธูปผสมปนเปกันจนแทบอาเจียน ความมืดมิดภายในห้องใต้ดินของเรือนโบราณริมคลองบางหลวงแห่งนี้ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเสียงกระซิบที่ดังลอดผ่านผนังไม้ผุพังเข้ามา มันไม่ใช่เสียงของภูตผีปีศาจตามความเชื่อพื้นบ้าน แต่เป็นคลื่นความถี่ต่ำที่สั่นสะเทือนแก้วหู รบกวนประสาทสัมผัสจนสมองของ ร.ต.อ. ภาคิน แทบจะประมวลผลเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ออกมาไม่ได้ สารวัตรหนุ่มกัดฟันกรอด มือข้างหนึ่งกำด้ามปืนพกประจำกายแน่นจนข้อต่องอขาว ขณะที่สายตาคมกลาปจ้องมองแผ่นยันต์สีเลือดที่แปะอยู่รอบเสาเรือน ทุกรอยหมึกที่เขียนด้วยชาดและเลือดสดๆ กำลังเต้นเรหวาดระแวงราวกับมีชีวิต "อย่าใช้ตรรกะทางฟิสิกส์มาอธิบายแรงดึงดูดที่คุณกำลังเผชิญอยู่เลยครับ สารวัตร" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเรย์ดังขึ้นจากมุมมืด ร่างทรงหนุ่มยืนกอดอกพิงเสาไม้สักทอง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความหวาดกลัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียว ทว่าแววตากลับฉายความเย้ยหยันจางๆ ต่อความดื้อรั้นของตำรวจหนุ่ม ภาคินเหลือบตามองคู่คิดชั่วครู่ ก่อนจะแค่นجหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น "ผมไม่เชื่อเรื่องงมงาย เรย์... สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่มันคือจิตวิทยาหมู่และการใช้สารเคมีบางชนิดเพื่อกระตุ้นประสาทหลอนต่างหาก คุณก็รู้ดีว่าพวกมันต้องการแค่ถ่วงเวลาเรา" "ถ้ามันเป็นแค่ภาพหลอน... แล้วรอยแผลเป็นรูปกากบาทบนหลังมือขวาของคุณล่ะครับ มันเกิดขึ้นจากสารเคมีตัวไหนในห้องแล็บนิติวิทยาศาสตร์?" เรย์ย้อนถาม น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ พร้อมกับพยักเพยิดไปยังมือของอีกฝ่าย ภาคินชะงักไปชั่วขณะ เขาก้มมองหลังมือตัวเอง รอยแผลไหม้เกรียมที่แสบร้อนขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ไม่มีใครแตะต้อง มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่หักล้างทุกสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เขาพยายามยึดเหนี่ยว การต่อสู้ในสมรภูมิไสยเวทครั้งนี้ ไม่ใช่การดวลปืนหรือการวิ่งไล่จับผู้ร้าย แต่เป็นการประลองระหว่าง "ศรัทธาที่มืดบอด" กับ "เหตุผลที่กำลังพังทลาย" ฉับพลัน! ลมกรรโชกแรงพัดเข้ามาในห้องใต้ดินอย่างไร้ที่มา เปลวไฟจากตะเกียงวูบไหวและดับพรึบ ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสรรพสิ่ง ทว่าประสาทสัมผัสของภาคินกลับตื่นตัวถึงขีดสุด เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ พร้อมกับปลดเซฟปืนในมือ "ระวังตัวครับ..." เรย์เอ่ยเตือนเสียงกระซิบข้างหู ราวกับร่างผอมบางนั้นเคลื่อนที่มาประชิดตัวเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ *ฟึบ!* เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับเงาดำมหึมาพุ่งตรงเข้าใส่จุดที่พวกเขายืนอยู่ ภาคินไม่ลังเลที่จะลั่นไก เสียงปืนคำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วห้องใต้ดิน แสงวาบจากปากกระบอกปืนส่องให้เห็นร่างของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง—หรือบางสิ่งที่เคยเป็นมนุษย์—พุ่งผ่านหน้าพวกเขาไปอย่างเฉียดฉิว กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพโชยเข้าจมูกจนแทบสำลัก "มันไม่ใช่คน!" ภาคินคำรามลอดไรฟัน ขณะที่หมุนตัวกลับหลังเพื่อตั้งรับการโจมตีระลอกสอง "ผมเตือนคุณแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่โรงพัก..." เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความตื่นตระหนก แม้ในมือของร่างทรงหนุ่มจะปรากฏแผ่นยันต์กระดาษสาที่ถูกจุดไฟเผาจนเกิดแสงสีฟ้าเรืองรองขึ้นมาขับไล่ความมืด "ถ้าคุณยังใช้ตาเนื้อคอยมองหาความจริง คุณจะไม่มีวันได้เดินออกจากที่นี่... และคดีนี้ก็จะถูกปิดตายด้วยศพของคุณเอง" สารวัตรหนุ่มกัดฟันแน่น สมองที่เคยยึดติดกับกฎเกณฑ์ของโลกวัตถุเริ่มสั่นคลอน เขาตระหนักดีว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขบวนเช่นนี้ อีโก้ของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้ยึดมั่นในวิทยาศาสตร์รังแต่จะนำพาความตายมาให้ "แล้วเราต้องทำยังไง?" ภาคินถามเสียงกร้าว ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อทัศนคติเดิมๆ ของตนเองเป็นครั้งแรก เรย์หันมามองเขา มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยาะเย้ย แต่เป็นความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในจิตมนุษย์ "เปิดใจให้กว้าง... แล้วปล่อยให้เสียงเรียกจากความตายนำทางเราครับ" เรย์ซัดแผ่นยันต์ในมือออกไปปะทะกับอากาศว่างเปล่า แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจนแสบตา เผยให้เห็นภาพเบื้องหน้า—ไม่ใช่ห้องใต้ดินเดิมอีกต่อไป แต่เป็นโถงทางเดินกว้างขวางที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกมนุษย์นับร้อยที่นั่งคุกเข่าพนมมือหันหน้าเข้าหาแท่นบูชาตรงกลาง และที่ตรงนั้น... ร่างของบุคคลที่พวกเขาตามหามาตลอดสามเดือนกำลังนั่งหันหลังให้ พร้อมกับเสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นในหัวของภาคินโดยตรง *...ช่วยฉันด้วย...สารวัตร...* เสียงนั้น... เป็นเสียงของคู่หูเก่าของเขาคนที่ตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน! ภาคินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ความทรงจำอันเจ็บปวดพรั่งพรูเข้ามาในหัวจนสมองแทบระเบิด เขาก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างไร้สติ ราวกับถูกสะกดจิตด้วยภาพหลอนที่สมจริงที่สุดในชีวิต "สารวัตร! หยุด!" เรย์ตะโกนลั่น พยายามคว้าแขนของเขาไว้ แต่ช้าไปเสียแล้ว ปลายเท้าของภาคินเหยียบลงบนแผ่นไม้กระดานผุพังตรงกลางห้องใต้ดิน ทันใดนั้น พื้นไม้ใต้ร่างเขาก็ยุบตัวลงเสียงดังสนั่น ร่างของสารวัตรหนุ่มร่วงดิ่งลงสู่ความมืดเบื้องล่างที่ไร้ก้นบึ้ง ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ก้องกังวานมาจากทุกทิศทุกทาง เรย์พุ่งตัวคว้าอากาศตามได้อย่างเฉียดฉิว นิ้วมือเรียวยาวคว้าได้เพียงปลายเสื้อเชือกของอีกฝ่ายที่ขาดวิ่น ก่อนที่ร่างของภาคินจะหายลับไปในความมืดมิด ความเงียบงันกลับคืนสู่ห้องใต้ดินอีกครั้ง เหลือเพียงเรย์ที่ยืนหายใจหอบถี่อยู่ริมปากหลุมพราง ดวงตาคู่คมมองลงไปยังความมืดมิดเบื้องล่างด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่ความเงียบจะถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าคู่หนึ่ง... ที่กำลังก้าวเดินเข้ามาหาเขาจากด้านหลังอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเสียงปรบมือแปะๆ เบาๆ "ทำได้เยี่ยมมาก... ร่างทรง" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของบุคคลปริศนาดังขึ้น "ไม่นึกเลยว่าคุณจะต้อนแกะหลงทางตัวนี้มาให้ฉันได้ง่ายดายขนาดนี้" เรย์ค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ มุมปากที่เคยเรียบเฉยกลับยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตกใจแม้แต่น้อย ราวกับว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้... อยู่ในแผนการที่เขากำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดแห่งความจริงในบทนี้ด้วยกันนะครับ *เพชรตาเสือโบราณ*
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%