ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก•ตอนที่ 27

นรกจำลอง

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นอับชื้นของดินเผาเก่าผสมผสานกับคาวเลือดจางๆ ตลบอบอวลอยู่ในโพรงจมูกของ ร.ต.อ. ภาคิน จนแทบอยากจะอาเจียนออก It was a sensory claustrophobia that science had no vocabulary to describe. สารวัตรหนุ่มก้มลงมองพื้นเบื้องล่าง รองเท้าหนังขัดเงาของเขาจมดิ่งลงไปในโคลนตมสีดำสนิทที่ส่งเสียงดูดกลอดแกลบทุกครั้งยามขยับเขยื้อน ที่นี่ไม่ใช่ห้องขังของสถานีตำรวจ ไม่ใช่ห้องสอบสวนใต้ดินของโรงพักไหนในกรุงเทพมหานคร และแน่นอนว่ามันอยู่ไกลเกินกว่าขอบเขตของกฎหมายหรือตรรกะใดๆ ที่มนุษย์จะเข้าใจได้ "คุณกำลังใช้เหตุผลกับความว่างเปล่า, สารวัตร" เสียงนั้น... เสียงของเรย์ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องหน้า แต่มันไม่ใช่การพูดคุยต่อหน้า มันเหมือนเสียงที่ดังขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใต้สำนึกของภาคินเอง ความหวาดระแวงเริ่มกัดกินพื้นที่ในสมองทีละน้อย ภาคินพยายามดึงสติกลับมา เขายกไฟฉายแรงสูงขึ้นส่องกราดไปทั่วบริเวณ ลำแสงสีขาวนวลพุ่งแหวกความมืดออกไปได้เพียงสามเมตร ก่อนจะถูกกลืนหายไปในหมอกสีเทาจัดที่หนาทึบราวกับกำแพงกำมะหยี่ ผนังรอบด้านของมิติไสยเวทแห่งนี้หาใช่ปูนหรืออิฐ แต่มันคือซากโครงกระดูกมนุษย์นับพันที่เรียงซ้อนทับกันอย่างเป็นระเบียบ หัวกะโหลกนับไม่ถ้วนหันเบ้าตากลวงโบ๋มาทางเขา ราวกับพวกมันกำลังจ้องมองและรอคอยอะไรบางอย่างจากนายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในความจริง "ออกไปให้พ้น... นี่เป็นภาพหลอน" ภาคินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเกลียดชังที่สุดในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤt ในฐานะนายตำรวจผู้ผ่านคดีฆาตกรรมอำมหมามาโชกโชน ภาคินถูกสอนให้เชื่อในสิ่งที่มีตัวตน พิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่เวลานี้ รอยนิ้วมือ คราบดีเอ็นเอ หรือแม้แต่กระสุนในรังเพลิง ก็ดูไร้ค่าสิ้นเชิงเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับ "อาคม" ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นจากความอาฆาตมาดร้ายของจิตมนุษย์ "ภาพหลอนอย่างนั้นหรือครับ?" เสียงของเรย์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เข้ามา ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทสีเข้มก้าวออกมาจากม่านหมอก ดวงตาเรียวรีคู่นั้นมองตรงมาที่ภาคินด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีร่องรอยของความสมเพชเวทนาเจืออยู่บางเบาในความนิ่งสงบนั้น "คุณยังไม่เข้าใจอีกหรือครับ ว่าสิ่งที่ขังคุณเอาไว้ในนี้ ไม่ใช่อาคมโบราณของหมอผีคนไหน... แต่มันคือความกลัวในใจของคุณเอง" "นายหมายความว่ายังไง, เรย์" ภาคินตวาดกลับ เสียงของเขาแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "นายพาฉันมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่? หรือทั้งหมดนี่... เป็นฝีมือของนายตั้งแต่แรก?" เรย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ภาคินมักจะรู้สึกว่ามันเย้ยหยันสติปัญญาของเขาอยู่เสมอ ร่างโปร่งก้าวเข้ามาใกล้จนเกือบจะประชิดตัว กลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่าย—กลิ่นหอมจางๆ ของธูปหอมโบราณผสมกับความเย็นเยียบ—โชยปะทะนาสิก "ผมเป็นแค่คนดูครับ, สารวัตร" เรย์กระซิบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวด้ามมีดโกน "ผมแค่เปิดประตูบานที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในจิตวิญญาณของคุณให้มันทำงานเท่านั้น คุณต่างหาก... ที่เลือกจะเดินลงมาในนรกจำลองนี้ด้วยความสมัครใจ เพราะคุณอยากพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ผิดพลาดในคดีเมื่อหี่ปีก่อน" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางใจของภาคินราวกับลูกศรอาบยาพิษ ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว—เสียงกรีดร้องของคู่หูหนุ่มที่จมดิ่งลงไปในความมืดมิดของห้องใต้ดินแห่งหนึ่ง ขณะที่ตัวเขายืนอึ้งอยู่เบื้องบนโดยไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทัน ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายปีถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานกลางนรกจำลองแห่งนี้ โคลนตมใต้ฝ่าเท้าเริ่มขยับตัว มันไม่ใช่โคลนธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือมือสีดำนับร้อยที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน พวกมันพยายามตะกุยตะกายขึ้นมาคว้าข้อเท้าของภาคิน แรงดึงมหาศาลทำให้เขาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมใบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและความตระหนก "ปล่อยฉัน!" ภาคินคำราม ลั่นไกปืนพกในมือใส่เงาดำเบื้องล่าง เสียงปืนคำรามก้องสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟสطว่างวาบในความมืด แต่กระสุนเหล่านั้นทะลุผ่านความว่างเปล่าไปโดยไร้ผล มือสีดำนับร้อยยังคงเกาะกุมแน่นหนาขึ้นเรื่อยๆ ดึงรั้งร่างของเขาให้จมดิ่งลงไปในทะเลโคลนแห่งความตาย เรย์ยืนมองภาพนั้นด้วยสีหน้าเฉยชา ไร้ซึ่งความช่วยเหลือใดๆ ดวงตาคมกิบมองตรงมาที่ภาคินราวกับกำลังศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ทดลองในห้องแล็บ "กฎของโลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลหรอกนะครับ, สารวัตร" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ท่ามกลางเสียงโหยหวนของวิญญาณรอบตัว "มันขับเคลื่อนด้วยความเชื่อ และตราบใดที่คุณยังไม่ยอมรับว่า... มีบางสิ่งในโลกนี้ที่อยู่เหนือการควบคุมของคุณ คุณก็จะไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่" ภาคินหอบหายใจอย่างรุนแรง หน้าอกกระเพื่อมไหวตามจังหวะความกลัวที่พุ่งสูงถึงขีดสุด ร่างกายครึ่งท่อนจมลงไปในโคลนดำมืด สายตาของเขาพร่ามัว เรี่ยวแรงทั้งหมดกำลังจะหมดสิ้นไป แต่ในวินาทีที่ความมืดมิดทำท่าจะกลืนกินสติสัมปชัญญะทั้งหมดลงไป ภาคินก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง... ท่ามกลางกะโหลกมนุษย์นับพันที่เรียงรายอยู่บนผนัง หัวกะโหลกโครงสุดท้ายที่อยู่ลึกที่สุดในมุมมืด กลับมี "รอยกระสุนปืน" ขนาด .38 ฝังอยู่ตรงหน้าผากอย่างแม่นยำ เป็นรอยกระสุนที่คุ้นตาเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด... เพราะมันคือวิถีกระสุนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของปืนพกประจำกายของเขาเอง! ดวงตาสงสัยของภาคินเบิกกว้างขึ้นทันที ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่วิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง หัวกะโหลกนั้น... ไม่ใช่ของใครอื่น แต่มันคือหัวกะโหลกของตัวเขาเองในอนาคตอันใกล้ที่จะมาถึงนี้! "ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดด้วยกันนะครับ" --- *เพชรตาเสือโบราณ*
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอให้พี่อย่าได้ยินเสียงผมเรียก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%