กลิ่นอายของเกลือแร่และหยดเหงื่อที่ระเหยอบอวลอยู่ภายใต้โดมประลองเวททิศเหนือ สร้างบรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เสียงรองเท้าหนังบดขยี้พื้นหินแกรนิตดังสะท้อนก้องกังวาน สลับกับเสียงซุบซิบของเหล่านักเรียนปีสองที่เบียดเสียดกันแน่นขนัดจนล้นอัฒจันทร์
"ดูท่าทางเจ้าเด็กไร้ธาตุคนนั้นจะรอดจากการประลองรอบนี้ยากนะครับ ลูเซียน"
เสียงทุ้มต่ำของรุ่นพี่ปีสามจากภาควิชาอัคคีภัยดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาทุกคู่ในลานประลองต่างพุ่งเป้าไปที่เด็กหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทผู้ยืนอยู่กลางสนามอย่างสงบ เรย์ไม่ได้แสดงอาการหวาดหัวแต่อย่างใด มือข้างขวากำปมเสื้อเบาๆ ขณะที่สมองกำลังประมวลผลโครงสร้างเวทมนตร์ของคู่ต่อสู้ที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของ 'เบอร์นาร์ด' นักเรียนทุนหัวกะทิผู้ครอบครองเวทธาตุดินและพละกำลังระดับสัตว์อสูร
ลูเซียนที่ยืนกอดอกอยู่ข้างสนามขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบจ้องมองสถานการณ์ด้วยความกังวล แม้เขาจะยอมรับในสติปัญญาของเรย์ แต่การเผชิญหน้ากับเบอร์นาร์ดซึ่งมีวงจรเวทหนาแน่นและร่างกายที่ถูกเสริมแกร่งด้วยศิลาปฐพีนั้น มันคือความต่างชั้นทางกายภาพอย่างแท้จริง
"อย่าประเมินเรย์ต่ำไปเด็ดขาดครับ" ลูเซียนตอบกลับเสียงเรียบ แม้ในใจจะแอบภาวนาให้เพื่อนสนิทคนนี้มีแผนสำรองซ่อนอยู่ก็ตาม
กลางสนามประลอง เบอร์นาร์ดหัวרויในลำคอ ร่างกายท่อนบนของเขาถูกปกคลุมด้วยเกราะศิลาสีเทาเข้ม น้ำหนักรวมของมันน่าจะมากกว่าสองร้อยกิโลกรัม แต่ด้วยวงจรเวทธาตุดินที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วดั่งเสือดาว
"ไงล่ะ เจ้าไร้ธาตุ!" เบอร์นาร์ดคำราม เสียงของเขาหนักแน่นราวกับก้อนหินกระทบกัน "กฎเหล็กของหอคอยทิศเหนือบอกไว้ชัดเจนว่า ที่นี่คือสถานที่สำหรับผู้แข็งแกร่ง แกที่ไร้ซึ่งพลังธาตุ ควรจะก้มหน้าแล้วเดินออกจากลานประลองนี้ไปซะ ตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะหักกระดูกซี่โครงของแกเป็นชิ้นๆ!"
เรย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาสนิทสีนิลฉายแววพินิจพิเคราะห์ เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่หัวไหล่เบาๆ ก่อนจะแย้มยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ลูเซียนที่อยู่ข้างสนามถึงกับต้องหลุดยิ้มมุมปาก เพราะเขารู้ดีว่า... รอยยิ้มแบบนี้หมายความว่าเรย์เจอช่องโหว่เข้าให้แล้ว
"กฎเหล็กข้อที่สี่ระบุไว้ว่าอย่างไรหรือครับ เบอร์นาร์ด?" เรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชวนให้อีกฝ่ายหงุดหงิดเล่น "ถ้าจำไม่ผิด มันคือ 'จงเคารพตรรกะแห่งเวท มากกว่าปริมาณมานาที่ครอบครอง' มิใช่หรือ?"
"ปากดีนักนะ!"
สิ้นเสียงคำราม เบอร์นาร์ดก็พุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วสูง พื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าของเขาระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดอากาศจากการเคลื่อนที่ทำเอาผู้ชมรอบสนามถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ หมัดขวาที่เคลือบด้วยศิลาแกรนิตและอัดแน่นด้วยมานาธาตุดินพุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของเรย์ราวกับลูกตุ้มเหล็กจากเครื่องกลึง
*เร็วมาก... และหนักหน่วงจนวงจรเวทรอบข้างสั่นสะเทือน* เรย์คิดในใจ
ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น เรย์ไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว หากแต่ทิ้งน้ำหนักตัวลงต่ำแล้วหมุนตัวหลบไปทางด้านข้างอย่างเฉียดฉิว แรงลมจากหมัดของเบอร์นาร์ดเฉียดผ่านปลายจมูกของเขาไปจนรู้สึกแสบผิว ทว่าเป้าหมายของเรย์ไม่ใช่การหลบหนี แต่มันคือการเข้าประชิดจุดอับสายตา
ฟีโอน่าที่นั่งลุ้นอยู่บนอัฒจันทร์ถึงกับเผลอกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอกระซิบพึมพำเบาๆ "นั่นมัน... จุดเชื่อมต่อวงจรเวทของศิลาปฐพี..."
ใช่แล้ว เรย์สังเกตเห็นความผิดปกติในจังหวะการไหลเวียนของมานาที่ข้อศอกขวาของเบอร์นาร์ด ตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายง้างหมัดเตรียมโจมตี แม้ภายนอกจะดูไร้เทียมทาน แต่เวทเสริมพลังธาตุดินจะมีจุดอ่อนเสมอในจังหวะที่มานาถูกส่งถ่ายจากแกนกลางไปยังปลายประสาท หากตัดวงจรช่วงรอยต่อนี้ได้ เกราะศิลาก็จะไร้ความหมายทันที
เรย์ใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างแตะลงบนจุดชีพจรมานาที่ข้อศอกของเบอร์นาร์ดอย่างแม่นยำราวกับศัลยแพทย์กำลังผ่าตัด แม้เขาจะไม่มีธาตุเวทในร่างกาย แต่ความเข้าใจใน 'โครงสร้างเวทพื้นฐาน' และ 'การแทรกแซงกระแสมานา' ของเขานั้นอยู่ในระดับที่เรียกว่าเหนือล้ำกว่าตำราเรียนทุกเล่มในหอคอยทิศเหนือ
"สลาย..." เรย์กระซิบแผ่วเบา
*เปรี้ยะ!*
เสียงคล้ายกระจกแตกดังขึ้นเบาๆ มานาธาตุดินที่ห่อหุ้มแขนขวาของเบอร์นาร์ดเกิดอาการสะดุดกะทันหัน แรงปะทะที่ควรจะรุนแรงมหาศาลกลับกลายเป็นเพียงลมพัดเบาๆ เกราะศิลาที่ข้อศอกแตกร้าวและร่วงหล่นลงพื้นราวกับเศษดินเผา
เบอร์นาร์ดเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เขารีบถอยหลังทิ้งระยะห่างทันти สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา "เป็นไปได้ยังไง! แกทำอะไรกับมานาของฉัน!"
"เวทมนตร์ไม่ใช่แค่เรื่องของพละกำลังหรือปริมาณมานาหรอกนะครับเบอร์นาร์ด แต่มมันคือศาสตร์แห่งความสมดุล" เรย์ยืนตรง ปัดมือเบาๆ ด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อยราวกับไม่ได้เพิ่งผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมา "และคุณ... กำลังใช้มานาเกินพิกัดที่โครงสร้างร่างกายจะรับไหว ซึ่งมันสร้างช่องว่างขนาดใหญ่ที่กลางแขนขวาของคุณเอง"
เสียงฮือฮาอื้ออึงดังขึ้นทั่วทั้งโดมประลอง บรรดารุ่นพี่และอาจารย์ที่นั่งสังเกตการณ์อยู่บนระเบียงชั้นบนต่างพากันแสดงสีหน้าประหลาดใจ การใช้มือเปล่าสลายเวทเสริมพลังโดยไม่ต้องร่ายคาถาบทใดเลย มันคือทักษะที่แม้แต่นักเวทระดับสูงก็ยังทำได้ยากยิ่ง
เบอร์นาร์ดกัดฟันกรอด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนใบหน้าแดงก่ำ เขาเรียกศิลาแกรนิตขนาดใหญ่ขึ้นมาถือไว้ในมือทั้งสองข้าง เตรียมจะใช้ท่าไม้ตายก้นกุฏิเข้าจู่โจมระลอกใหญ่
"พอแค่นั้นแหละครับ"
เสียงทุ้มกังวานและทรงอำนาจดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับม่านพลังสีทองอร่ามที่แผ่ขยายลงมาจากเบื้องบน อาจารย์ผู้คุมสอบก้าวเท้าเข้ามากลางสนาม สีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์
"หมดเวลาการประลอง ผู้ชนะคือ... เรย์"
เสียงประกาศก้องทำให้บรรยากาศในสนามเปลี่ยนไปในทันที เสียงปรบมือประปรายเริ่มดังขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงแซ่ซ้องกึกก้องจากกลุ่มนักเรียนปีหนึ่งที่ส่งAเชียร์เรย์มาโดยตลอด ลูเซียนเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มโล่งอก ขณะที่ฟีโอน่าวิ่งถือผ้าเช็ดหน้าและขวดยาสมานแผลเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง
"นายทำได้น่าทึ่งอีกแล้วนะเรย์ เกือบไปแล้วแท้ๆ" ฟีโอน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงโล่งใจ
เรย์ยิ้มรับบางๆ กำลังจะเอ่ยปากตอบคำถามของเพื่อนร่วมทีม ทว่าจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิภายในโดมประลองลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
ทัศนียภาพรอบด้านเริ่มบิดเบี้ยว เสียงรอบตัวเงียบสนิทลงราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์เปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม และที่กลางสนามประลอง ปรากฏรอยแยกสีดำสนิทฉีกกระชากอากาศออกเป็นทางยาว พร้อมกับเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังก้องขึ้นในโสตประสาทของทุกคน
*“ยินดีด้วยที่ผ่านบททดสอบเด็กเล่น... เจ้าหนูผู้ถอดรหัส”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาบทนี้ไปพร้อมกับเรย์นะครับ — อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
อัจฉริยะเวทไร้ธาตุกับกฎเหล็กฉบับหอคอยทิศเหนือ•ตอนที่ 8
การประลองกระชับมิตรที่เดือดดาล
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัจฉริยะเวทไร้ธาตุกับกฎเหล็กฉบับหอคอยทิศเหนือ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!