เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด•ตอนที่ 1

กลิ่นดินปืนและคดีที่ไม่มีชื่อ

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินและคราบสนิมบนแฟลชไดรฟ์พลาสติกสีดำในมือ คือหลักฐานชิ้นเดียวที่อาจแลกมาด้วยลมหายใจของผม... ไม่สิ ของ *เธอ* ต่างหาก รินรดากวาดสายตามองลอดผ่านช่องบานเกล็ดหน้าต่างที่ปิดทึบ หัวใจของนักสืบสาวเต้นระรัวราวกับกลองศึก เสียงฝท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งกำลังหยุดอยู่ตรงหน้าประตูล็อบบี้ชั้นล่าง รอยรองเท้าคอมแบทที่ย่ำเข้ามาบนพื้นปูนเปียกชื้นเมื่อครู่ยังคงอุ่นอยู่ มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพถ่ายในแฟลชไดรฟ์ว่า *พวกเขา* ตามมาทันแล้ว "ให้ตายสิ คิดจะฆ่าปิดปากกันเร็วกว่ากำหนดเสียอีกนะ นที..." รันพึมพำกับตัวเอง เสียงหอบหายใจระคนความโกรธกร่าวยังไม่จางหายจากลำคอเรียวระหง เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่มักจะรวบไว้ลวกๆ ตอนนี้หลุดลุ่ยเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ เม็ดเหงื่อใสไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคายที่ยังคงฉายแววความดื้อรั้นและไม่ยอมแพ้แม้ในวินาทีวิกฤต เธอไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่เธอหวังมาตลอดสามปีคือความจริงเบื้องหลังคดีปริศนาของพ่อที่ถูกปัดตกไปอย่างมีเงื่อนงำ และแฟลชไดรฟ์ในมือคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เชื่อมโยงตรงไปยังเส้นทางการเงินของนักการเมืองดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง นที ผู้ซึ่งเบื้องหน้าคือผู้สร้างภาพลักษณ์แสนสะอาด แต่เบื้องหลังกลับซุกซ่อนสุสานของพยานปากเอกไว้หลายต่อหลายคน *ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะจากด้านนอก แต่มันไม่ใช่เสียงเคาะที่เป็นมิตร มันคือเสียงเคาะของมัจจุราชที่มาทวงของ รินรดากำแฟลชไดรฟ์ในมือแน่นจนพลาสติกบาดฝ่ามือ ความเจ็บแปลบช่วยดึงสติให้เธอกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองไปรอบห้องพักแคบๆ ของอพาร์ตเมนต์เก่าริมคลอง ไม่มีทางหนีอื่น หน้าต่างติดเหล็กดัดแน่นหนา ทางเดียวคือประตูบานนั้น... ประตูที่กำลังถูกบิดลูกบิดช้าๆ อย่างไร้ปรานี "ล็อกประตูไม่ได้ช่วยอะไรหรอกครับ ถ้าคนจะตาย... ต่อให้วิ่งหนีไปสุดขอบโลก มันก็วิ่งตามทันอยู่ดี" เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอหันขวับไปมองทันที ปืนพกในซองหนังใต้เสื้อแจ็คเก็ตถูกชักออกมาเล็งไปยังเงาดำตรงมุมห้องอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ ปลายกระบอกปืนสั่นน้อยๆ แต่สายตากลับแข็งกร้าวไม่เกรงกลัว "แกเป็นใคร! เข้ามาทางไหน!" เธอเค้นเสียงถาม ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงาร่างสูงโปร่งก้าวพ้นความมืดออกมา แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนด้านนอกสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกของชายหนุ่มสันกรามคมชัด ดวงตาคู่คมดูลึกล้ำและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มทับเสื้อยืดสีดำสนิท ร่างกายกำยำแฝงด้วยกลิ่นอายอันตรายที่เธอสัมผัสได้ทันทีว่าเขาไม่ใช่คนของนที "เก็บปืนของคุณซะเถอะครับ ก่อนที่คุณจะทำนิ้วลั่นใส่ผม... หรือไม่ก็ทำมันลั่นใส่ตัวเอง" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไร้ความตื่นตระหนกใดๆ แม้ปลายกระบอกปืนของเธอจะจ่อตรงระหว่างคิ้วของเขาพอดิบพอดี เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว รินรดากัดริมฝีปากแน่น ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "ถอยไปนะ! บอกมาว่าแกเป็นใคร ไม่งั้นฉันยิงจริงๆ ด้วย!" "ถ้าผมอยากฆ่าคุณ คุณคงนอนจมกองเลือดตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตึกนี้แล้วล่ะครับ" คินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าตื่นตระหนกที่พยายามทำเป็นเข้มแข็ง ลงมายังมือซ้ายที่กำแฟลชไดรฟ์ไว้แน่น "และถ้าคุณยังไม่อยากให้พวกมันข้างนอกพังประตูเข้ามาเอาแฟลชไดรฟ์ในมือคุณไปพร้อมกับศพของคุณ... ก็หุบปาก แล้วตามผมมา" *ปึง! ปึง! ปึง!* เสียงทุบประตูด้านนอกเริ่มรุนแรงขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนหยาบคายและเสียงงัดแงะกลอนประตู เวลาหมดลงแล้ว... รินรดาสบตากับชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีแววตานิ่งสนิทราวกับตายด้าน เธอยังไม่ไว้ใจเขา แต่มันไม่มีทางเลือกอื่นหลงเหลืออีกแล้ว "ถ้าแกหักหลังฉัน ฉันจะยิงหัวแกเป็นคนแรก" รินรดากัดฟันกรอด ขู่เสียงลอดไรฟัน คินมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหยันที่จางหายไปอย่างรวดเร็วเสียจนแทบมองไม่เห็น "ไว้ค่อยคุยเรื่องนั้น หลังจากที่เรายังมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ดีกว่าครับ..." เขายื่นมือหนาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า รินรดาร้องอุทานเบื้องต่ำด้วยความตกใจก่อนจะถูกกระชากให้พุ่งตามแรงดึงของเขาไปยังระเบียงห้องด้านหลังที่ซ่อนอยู่หลังผ้าม่านเก่าคร่ำคร่า คินถีบกระจกบานเกล็ดระเบียงแตกกระจายเสียงดังสนั่น เศษแก้วกระจายเกลื่อน แต่เขากลับใช้ร่างกายของตัวเองบังแรงกระแทกและเศษแก้วไม่ให้โดนตัวเธอแม้แต่น้อย กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดของผู้ชายคนนี้ลอยแตะจมูกท่ามกลางความโกลาหล พวกมันพังประตูเข้ามาได้พอดีในวินาทีที่ร่างของทั้งคู่ก้าวพ้นขอบระเบียงออกสู่ความมืดมิดยามค่ำคืน เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นทะลุผนังปูนตามหลังมาติดๆ คินกระชับมือที่กุมข้อมือเธอไว้แน่นขึ้น พลางดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดกับอกแกร่งของเขาขณะที่โหนตัวลงสู่ตรอกมืดเบื้องล่างด้วยความคล่องแคล่วรากับสัตว์ป่าล่าเหยื่อ ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกูบ หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วกลับเต้นระรัวหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความกลัวจากการถูกตามล่า... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงอย่างน่าประหลาดท่ามกลางดงกระสุน นี่คือจุดเริ่มต้นของเกมไล่ล่าที่อันตรายที่สุด และเธอกำลังเล่นอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงตึงระหว่างความตายกับความจริงที่เธอโหยหา และบางที... การมีผู้ชายเย็นชาคนนี้เข้ามาพัวพัน อาจเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต หรืออาจเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยชีวิตเธอไว้ ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะหายลับไปในความมืดของตรอกแคบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็หยุดลงที่ระเบียงห้อง ร่างของชายชุดสูทคนหนึ่งก้าวออกมาพร้อมปืนเก็บเสียงในมือ มันกวาดสายตามองความว่างเปล่าเบื้องล่างด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม ก่อนมุมปากของมันจะยกยิ้มขึ้นเมื่อก้มลงเก็บเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น... กระดาษที่มีตราสัญลักษณ์ของหน่วยรบพิเศษที่ควรจะปลดประจำการไปแล้ว... "เจอตัวแล้วล่ะ... อดีตหัวหน้าหน่วยคิน" ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนแรก แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%