“กระดูกสันหลังของเจ้าช่างแข็งนักหลินเทียน... แต่ข้าอยากรู้นักว่า ถ้ามันหักลงไปพร้อมกับความภาคภูมิใจที่เหลืออยู่น้อยนิดของเจ้า เจ้าจะยังก้มหัวให้ข้าได้อยู่ไหม?”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรังเกียจดังขึ้นเหนือหัว ตามมาด้วยแรงกระแทกจากปลายรองเท้าที่กดลงบนแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้สวมชุดศิษย์สายนอกสีมอซอ หลินเทียนกัดฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก เขาไม่ได้ร้องขอชีวิต หรือแม้แต่จะสบตาผู้ที่กำลังเหยียบย่ำเขาอยู่ ดวงตาที่เรียบเฉยราวน้ำนิ่งในบ่อลึกมองเพียงเศษฝุ่นบนพื้นดิน แต่ในใจกลับกำลังคำนวณจังหวะการไหลเวียนของปราณในอากาศอย่างเงียบเชียบ
“ข้าถามว่าเจ้าเป็นใบ้ไปแล้วหรือ?” สวี่เฟิง ศิษย์สายในผู้มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวตะคอกพลางเงื้อมมือขึ้น พลังปราณสีแดงฉานหมุนวนรอบฝ่ามือ หมายจะระเบิดกระดูกหัวไหล่ของหลินเทียนให้แหลกละเอียด
หลินเทียนหลับตาลงชั่วขณะ นิ้วชี้และนิ้วกลางมือขวาที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสะบัดออกเพียงเล็กน้อย ปลายนิ้วสัมผัสอากาศราวกับกำลังดีดพิณเพลงมรณะ พลังปราณที่น้อยนิดและไร้ซึ่งตัวตนถูกส่งผ่านออกไป แต่มันไม่ได้พุ่งเข้าหาศัตรูโดยตรง หากแต่มันแทรกซึมลงไปในรอยแตกของแผ่นหินใต้เท้าของสวี่เฟิง
นั่นคือ ‘ยันต์สะกดเงา’ อักขระโบราณที่เขารวบรวมจากเศษกระดาษที่คนอื่นทิ้งขว้าง มันไม่ใช่พลังทำลายล้างที่ยิ่งใหญ่ แต่มันคือการบิดเบือนความเป็นจริงในพื้นที่จำกัด
“ท่านสวี่เฟิง...” หลินเทียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “ท่านเคยได้ยินเรื่องคนโง่ที่เดินวนอยู่ในกรงขังที่มองไม่เห็นไหมครับ?”
สวี่เฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่าด้วยความขบขัน “เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ? กรงขังที่มองไม่เห็น? ในสำนักเมฆาคล้อยแห่งนี้ ข้าคือผู้ที่มีอำนาจตัดสินว่าใครคือคนโง่!”
เขากระทืบเท้าลงบนพื้นดินอย่างแรงหมายจะปิดฉากความขัดแย้งนี้ด้วยความรุนแรง ทว่าทันทีที่รองเท้าแตะผิวดิน สวี่เฟิงกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง พื้นที่รอบตัวเขาราวกับถูกบิดเบี้ยว ภาพของหลินเทียนที่ควรจะอยู่เบื้องหน้าเริ่มพร่าเลือน ก่อนจะกลายเป็นไอหมอกสีดำที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นเงาร่างนับสิบที่โอบล้อมเขาไว้
“นี่... นี่มันวิชาอะไร!” สวี่เฟิงตื่นตระหนก เขาสะบัดกระบี่ออกไปรอบทิศทาง เสียงเหล็กกระทบอากาศดังหวิวๆ แต่ไร้เป้าหมาย เงาร่างเหล่านั้นไม่ได้ตอบโต้ แต่พวกมันเริ่มขยับร่ายรำเป็นจังหวะที่ซับซ้อน แรงกดดันที่มองไม่เห็นเริ่มบีบอัดเข้ามาจากทุกทิศทาง
หลินเทียนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่เปื้อนชุดศิษย์สายนอกอย่างใจเย็น เขาไม่ได้มองสวี่เฟิงที่กำลังหวีดร้องและฟาดฟันใส่ความว่างเปล่าอย่างเสียสติอีกต่อไป เขาทำเพียงเดินหันหลังกลับไปทางกระท่อมไม้ท้ายสำนักอย่างมั่นคง
เหมยลี่ ซึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์จากยอดไม้อย่างเงียบเชียบ พลันปรากฏตัวขึ้นข้างกายหลินเทียนราวกับภูตผี นางเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยท่าทางสง่างาม ดวงตาเรียวคมดุจกระบี่หงส์จ้องมองไปที่สวี่เฟิงที่กำลังทรุดตัวลงคุกเข่ากลางลานกว้างอย่างน่าเวทนา
“เจ้าใช้เวลาเพียงหนึ่งลมหายใจในการสร้างค่ายกลลวงตาขั้นต้น แต่น่าประหลาดที่เจ้าเลือกที่จะไม่สังหารเขา ทั้งที่เขาสมควรตาย” เหมยลี่เอ่ยถาม เสียงของนางราบเรียบแต่แฝงด้วยความสงสัย
หลินเทียนหยุดเดิน เขาเงยหน้ามองผืนฟ้าที่เริ่มถูกบดบังด้วยเมฆดำ “การฆ่าคนหนึ่งคนอาจกำจัดอุปสรรคได้เพียงชั่วครู่ แต่การทำให้คนๆ หนึ่งสูญเสียความมั่นใจและจมอยู่กับความหวาดกลัวที่เขาสร้างขึ้นเอง นั่นคือการทำลายรากฐานของเขาให้สิ้นซากครับคุณหนูเหมย”
เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองเหมยลี่ด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินวัย “อีกอย่าง... ข้าต้องการเก็บเขาไว้เพื่อเป็นหมากตัวหนึ่ง ในวันที่พวกอาวุโสเริ่มสงสัยในตัวข้า”
“เจ้ากำลังเล่นกับไฟนะหลินเทียน” เหมยลี่กล่าวเตือน
“ไฟที่พวกเขาสุมขึ้นมาเองต่างหากครับที่กำลังจะเผาผลาญพวกเขา” หลินเทียนตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ
ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวผ่านเขตห้ามของศิษย์สายนอก บรรยากาศรอบข้างพลันเย็นเยียบลงฉับพลัน กลิ่นอายของปราณระดับเซียนที่หนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงมาจนลมหายใจติดขัด หลินเทียนหยุดกะทันหัน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นด้วยปฏิกิริยาตอบสนองจากรอยสักอักขระที่หลังคอซึ่งเขาสั่งสมมาตลอดชีวิต
เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าดังมาจากเงามืดด้านหน้า ปรากฏร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาหม่น ดวงตาของเขาไม่มีแววตาของมนุษย์หลงเหลืออยู่ มีเพียงแสงสีทองจางๆ ที่ส่องประกายดุจดวงดาวในยามราตรี
“เจ้าหลานชาย... อักขระสะกดเงาบทนั้น... เจ้าไปเอามาจากที่ใดกัน?”
หลินเทียนหน้าซีดเผือด เขาตระหนักได้ทันทีว่าหายนะที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในสำนักนี้ แต่มันกำลังเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับความลับที่เขาสัญญากับตนเองว่าจะไม่มีวันเปิดเผย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกนี้นะครับ หมึกทองคำข้ามภพขอสัญญาว่าจะนำพาเรื่องราวที่เข้มข้นยิ่งกว่านี้มาฝากในตอนถัดไปครับ
เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 1
ศิษย์สายนอกผู้ถูกลืม
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!