เอกสารสัญญามูลค่าสี่ร้อยล้านบาทถูกฉีกทิ้งลงถังขยะด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย พริมาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพงในห้องทำงานที่เงียบสงบ ความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความจริงที่ว่า เธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับธันวา ศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะฮุบทุกหยาดหยดของบริษัทพิทักษ์กิจอย่างเลือดเย็น
หยาดน้ำใสไหลรินอาบแก้มนวลอย่างไร้การควบคุม ไม่มีคราบภาพลักษณ์ของสาวมั่นผู้สวมสูทแบรนด์เนมคอยคุมเกมอีกต่อไป เหลือเพียงหญิงสาวผู้โดดเดี่ยวที่กำลังแบกรับความคาดหวังและลมหายใจเฮือกสุดท้ายของครอบครัวไว้บนบ่า
"อ่อนแอสิ้นดี..." พริมาพึมพำกับตัวเอง เสียงสะื้นฮื้นฮักเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง มือเรียวบางยกขึ้นปิดบังใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตา เธอเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ เกลียดความอ่อนแอที่กำลังกัดกินหัวใจ และเกลียดตัวเองที่เผลอแสดงด้านนี้ออกมาในเวลาที่ไม่อาจย้อนคืน
ทว่า... เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบในห้องมืดสลัวกลับทำให้เธอต้องสะดุ้งสุดตัว
คินน์ อัครเดชโภคิน ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายๆ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพง ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววเจ้าเล่ห์และกวนประสาทในทุกครั้งที่เจอหน้า กลับนิ่งสนิทอย่างไร้การหยอกล้อ เขามองภาพหญิงสาวผู้เกรียงไกรในคราบลูกแมวเปียกฝนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ประหลาดลึกในอก—ความรู้สึกที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงปากเก่งคนนี้
"ใครอนุญาตให้เธอร้องไห้ในอาณาเขตของฉันกัน พริมา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ แม้จะยังเจือแวนกวนประสาทอยู่บ้าง แต่หากฟังให้ดีจะพบว่าความคมกริบของมันถูกลดทอนลงไปครึ่งต่อครึ่ง คินน์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โซฟาที่เธอนั่งอยู่ทีละน้อย เขาย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ดวงตาคมกวาดมองคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างพิจารณา
พรีม่ารีบใช้หลังมือปาดน้ำตาลวกๆ ใบหน้าเชิดขึ้นด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว แม้ดวงตาจะยังแดงก่ำก็ตาม "ถอยไปนะ คินน์ นายมาดูถูกฉันให้มันพอดีๆ หน่อย นายสะใจมากใช่ไหมล่ะที่เห็นฉันตกอยู่ในสภาพนี้!"
"สะใจเหรอ?" คินน์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอเบาหวิว "ถ้าฉันอยากสะใจ ฉันคงเอาป้ายไฟมาเปิดฉลองหน้าบริษัทเธอไปนานแล้ว ไม่มายืนมองคนกำลังใจสลายอยู่ตรงนี้หรอก"
คำพูดนั้นทำให้พริมาถึงกับชะงัก เธอมองลึกลงไปในดวงตาของทายาทหนุ่มผู้เพียบพร้อม หวังจะค้นหาความเยาะเย้ยถากถางเช่นเคย แต่สิ่งที่สะท้อนกลับมาในแววตาคู่คมนั้นมีเพียงความว่างเปล่าที่เจือด้วยประกายบางอย่าง... ประกายที่เธอไม่อาจคาดเดา และไม่อาจรับมือ
คินน์ยื่นมือออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนเพื่อปัดปอยผมที่เปียกชื้นคราบน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้พริมาแข็งทื่อราวกับถูกสาป ลมหายใจของทั้งคู่ราวกับสะดุดไปชั่วขณะ ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาลอยวนอยู่รอบตัวเธอ
"นาย... กำลังทำบ้าอะไรของนาย" พริมาเสียงสั่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ก็กำลังช่วยให้ผู้หญิงปากเก่งแถวนี้ เลิกทำตัวเป็นภาระทางความรู้สึกของฉันสักทีน่ะสิ" คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาแหบพร่าและใกล้จนเกินกว่าจะรักษาระยะห่าง
เขารู้ดีว่าการปล่อยให้พริมาอ่อนแอคือจุดเริ่มต้นของความพ่ายแพ้ในโลกธุรกิจ แต่ลึกๆ ในใจที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ความกะล่อน เขากลับเกลียดรอยน้ำตาบนหน้าเธอยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
พริมาเม้มปากแน่น หัวใจที่ด้านชามานานนับปีเริ่มสั่นคลอน เธออยากจะผลักเขาออกไปให้พ้นทาง แต่มือเจ้ากรรมกลับไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่หวานล้ำและอันตรายในเวลาเดียวกัน
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหันราวกับสายฟ้าแลบในคืนพายุคะนอง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปรดของธันวาปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก ในมือถือเอกสารบางอย่างที่พร้อมจะปิดฉากพริมาให้จมดิ่งลงสู่ก้นเหว
"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของคู่หมั้นคู่อริสินะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน กวาดสายตามองคนทั้งสองที่อยู่ในระยะประชิดด้วยแววตาสสมเพชแกมสนุกสนาน
คินน์ชะوتตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยมีความอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งในพริบตา เขาก้าวเข้าไปขวางหน้าพริมาไว้ทันที พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
"รู้ตัวก็ดีนี่ ธันวา" คินน์เอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา "เพราะแกกำลังจะรู้ว่า... นรกบนดินที่แท้จริง มันหน้าตาเป็นยังไง"
ธันวาแค่นหัวเราะ "ปากดีไปเถอะคินน์ พรุ่งนี้เช้าบริษัทพิทักษ์กิจก็จะไม่เหลือแม้แต่ชื่อให้เธอยืนหรอก!"
คินน์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา เขาส่งยิ้มเย็นเยียบให้ศัตรูตัวฉกาจ ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้วงเงินออกจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่รีบร้อน แล้วโยนมันลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความตกตะลึงของพริมาและธันวาที่เบิกตากว้างด้วยความช็อกตาค้าง!
"เสียใจด้วยนะ พอดีว่าฉันเพิ่งซื้อหนี้ทั้งหมดของบริษัทเธอไว้... และตอนนี้ ฉันคือเจ้าหนี้รายใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของแกแล้วล่ะ ธันวา"
--- ไอศกรีมมินต์ช็อก ---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาลิ้มลองความฟินและความสะใจในตอนนี้นะคะ!
ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ•ตอนที่ 12
รอยยิ้มที่ไม่ควรมี
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!