ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ•ตอนที่ 10

ความจริงที่เริ่มเผย

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
“ถ้าคิดว่าจะใช้มุกตื้นๆ แบบนี้มาปั่นราคาหุ้นของบริษัทฉันล่ะก็… คุณคงประเมินความโง่ของตัวเองต่ำเกินไปหน่อยนะคะ ธันวา” เสียงหัวเราะในลำคอของคินน์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของโถงลิฟต์ส่วนตัว ทันทีที่บานประตูสเตนเลสสตีลสีโรสโกลด์เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บเนียบกริบยืนประจันหน้ากับบุคคลที่สาม ผู้ซึ่งไม่ควรจะมาโผล่ ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาลแบบนี้ ธันวา… ศัตรูตัวฉกาจที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้รอยยิ้มแสนสุภาพและแววตาเจ้าเล่ห์ พริมาที่ก้าวตามหลังมาติดๆ ถึงกับชะงักฝีเท้า ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อดวงตาคู่คมกริบกวาดมองเอกสารในแฟ้มสีดำสนิทที่ธันวาถือไว้ในมือ ใบหน้าสวยเฉี่ยวถอดสีลงชั่วขณะ แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว เธอก็ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันตามสไตล์หญิงสาวผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจมาอย่างโชกโชน มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังราคาแพงยกขึ้นกอดอก ท่าทีเย่อหยิ่งและทรงพลังนั้นทำเอาธันวาหุบยิ้มแทบไม่ทัน “บังเอิญจังนะครับ คินน์… คุณพริมาด้วย ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ ยังอุตส่าห์มาเดินตรวจตึกกันอีกหรือครับเนี่ย” ธันวาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน รอยยิ้มการค้าถูกระบายไว้บนใบหน้าอย่างแนบเนียน ทว่าดวงตากลับไหวระริกด้วยความหวาดระแวงยามที่เหลือบมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือของคินน์ ซึ่งกำลังแสดงกราฟความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด “ไม่ต้องมาเสแสร้งทำเป็นไขสือหรอกค่ะ ธันวา” คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของทายาทหนุ่มเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและดุดัน ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายจนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบ กดดันให้ธันวาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ “เพราะเอกสารในมือคุณตอนนี้… มันกำลังฟ้องว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการทุ่มตลาดปั่นหุ้นเพื่อจะฮุบเครืออัครเดชโภคินเมื่อช่วงบ่าย ไม่ใช่ใครที่ไหน… แต่เป็นแก๊ง ‘ไฮยีน่า’ หน้าเนื้อใจเสืออย่างพวกคุณต่างหากล่ะคะ!” บรรยากาศในโถงลิฟต์ลดอุณหภูมิลดฮวบทันที ความกดดันแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก พริมาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างคินน์อย่างไร้รอยต่อ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมผสานกับความเด็ดเดี่ยวของเธอยิ่งทำให้ภาพของคู่หมั้นคู่นี้ทรงพลังและน่าเกรงขามจนธันวาเริ่มเหงื่อตก “คุณพูดเรื่องอะไรกัน… ผมไม่เห็นจะเข้าใจ” ธันวายังคงตีหน้าซื่อ ปฏิเสธเสียงแข็ง แม้ว่าสันจมูกจะเริ่มมีหยาดเหงื่อผุดขึ้นมาให้เห็น “หลักฐานก็ไม่มี ระวังจะโดนฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทเอานะครับคุณคินน์” “หลักฐานงั้นเหรอคะ?” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ นิ้วเรียวยาวกดปุ่มบนหน้าจอแท็บเล็ตเพียงครั้งเดียว เสียงบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ก็ดังชัดเจนก้องไปทั่วโถงทางเดิน… *(“จัดการโอนเงินเข้าบัญชีนิติบุคคลลับที่เกาะเคย์แมนให้เรียบร้อย… ห้ามให้ทาง กลต. หรือฝ่ายตรวจสอบภายในของคินน์สาวมาถึงตัวเราเด็ดขาด เข้าใจไหมธันวา?”)* เสียงในคลิปเสียงนั้นชัดเจนแจ่มแจ้งว่าเป็นเสียงของธันวาเองไม่มีผิดเพี้ยน! สีหน้าของชายหนุ่มจอมปลอมถอดสีซีดเผือกราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งรอยยิ้มสุภาพบุรุษเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดจนแทบถลนออกมานอกเบ้า ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่าความลับที่ตนอุตส่าห์ปกปิดมาแรมเดือน กลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าศัตรูตัวฉกาจอย่างไร้ทางสู้ “คุณ… คุณได้คลิปนี้มาจากไหน…” ธันวาเค้นเสียงถามออกมาอย่างยากลำบาก ลิ้นจุกปาก สมองขาวโพลนคิดหาทางหนีทีไล่ไม่ทัน “จะมาจากไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า… ตอนนี้เกมของคุณมัน ‘จบลงแล้ว’ ต่างหากล่ะคะ” พริมาเป็นฝ่ายยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตาคมกริบกลับดุดันราวกับพญายัฆนีที่พร้อมขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยว “คิดเหรอคะว่าจะเล่นตุกติกกับพวกเราแล้วจะลอยนวลไปได้ง่ายๆ? ฉันให้เวลาคุณสิบวินาที ในการเลือกอนาคตของตัวเอง… ระหว่างเดินออกไปจากตึกนี้แล้วยื่นใบลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทคู่แข่งซะดีๆ หรือจะให้ฉันกดปุ่มส่งหลักฐานทั้งหมดนี้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษและสื่อทุกสำนักในประเทศพรุ่งนี้เช้าดีล่ะคะ?” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องในใจของธันวา เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นพุ่งพล่านขึ้นมาจนหน้าดำคร่ำเครียด ทว่าเขาก็รู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่นหลงเหลืออยู่อีกแล้ว อำนาจเงินและอิทธิพลที่คินน์ถือครองในมือมันเหนือกว่าเขาหลายขุมนัก “พวกคุณ… ร้ายกาจมาก…” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุร้ายจ้องมองคินน์และพริมาด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเดินจ้ำอ้าวออกจากโถงลิฟต์ไปด้วยความพ่ายแพ้ราบคาบ พริมาถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก ร่างบางเซเล็กน้อยก่อนจะทิ้งน้ำหนักพิงไหล่กว้างของคินน์อย่างอ่อนแรง ความเครียดสะสมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้เธอแทบหมดเรี่ยวแรง คินน์ไม่รอช้า วงแขนแกร่งโอบประคองเอวคอดกิ่วของคู่หมั้นสาวเข้าหาตัวทันที ดวงตาคมอ่อนแสงลงยามที่ก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน “เก่งมากค่ะคนสวยของฉัน… เห็นไหมคะ บอกแล้วว่าคนอย่างพวกเราไม่มีวันยอมตกเป็นเหยื่อใครง่ายๆ อยู่แล้ว” คินน์กระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูของพริมา พลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างทะนุถนอม บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นการชวนใจเต้นระทึกในชั่วพริบตา “ถ้าไม่ใช่เพราะคุณช่วยวางแผนซ้อนแผนอีตานั่นไว้ล่ะก็… ฉันคงแย่เหมือนกันค่ะ” พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม รอยยิ้มอ่อนโยนที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย “ขอบคุณนะคะ… คินน์” “เรื่องแค่นี้เองค่ะ เพื่อเธอแล้ว… ต่อให้ต้องซื้อบริษัททั้งเครือของมันมาเผาทิ้งเล่น ฉันก็ยอมทำทั้งนั้นแหละค่ะ” คินน์ยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้วงเงินขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างอารมณ์ดี “ไหนๆ ก็จัดการปัญหาใหญ่เสร็จแล้ว… ไปค่ะ ฉันจะพาไปกินไอศกรีมมินต์ช็อกเจ้าโปรดปลอบขวัญสักหน่อย เผื่อเธอจะหายเหนื่อย” พริมาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับความกะล่อนของคนตรงหน้า ก่อนที่ทั้งคู่จะหันหลังเตรียมก้าวกลับเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวเพื่อขึ้นไปยังชั้นบน ทว่า… *ติ๊ง!* เสียงสัญญาณเตือนของลิฟต์ตัวริมสุดดังขึ้นขัดจังหวะ บานประตูสเตนเลสค่อยๆ เปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสากลภูมิฐานผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเครืออัครเดชโภคินก้าวออกมา… นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีของท่านประธานใหญ่ผู้เป็นบิดา กวาดมองบุตรชายและคู่หมั้นสาวด้วยรอยยิ้มที่เคลือบแฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว ก่อนที่น้ำเสียงแหบต่ำทรงอำนาจจะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ… “เล่นสนุกกันพอหรือยังล่ะ… คินน์? เพราะดูเหมือนว่า ‘เกมจริง’ ที่แกจะต้องชดใช้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหากล่ะ!” ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะสะใจกับตอนนี้นะคะ! - ไอศกรีมมินต์ช็อก
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%