"คุณอาคเนย์ช่วยกรุณาตอบคำถามของนักข่าวให้ชัดเจนด้วยค่ะ ว่าสถานะระหว่างเรามันคืออะไรกันแน่!"
น้ำเสียงที่สั่นเครือแต่พยายามแข็งกร้าวของคริษฐ์ดังแทรกผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานหรูหรา โอเมก้าหนุ่มไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย ความเจ็บปวดในอกมันรุนแรงเสียจนต่อมน้ำตาตีบตัน เหลือเพียงความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจทีละน้อย ภาพพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของสื่อบันเทิงออนไลน์ชื่อดังกำลังฉายหรา ‘ท่านประธานพันล้าน อาคเนย์ กับไฮโซสาวตระกูลดัง ควงคู่ดินเนอร์สุดโรแมนติก คาดลุ้นข่าวดีเร็วๆ นี้’ พร้อมรูปถ่ายเบลอๆ ที่ต่อให้มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าเป็นแผ่นหลังกว้างของอัลฟ่าหนุ่มผู้เป็นเจ้าของหัวใจเขา
แต่สิ่งที่น่าเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่ข่าวโคมลอยเหล่านั้น... มันคือความเงียบงัน
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คริษฐ์ส่งข้อความหา โทรศัพท์ไปหาเป็นร้อยสาย แต่อาคเนย์กลับเลือกที่จะ ‘นิ่งเฉย’ ไม่ปฏิเสธ ไม่ยอมออกแถลงการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ปล่อยให้สำนักข่าวตีความไปไกล ปล่อยให้ชื่อของเขาตกเป็นจำเลยสังคมว่าเป็นแค่ ‘เด็กเลี้ยง’ ในเงาของท่านประธานผู้ทรงอิทธิพล
"อย่าไร้สาระน่าคริษฐ์ คุณก็รู้ว่าช่วงนี้บริษัทกำลังจะควบรวมกิจการ หุ้นกำลังผันผวน การที่ผมปล่อยให้ข่าวนี้มันเงียบไปเอง เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยกระซิบคำหวานแนบหูในยามค่ำคืน บัดนี้กลับราบเรียบ เยชาชา และเต็มไปด้วยเหตุผลทางธุรกิจที่เฉือดเฉือนหัวใจคนฟังจนยับเยิน อาคเนย์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหรูในเพนต์เฮาส์ส่วนตัว สายตาคมกริบมองเอกสารในมือราวกับว่าบทสนทนากับคนรักทางโทรศัพท์นี้เป็นเพียงธุระปะปังชิ้นหนึ่งที่ต้องสะสางให้จบๆ ไป
"ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย?" คริษฐ์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอแห้งผากและเต็มไปด้วยหยาดหยัน "แล้วความรู้สึกของผมล่ะคุณอาคเนย์? ผมเป็นตัวอะไรในสายตาคุณ เป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อในเวลาว่าง หรือเป็นแค่เครื่องมือที่คุณจะคีบเก็บหรือเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจชอบ!"
"อย่ามางี่เง่าได้ไหมคริษฐ์ ผมโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ ที่จะมานั่งอธิบายทุกเรื่องให้ใครฟัง ผมบอกว่าเดี๋ยวทุกอย่างมันก็เงียบไปเอง ทำไมคุณถึงต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตด้วย"
คำว่า ‘งี่เง่า’ กระแทกเข้าที่กลางใจของโอเมก้าหนุ่มอย่างจัง คริษฐ์กำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ความรู้สึกชาดิ่งแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความรัก ความเชื่อใจ และความทุ่มเททั้งหมดที่ผ่านมา มีค่าเท่ากับศูนย์ในสายตาของอัลฟ่าปากแข็งคนนี้จริงๆ สินะ
"ใช่... ผมมันงี่เง่าเอง ที่คิดว่าคนอย่างคุณจะกล้าหาญพอที่จะปกป้องความสัมพันธ์ของเรา" คริษฐ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นที่ลำคอ ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายความดื้อรั้น บัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใส แต่มันไม่มีวันไหลร่วงลงมาให้ใครเห็นเด็ดขาด "ในเมื่อคุณเลือกที่จะนิ่งเฉย ปล่อยให้ผมต้องเผชิญหน้ากับความอับอายอยู่คนเดียว งั้นเราก็ไม่ต้องมาทนคบกันอีกต่อไป..."
กึก!
อาคเนย์ชะงักมือที่กำลังเซ็นเอกสาร ปากกาหมึกซึมราคาแพงหยุดค้างกลางอากาศ หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุเมื่อได้ยินคำว่า ‘ไม่ต้องมาทนคบกันอีกต่อไป’ จากปากคนรัก
"คุณหมายความว่ายังไงคริษฐ์..." อัลฟ่าหนุ่มกดเสียงต่ำลง ความหงุดหงิดเริ่มเข้ามาแทนที่ความใจเย็น "อย่ามาพูดจาไร้สาระนะ"
"ผมไม่ได้พูดเล่น" คริษฐ์แค่นยิ้มหยันให้กับความโง่เขลาของตัวเอง "เราจบกันแค่นี้เถอะคุณอาคเนย์... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา แต่ผมคิดว่าผมเหนื่อยพอแล้ว"
ติ๊ด!
สายถูกตัดตัดขาดอย่างไร้เยื่อใย คริษฐ์ดึงซิมการ์ดออกจากโทรศัพท์มือถือแล้วโยนมันลงถังขยะทันที มือเรียวสั่นเทาขณะกวาดข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่เหลืออยู่ในคอนโดมิเนียมของอาคเนย์ลงกระเป๋าเดินทาง ความเงียบงันภายในห้องกว้างช่างบาดลึกหัวใจ ทุกมุมห้องล้วนมีเรื่องราวและความทรงจำระหว่างเขากับอัลฟ่าหนุ่ม แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะรักษาผลประโยชน์และหน้าตาทางสังคมมากกว่าความรู้สึกของเขา คริษฐ์ก็พร้อมที่จะเดินออกมาอย่างศักดิ์ศรี แม้ว่าหัวใจจะแหลกสลายไม่มีชิ้นดีก็ตาม
ในขณะเดียวกัน ที่เพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง อาคเนย์มองหน้าจอโทรศัพท์ที่ตัดสายไปแล้วด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างอย่างประหลาด ความเย็นชาที่เคยใช้ควบคุมสถานการณ์พังทลายลงในพริบตา กลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์ป่าอันทรงอำนาจของอัลฟ่าเริ่มปั่นป่วนและแผ่ขยายออกไปอย่างไร้การควบคุมจนข้าวของบนโต๊ะสั่นสะเทือน
"เวรเอ๊ย!"
อาคเนย์สบถออกมาเสียงดังลั่น เขาคว้าโทรศัพท์มือถือมากดโทรกลับหาอีกฝ่ายทันที แต่สิ่งที่ได้ยินมีเพียงเสียงสัญญาณเตือนว่าหมายเลขนี้ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ความตื่นตระหนกพุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนร้อนรนไปหมด ความคิดที่จะจัดการเรื่องธุรกิจให้เรียบร้อยก่อนค่อยง้อคนรักมลายหายไปสิ้น เมื่อสัญชาตญาณดิบของอัลฟ่าบอกเขาว่า... ครั้งนี้เขากำลังจะสูญเสียคริษฐ์ไปจริงๆ
ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานอย่างรวดเร็ว คว้ากุญแจรถและเสื้อโค้ทตัวยาวหมายจะพุ่งตัวออกไปตามหาโอเมก้าหัวดื้อที่คอนโดส่วนตัว แต่ทว่า...
กริ๊งงง!
เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน อาคเนย์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด คิดว่าเป็นเลขาหนุ่มที่อาจจะมีเอกสารด่วนมาให้เซ็น เขาเดินดุ่มๆ ไปกระชากเปิดประตูด้วยใบหน้าบึ้งตึงเตรียมจะไล่ตะเพิดให้พ้นทาง
"ผมบอกแล้วไงว่าวันนี้ไม่ต้อง..."
คำพูดทักท้วงกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่หลังบานประตูไม่ใช่เลขาอย่างที่คิด แต่เป็นร่างระหงของไฮโซสาวตระกูลดังผู้ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งกับเขาเมื่อเช้า หล่อนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ พร้อมกับก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่รอการอนุญาต แถมยังถือวิสาสะคล้องแขนแกร่งไว้อย่างแนบชิด
"คุณอาคเนย์คะ แย่จังเลยค่ะ พอดีสื่อข้างล่างตึกถามเรื่องของเราไม่หยุดเลย แนนเลยแวะขึ้นมาหลบพวกนักข่าวบนนี้... หวังว่าคงไม่รบกวนนะคะ"
อาคเนย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมทันทีด้วยความรังเกียจ ดวงตาคมกริบฉายแววเกรี้ยวกราดจนน่ากลัว กลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่าถูกปล่อยออกมาข่มขู่ระลอกใหญ่จนหญิงสาวหน้าถอดสี
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ประตูปิดลงไม่สนิทนั้นเอง เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็หยุดชะงักลงที่หน้าห้อง
คริษฐ์ที่ตัดสินใจย้อนกลับมาเพื่อหย เอกสารสำคัญที่ลืมไว้ ชะựngงันอยู่หน้าห้องของอาคเนย์ ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างเมื่อมองผ่านช่องประแง้มที่เปิดค้างไว้ เห็นภาพของอัลฟ่าหนุ่มยืนประจันหน้าอยู่กับหญิงสาวคนสนิทในข่าวอย่างแนบชิด ราวกับคำแก้ตัวทั้งหมดเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องโกหกคำโต
ความเจ็บปวดที่เคยชาดิ่ง กลับปะทุขึ้นมาเป็นความช็อกระลอกใหญ่ที่ทำให้ลมหายใจสะดุดกكَลงตรงนั้น
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน•ตอนที่ 36
ความผิดพลาดของอาคเนย์
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!