เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพง ไม่ได้ดังจนสะเทือนถึงผนังห้อง แต่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในเสี้ยววินาที
"ผมว่าคุณยังไม่ได้อ่านบทที่ผมส่งไปให้เมื่อคืน... หรือต่อให้อ่านแล้ว สมองส่วนที่ทำหน้าที่ประมวลผลตรรกะของคุณคงมีปัญหาทางเทคนิคบางประการ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบที่เจือรังสีความเย็นชาแบบฉบับของ คณิน ผู้กำกับภาพยนตร์ร้อยล้านผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ความปรานี ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องประชุมใหญ่ ชั้นยี่สิบห้าของตึกโปรดักชันชื่อดัง
รสา ซึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม เงยหน้าขึ้นจากสมาร์ตโฟนในมือช้าๆ เธอไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่กำลังมองประเมินผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้าสมองฉันมีปัญหาทางเทคนิค... สมองคุณคงเป็นฮาร์ดแวร์ตกรุ่นที่ติดไวรัสความเผด็จการขั้นรุนแรงแล้วล่ะค่ะคุณคณิน" รสาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน ชนิดที่คนฟังอยากจะยกมือขึ้นกุมขมับ "บทตอนที่สามนางเอกต้องยอมจำนนแล้ววิ่งไปร้องไห้กอดพระเอกในสายฝน? นี่มันปีไหนแล้วคะ? พ.ศ. อะไร? คุณหลุดออกมาจากละครน้ำเน่ายยุคเก้าศูนย์หรือไง ถึงยังคิดว่าผู้หญิงฉลาดๆ จะเอาเวลาชีวิตอันมีค่าไปวิ่งตากฝนเพื่อผู้ชายที่ลังเลไม่เลือกใครสักคน"
คณินขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุก ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความหงุดหงิดที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างเต็มที่ เขาเกลียดนัก... พวกนักเขียนบทอีโก้สูงที่คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าผู้สร้างโลก แต่มักจะมองข้ามความเป็นจริงในการถ่ายทำ และรสาคือตัวท็อปในบรรดาคนประเภทนั้น
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดอยู่ใกล้เก้าอี้ของเธอ ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันโดยอัตโนมัติ แต่นั่นไม่ได้ทำให้รสาขยับถอยหนี เธอเพียงแค่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับเขาอย่างท้าทาย
"ตัวละครของผมไม่ได้ลังเล" คณินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยปะทะจมูกรสา "เขาแค่วางแผนและคำนวณความเสี่ยง คุณต่างหากที่ใส่อารมณ์และความเป็นเฟมนิสต์หัวรุนแรงลงไปในบทจนคาแรคเตอร์มันเพี้ยน"
"อ้อเหรอคะ? การปล่อยให้ผู้หญิงถูกกระทำฝ่ายเดียวแล้วต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเรียกว่า 'การคำนวณความเสี่ยง' งั้นเหรอ?" รสาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกันหากเธอยืดตัวขึ้น สายตาของเธอคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบน้ำตาล "ถ้าคุณอยากได้นางเอกหัวอ่อนโง่เง่าไร้มิติไปนอนร้องไห้รอความเมตตาจากคุณ กรุณาไปหาคนอื่นเขียนบทเรื่องนี้เถอะค่ะ เพราะฉันไม่มีวันเซ็นชื่อตัวเองลงในผลงานขยะชิ้นนั้นเด็ดขาด"
บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่านขึ้นมาทันที อุณหภูมิรอบตัวราวกับถูกเร่งขึ้นจนน่าอึดอัด คณินจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกที่ตี R อยู่ในอก มันคือความผสมผสานระหว่างความโกรธจัดที่ถูกขัดใจ กับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างไม่น่าให้อภัย
เขารู้จักรสาดี... รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ดื้อรั้นแค่ไหน และรู้ว่าเธอมักจะชนะทุกครั้งในการถกเถียงเรื่องบทภาพยนตร์ แต่การมานั่งท้าทายอำนาจของเขาในระยะประชิดแบบนี้ มันเกินกว่าขอบเขตการทำงานไปไกลโขแล้ว
"ปากเก่งนักนะ..." คณินพึมพำลอดไรฟัน เสียงของเขาเบาลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบที่ได้ยินกันแค่สองคน "ถ้าคุณเก่งนัก ทำไมไม่ลองพิสูจน์ให้ผมเห็นล่ะ ว่าผู้หญิงฉลาดๆ แบบที่คุณอ้าง จะพาเรื่องนี้ไปรอดได้ยังไงโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำตาสักหยด"
รสาหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาสวยระยับด้วยประกายความท้าทาย "หึ... เตรียมตัวล้างตาดูผลงานชิ้นเอกที่จะมาตบหน้าผู้กำกับเผด็จการอย่างคุณได้เลยค่ะ"
ก่อนที่สงครามประสาทครั้งนี้จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็กร่อนเข้ามาสามครั้งติดต่อกัน ตามด้วยการเปิดผางอย่างถือวิสาสะ
"โอ้โห... บรรยากาศดูอบอุ่นเป็นกันเองดีจังเลยนะครับเนี่ย เหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันกำลังเคลียร์ปัญหากันอยู่เลย"
เสียงกวนประสาทของ กรณ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มเจ้าเล่ห์ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับอยู่บนใบหน้า แต่ประโยคถัดมาของเขากลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งคณินและรสาต้องค้างเติ่ง
"พอดีผมเพิ่งรับแขกคนสำคัญมา... และคิดว่าทุกคนในห้องนี้ น่าจะอยากเจอเธอนะครับ"
กรณ์ผายมือไปทางประตูที่เปิดกว้าง ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองมาที่คณินและรสา ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ผู้กำกับหนุ่ม
"สวัสดีค่ะทุกคน... ดีใจจังที่เราได้มาร่วมงานกันอีกนะคะ คณิน"
มีน ซูเปอร์สตาร์สาวแถวหน้าและอดีตคนคุยเก่าของคณิน ส่งยิ้มหวานให้เขาโดยไม่สนใจสายตาตื่นตะลึงของคนในห้อง และก่อนที่คณินจะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น รสาก็แค่นเสียง "หึ" ออกมาเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ซึ่งส่งตรงมาให้เขาแบบเต็มๆ
เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นอย่างแท้จริง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของเรา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
ผู้กำกับสายดาร์กกับนักเขียนบทสายป่วน•ตอนที่ 1
เปิดฉากปะทะเดือด
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับสายดาร์กกับนักเขียนบทสายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!