แผ่นกระดาษเอสี่สีขาวสะอาดสามสัปดาห์ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะประชุมกระจกใสเสียงดังปัง จนกาแฟดำในแก้วเซรามิกของคณินกระฉอกเล็กน้อย ผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบระดับมิลลิเมตรไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขานั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนกำลังบอกว่าความอดทนของเขากำลังเดินทางมาถึงเส้นตาย
"ห้าข้อ? นี่คุณคิดว่าเรากำลังทำหนังสั้นส่งอาจารย์มหาวิทยาลัยเหรอครับคุณรสา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความเย็นชาบาดลึกถูกส่งตรงไปยังหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีไม่สะท้าน รสาปรายตามองเอกสารแผ่นนั้นก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ทำเอาคณินรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจอย่างประหลาด
"สี่ข้อแรกคือมาตรฐานสากลในการเคารพสิทธิ์ของคนเขียนบท ส่วนข้อที่ห้า..." รสาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมอีกนิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เจือจางปะทะเข้ากับกลิ่นกาแฟเข้มข้น "คือการกรุณาอย่าแก้บทของฉันตามอำเภอใจโดยไม่บอกกล่าว เหมือนอย่างที่คุณทำกับฉากจบเมื่อคืนนี้ไงคะ ผู้กำกับคณิน"
ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นท้าทายจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย บรรยากาศในห้องประชุมทีมงานเต็มไปด้วยความเงียบงันจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน กรณ์ที่นั่งอยู่มุมห้องทำได้เพียงยกมือขึ้นเกาจมูกแล้วลอบถอนหายใจยาวกับความหัวรั้นของทั้งคู่ เกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นอย่างแท้จริง และไม่มีใครยอมถอยให้ใครแม้แต่ก้าวเดียว
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่เหนือกว่าทำให้เขาต้องก้มมองเธอนิดหน่อย ร่างสูงโปรดปรานการกดดันคนอื่นด้วยการใช้สรีระ แต่วันนี้รสาไม่มีทีท่าว่าจะหดตัวหนี เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ลดละ
"ผมเป็นผู้กำกับ หน้าที่ของผมคือการทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดบนจอเงิน ไม่ใช่บนกระดาษเพ้อฝันของคุณ ฉากนั้นมันยาวเกินไปและกินงบประมาณโดยใช่เหตุ ถ้าคุณอยากเขียนบทให้ตัวละครเดินคุยกันกลางสายฝนเทียมสามชั่วโมง เชิญไปเขียนนิยายขายเองเถอะครับ"
"อ๋อเหรอคะ? งั้นก็เชิญคุณหา 'นักเขียนบทเพ้อฝัน' คนอื่นมาแก้เองก็แล้วกัน เพราะฉันจะไม่ยอมให้งานชิ้นเอกของฉันต้องพังเพราะวิสัยทัศน์ที่แคบเท่ารูเข็มของคุณเด็ดขาด!"
รสาตวัดกระเป๋าถือขึ้นพาดบ่าเตรียมจะหมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมด้วยความฉุนเฉียว แต่เสียงทุ้มทรงอำนาจก็ดังขัดขึ้นเสียก่อนด้วยประโยคที่ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก
"ถ้าคุณก้าวขาออกจากประตูห้องนี้แม้แต่ก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณสละสิทธิ์ และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่คุณทำผิดสัญญาว่าจ้าง"
รสาหันขวับกลับมา ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นแดงก่ำด้วยความโกรธ "คุณคณิน! คุณมันเผด็จการไร้เหตุผลที่สุด!"
"ขอบคุณที่ชมครับ" คณินตอบหน้าตาเฉย รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นแวบหนึ่งช่างกวนประสาทเสียจนรสาอยากจะหยิบแฟ้มเอกสารฟาดหน้าหล่อๆ นั้นสักที สรุปคือเขาไม่ได้ต้องการคนเขียนบทมาร่วมงาน แต่เขาต้องการทาสรับใช้ที่คอยพยักหน้าตามอำเภอใจต่างหาก
ในช่วงบ่าย กองถ่ายถูกย้ายมาเซ็ตติ้งที่โกดังเก่าริมแม่น้ำ บรรยากาศอบอ้าวและฝุ่นละอองลอยฟุ้งไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดลดลงเลยแม้แต่น้อย รสานั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้สนามพับได้ สายตาคมกวาดมองการทำงานผ่านจอมอนิเตอร์ขนาดเล็กที่คณินกำลังยืนสั่งการทีมตาก้องด้วยสีหน้านิ่งขรึม
ทุกอย่างควรจะดำเนินไปตามตารางงานปกติ หากไม่มีเงาร่างระหงของดาราสาวซูเปอร์สตาร์ก้าวเข้ามาในกองถ่ายพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัว มีนในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงเดินตรงดิ่งเข้าไปหาผู้กำกับหนุ่มทันทีโดยไม่สนใจสายตาใคร มือเรียวแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของคณินพร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ผู้ชายร้อยทั้งร้อยต้องใจละลาย
"คณินคะ มีนแวะเอาของว่างมาฝากทีมงานค่ะ... เอ... บทฉากนี้ดูแปลกๆ นะคะ มีนว่าให้ตัวละครของมีนพูดประโยคซึ้งๆ อีกนิดน่าจะเรียกเรตติ้งได้มากกว่าเดิมนะ"
รสาที่นั่งมองอยู่ห่างๆ สัมผัสได้ถึงความหงุดหงิดที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เธอเห็นคณินไม่ได้ปัดป้อมมือของดาราสาวออกทันทีเหมือนที่เขาชอบทำกับคนอื่น แถมเขายังพยักหน้ารับราวกับกำลังพิจารณาข้อเสนอของมีนอย่างตั้งอกตั้งใจ
*ผู้ชายหน้ามึน ปากบอกว่ายึดมั่นในบท แต่นี่อะไร... แค่คนเคยคุยเก่าออดอ้อนนิดหน่อยก็ทำท่าจะยอมแก้บทตามใจชอบแล้วอย่างนั้นสินะ* รสาแค่น I เสียงในลำคอด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความประชดประชันส่งเข้าไลน์กลุ่มทีมงาน
แต่ในจังหวะที่เธอกำลังก้มหน้าจิ้มหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความเร็วสูง ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ทอดเงาทาบทับลงมาบังแสงไฟสปอตไลท์ รสาเงยหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิด ทว่าต้องชะงักเมื่อพบว่าคณินมายืนประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะطهกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก คณินโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนดวงตาคมกริบอยู่ห่างจากปลายจมูกเธอไม่ถึงคืบ ปลายนิ้วเรียวของเขายื่นมาดึงโทรศัพท์มือถือออกจากมือเธอไปอย่างหน้าตาเฉย
"มองค้อนผมขนาดนั้น กลัวว่าผมจะกินข้าวหม้อเดียวกับแฟนเก่าหรือไงครับ คุณนักเขียนบท"
รสาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อถูกจี้ใจดำ แต่วาจาคมกริบของเธอก็ยังทำงานได้รวดเร็วกว่าความตื่นตระหนก
"หลงตัวเองใหญ่แล้วคุณคณิน ใครเขาสนใจเรื่องไร้สาระของคุณ... ส่งโทรศัพท์คืนฉันมานะ!" เธอพยายามจะแย่งมือถือคืน แต่คณินกลับชูมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ พร้อมกับขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับพนักพิงเก้าอี้แน่นหนาไร้ทางหนี
ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุปรอทแตกและหัวใจของทั้งสองฝ่ายเต้นผิดจังหวะ ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโถมเข้ามาจากทางประตูโกดังก็ทำลายความเงียบงันลงอย่างสิ้นเชิง
"ผู้กำกับครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... อยู่ๆ สื่อกอสซิปจากสำนักข่าวใหญ่บุกเข้ามาหน้ากองถ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้กำลังกรูเข้ามาสัมภาษณ์คุณมีนเรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ของคุณกับดาราสาวแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปพร้อมกับความปากแข็งของคณินนะครับ
ผู้กำกับสายดาร์กกับนักเขียนบทสายป่วน•ตอนที่ 2
กฎเหล็กในกองถ่าย
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับสายดาร์กกับนักเขียนบทสายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!