เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพงลิบลิ่วดังสนั่นห้องประชุมใหญ่ของบริษัทเคหะการอัครพล กรุ๊ป อาคารสูงเสียดฟ้าใจกลางย่านธุรกิจที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงมานานนับทศวรรษ บรรยากาศภายในห้องเวลานี้เย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว บอร์ดบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต่างนั่งตัวเกร็ง เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับของแต่ละคน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้นั่งอยู่ปลายโต๊ะด้วยความตื่นตระหนก
อัครพลหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด ดวงตาเบิกโพงจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือสั่นเทา ตัวเลขสีแดงฉานที่วิ่งพล่านบนหน้าจอไม่ใช่แค่สัญญาณเตือนภัยธรรมดา แต่มันคือมหันตภัยขั้นสุดยอดที่กำลังแผดเผาอาณาจักรธุรกิจของครอบครัวเขาให้กลายเป็นจุลในพริบตา
"เป็นไปไม่ได้! พวกคุณเช็คดูดีหรือยังวะ!" อัครพลตบโต๊ะเสียงดังลั่น แผดเสียงตบะแตกใส่หน้าผู้จัดการฝ่ายการเงินที่หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "หุ้นในมือเราหายไปไหนหมดเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงสิบนาที! ใครมันกล้าทำแบบนี้กับตระกูลอัครพล!"
"คุณอัครพลครับ... ตลาดหลักทรัพย์แจ้งมาว่า มีการกวาดซื้อหุ้นล็อตใหญ่ผ่านบัญชีลับระดับวีไอพีในต่างประเทศ แรงซื้อนี้มหาศาลและรวดเร็วมากครับ เราพยายามยื้อไว้แล้ว แต่... แต่เงินทุนของฝ่ายตรงข้ามหนาแน่นเสียยิ่งกว่ากำแพงเหล็ก เราสู้แรงกระแทกไม่ไหวแล้วครับคุณหนู" ผู้จัดการฝ่ายการเงินละล่ำละลักตอบ เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ
ร่างสูงโปรดปรานของคีย์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและทรงพลัง เสื้อสูทสั่งตัดเข้ารูปขับเน้นบุคลิกที่เปลี่ยนไปจากอดีตราวฟ้ากับเหว ไร้ซึ่งเงาของชายหนุ่มไส้แห้งผู้เคยถูกเหยียดหยาม ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้คนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เย็นชา และไร้ความปรานี ด้านข้างของเขาคือริน หญิงสาวผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน เธอนวมนวลอยู่ในชุดสูทลำลองเรียบหรู ทว่าแววตาคู่นั้นฉายประกายความเข้มแข็งและภาคภูมิใจในตัวคนรักอย่างชัดเจน
"ยินดีที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการนะครับ ทุกท่าน"
เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุม คีย์กวาดสายตาไปหยุดอยู่ที่อัครพล ซึ่งกำลังจ้องมองเขาด้วยความรู้สึกเหมือนเห็นผีสางในเวลากลางวัน
"คีย์! แก... แกเข้ามาในนี้ได้ยังไงวะ รปภ. ไปไหนหมด!" อัครพลผุดลุกขึ้นชี้หน้าตะคอกเสียงหลง ความโกรธเกรี้ยวทำให้สติของเขาขาดผึง "แกมันก็แค่ไอ้จนตรอกที่ฉันเคยเขี่ยทิ้งเหมือนเศษขยะ! อย่ามาทำเป็นผยองแถวนี้เชียวนะ!"
คีย์ไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับอาบไปด้วยกลิ่นอายของความตายและความสะใจที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา เขาย่างสามขุมเข้าหาอัครพลที่ถอยร่นโดยสัญชาตญาณ
"เศษขยะอย่างที่คุณว่าเมื่อก่อน ตอนนี้กำลังยืนอยู่บนหัวคุณแล้วนะอัครพล" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วห้องประชุม "คุณสงสัยใช่ไหมว่าใครกวาดซื้อหุ้นบริษัทคุณจนเกลี้ยงกระดาน คำตอบก็อยู่ตรงหน้าคุณนี่ไงครับ"
อัครพลชะงักกึก ใบหน้าซีดเผือกยิ่งกว่าเดิม สมองของเขาพยายามประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดแต่มันกลับว่างเปล่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร? ไอ้เด็กยากจนที่แม้แต่ค่าข้าวซูชิยังต้องคิดแล้วคิดอีกเมื่อไม่กี่เดือนก่อน จะเอาเงินจากไหนมาฮุบกิจการมูลค่าหลายพันล้านของตระกูลเขา?
"โกหก! แกเอาเงินมาจากไหน! ตระกูลแกมันยากจนข้นแค้น แกไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่ยางรถยนต์ด้วยซ้ำ!" อัครพลแผดเสียงปฏิเสธความจริงอันโหดร้าย ราวกับคนสติแตก
รินที่ยืนเคียงข้างคีย์มาตลอด ขยับตัวก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตมองอัครพลด้วยความสมเพชเวทนาอย่างที่สุด "คนที่มองคนอื่นแค่เปลือกนอกและอำนาจเงินมาตลอดอย่างคุณ... ไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะว่า โลกใบนี้ไม่ได้หมุนรอบตัวคุณคนเดียว" คำพูดนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำทำให้อัครพลถึงกับสะอึกพูดไม่ออก
คีย์ยกมือขึ้นห้ามรินเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับอัครพลตรงๆ
"โลกของเกมมันสอนผมไว้อย่างหนึ่งครับอัครพล... คนที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าตลอดเวลา มักจะเป็นฝ่ายล้มละลายตอนจบเกมเสมอ และตอนนี้ เกมโอเวอร์ สำหรับตระกูลอัครพลแล้วล่ะครับ"
คีย์หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษหน้าจอไทเทเนียมขึ้นมา นิ้วเรียวกดทำรายการเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกก็ดังขึ้นกังวานในความเงียบ
*ติ๊ง!*
ข้อความแจ้งเตือนสถานะการโอนเงินสดเข้าบัญชีกลางเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ส่วนที่เหลือทั้งหมดของบริษัทอัครพล กรุ๊ป ปรากฏขึ้นบนจอโปรเจคเตอร์กลางห้องประชุมอย่างชัดเจน ตัวเลขเงินสดคงเหลือในระบบของคีย์พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด จนผู้จัดการฝ่ายบัญชีถึงกับเป็นลมล้มพับคาเก้าอี้
อัครพลเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาเบิกโพงอย่างไร้จุดโฟกัส ปากอ้าพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ อาณาจักรที่พ่อของเขาสั่งสมมาทั้งชีวิตพังทลายลงในกำมือของชายคนที่เขาเคยเหยียดหยามอย่างไร้ความปรานี
คีย์ก้มลงมองอัครพลที่นั่งหมดสภาพอยู่แทบเท้า สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและเด็ดเดี่ยว ไม่มีแม้แต่ความสงสารหลงเหลืออยู่เลยสักนิด
"เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปซะนะครับ ก่อนที่ผมจะสั่งให้ รปภ. โยนพวกคุณออกไปเหมือนสุนัขข้างถนนจริงๆ"
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวถอยหลังเตรียมจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุมแห่งนี้ ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้และเสียงโวยวายด้วยความสิ้นหวังของเหล่าผู้บริหารตระกูลอัครพล รินส่งยิ้มอ่อนโยนให้คีย์ พร้อมกับเอื้อมมือมาจับมือหนาของเขาไว้แน่นเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น
ทว่า... ในจังหวะที่คีย์กำลังจะก้าวเท้าพารินเดินพ้นจากประตูห้องประชุมนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคีย์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
เบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อผู้โทรเข้าปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ คีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนจะกดรับสายตามสัญชาตญาณ
"สวัสดีครับ" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ
"คุณคีย์คะ... รีบหนีไปจากที่นั่นเดี๋ยวนี้!" เสียงปลายสายเป็นของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารู้จักคุ้นเคยดี น้ำเสียงของเธอกำลังสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "คนที่อยู่เบื้องหลังการซื้อขายทั้งหมด... ไม่ใช่อัครพล... แต่เป็น 'เงาเพลิง' ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในตลาดมืดต่างหาก! และตอนนี้... บัญชีระบบทั้งหมดของคุณกำลังถูกแช่แข็งจากคำสั่งฉุกเฉินระดับโลก!"
คีย์ชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อในพริบตา เมื่อหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือเปลี่ยนจากสีเขียวสดใสกลายเป็นสีแดงฉานพร้อมสัญลักษณ์เตือนภัยขั้นวิกฤตที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบฟ้าท้าเงินล้าน•ตอนที่ 10
ล่มสลายธุรกิจอัครพล
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ล็อกอินวันแรก! ระบบเทพเจ้าจ่ายไม่อั้น สยบฟ้าท้าเงินล้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!