"ขีดเส้นใต้ความเป๊ะแบบนี้ คุณไม่กลัวว่าชีวิตมันจะไม่มีที่ว่างให้ความบังเอิญสวยๆ งามเลยหรือคะ คุณคีริน"
ปลายปากกาเคมีสีดำสนิทชะงักกึกบนกระดาษไขแผ่นรองแปลน รินรดาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาทันที ปล่อยให้ความเงียบของห้องทำงานกะดุมทอง—สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและกาแฟดำเย็นชืด—ทำหน้าที่กดทับบรรยากาศให้หนาแน่นขึ้น โต๊ะสถาปัตยกรรมตัวใหญ่ถูกคั่นกลางด้วยกองโมเดลกระดาษชานอ้อยที่ตัดเย็บอย่างประณีตราวกับหอคอยทหาร ทุกมิลลิเมตรตรงนี้สะท้อนตัวตนของเจ้าของห้องได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไร้รอยขีดข่วน ไร้รอยเปื้อนสีน้ำ และไร้ซึ่งจิตวิญญาณของความไม่สมบูรณ์แบบ
คีรินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะบางเฉียบมองลอดผ่านหน้าจอแท็บเล็ตแสดงผลโครงสร้างอาคาร เขาววางมือลงบนโต๊ะ ช้าและนิ่งสนิท
"ความบังเอิญไม่ใช่ฟังก์ชันในงานออกแบบค่ะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบเรื่อย ราวกับกำลังท่องกฎฟิสิกส์ "สิ่งที่คุณเรียกว่าความบังเอิญสวยงาม ในทางสถาปัตยกรรมมันคือ 'ความเสี่ยง' ที่ควบคุมไม่ได้ และงานของผม... ไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาดแบบนั้น"
รินรดากลั้วหัวเราะในลำคอ เธอวางปากกาลงแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หมุน ผ้ากันเปื้อนผ้าฝ้ายสีมัสตาร์ดที่เปื้อนคราบอะคริลิกสีฟ้าจางๆ ขยับตามแรงเคลื่อนไหว ตัดกับความเรียบตึงของห้องนี้อย่างสิ้นเชิง
"ฟังดูเหนื่อยนะคะ" เธอกล่าวเบาๆ แต่สายตากลับจดจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของอีกฝ่าย "การต้องตื่นมาควบคุมทุกอย่างให้เป็นเส้นตรงตั้งแต่ตื่นจนหลับ คุณไม่เคยรู้สึกอยากทำอะไรที่มัน... เบี่ยงเบนไปจากแปลนที่พ่อของคุณร่างไว้ให้บ้างเลยหรือคะ?"
คำถามนั้นคมกริบกว่าปลายคัตเตอร์ที่คีรินใช้ตัดโมเดล
บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงฮัมของเครื่องปรับอากาศ คีรินไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง ทว่ากล้ามเนื้อบริเวณกรามกลับนูนเด่นขึ้นเล็กน้อย เขากำลังประเมินคำพูดของเธอ เช่นเดียวกับเวลาที่เขาคำนวณการรับน้ำหนักของคานคอนกรีตเสริมเหล็ก—ระมัดระวัง ตึงเครียด และพร้อมจะบล็อกทุกแรงกระแทก
"คุณกำลังก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวเกินขอบเขตของสัญญาจ้างงานออกแบบภาพลักษณ์โครงการแล้วนะคะ รินรดา" เขาตอบเสียงเรียบ ทว่ามีแรงกดดันแฝงเร้น
"เรากำลังคุยเรื่องธีมสีของล็อบบี้ตึก B นะคะ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเสียหน่อย" เธอโต้กลับทันควัน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย "แต่ก็นั่นแหละ... พอฉันเสนอให้ใช้โทนสีน้ำอุ่นไล่ระดับแบบงานศิลปะนามธรรม คุณก็บอกว่ามัน 'ไร้ระเบียบ' ทั้งที่จริงแล้ว... คุณแค่กลัวว่าความไร้ระเบียบนั้น จะไปสะกิดโดนระเบียบปลอมๆ ที่คุณแบกไว้บนบ่าต่างหาก"
คีรินสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาคู่คมจดจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ราวกับกำลังพยายามถอดรหัสอัลกอริทึมที่ซับซ้อนที่สุดในชีวิต ตั้งแต่ร่วมงานกันมา ไม่มีใครกล้าจี้จุดความคาดหวังของครอบครัวที่เขาเพียรพยายามรักษาไว้มาตลอดชีวิตได้อย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ธันวา หัวหน้าโครงการจอมเจ้าเล่ห์ก็ทำได้แค่มอบหมายงานกดดันด้วยผลประโยชน์ แต่รินรดากลับใช้ 'ศิลปะ' เป็นค้อนทุบทำ3ลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นทีละน้อย
"คุณรู้อะไรไหม..." คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหยุดอยู่ใกล้จนรินรดาต้องเงยหน้ามอง เงาสูงใหญ่ของเขาบังแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะจนทาบทับลงบนร่างเธอ "ชีวิตของผมไม่ใช่ผืนผ้าใบที่คุณจะมาแต้มสีสันตามใจชอบได้ ทุกอย่างถูกวางผังไว้หมดแล้วตั้งแต่วินาทีที่ผมเกิด เพื่อให้บริษัทของตระกูลเรายืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดในวงการ"
"แล้วความสุขของคุณล่ะคะอยู่ที่ไหน?" รินรดาถามสวนกลับทันที น้ำเสียงของเธอไม่ได้เยาะเย้ย แต่เต็มไปด้วยความสงสัยที่ลึกซึ้งจนน่าตกใจ "แปลนชีวิตที่คุณถืออยู่... มันมีช่องให้คุณได้ยิ้มจากใจจริงบ้างไหม หรือมีแค่ช่องว่างสำหรับเติมเต็มความคาดหวังของคนอื่น?"
คำพูดนั้นสะท้อนก้องในความเงียบ คีรินชะงักไปครู่ใหญ่ แววตาที่เคยแข็งกระด้างไหววูบชั่วขณะ ราวกับมีรอยร้าวเล็กๆ เกิดขึ้นบนกระจกนิรภัยที่เขาใช้กั้นโลกภายนอก
รินรดาขยับตัวเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของสีน้ำมันและดอกไม้ป่าโชยแตะจมูก สวนทางกับกลิ่นกาแฟดำและกระดาษสะอาดของเขา เธอยื่นมือออกไป ปลายเรียวเลิฟแตะเบาๆ ที่มุมโต๊ะใกล้กับแปลนกระดาษของเขา
"บางครั้งนะคะ... สถาปัตยกรรมที่แข็งแรงที่สุด ไม่ใช่ตึกที่ไร้รอยต่อ แต่เป็นตึกที่มีความยืดหยุ่นพอจะรับแรงกระแทกจากแผ่นดินไหวได้ ชีวิตก็เหมือนกันค่ะคุณคีริน ถ้าคุณตึงเกินไป... สักวันมันจะหัก"
คีรินก้มมองมือนั้น ก่อนจะเงื่อนสายตากลับขึ้นมาสบตากับเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้เสียจนเขารับรู้ได้ถึงจังหวะการหายใจที่มั่นคงของหญิงสาว ร่างสูงนิ่งงัน ราวกับสมองกำลังประมวลผลข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ไม่เคยปรากฏในคู่มือเล่มไหน
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยวาจาใดเพิ่มเติม เสียงสัญญาณแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากแท็บเล็ตบนโต๊ะก็ดังขึ้น *'ติ๊ด!'* หน้าจอแสดงผลข้อความด่วนจากระบบจัดการโครงการกลาง สีแดงกระพริบเตือนระดับความวิกฤต
รินรดาผละถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาช่องว่าง ขณะที่คีรินหันไปมองหน้าจอ แววตาของเขาเปลี่ยนกลับเป็นความเยือกเย็นทันที ทว่าปลายนิ้วที่แตะขอบโต๊ะกลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อาจควบคุมได้
ข้อความบนหน้าจอปรากฏชื่อผู้ส่งที่ไม่คาดคิด—ธันวา พร้อมแนบเอกสารลับโครงการที่ระบุว่าแปลนโครงสร้างทั้งหมดกำลังถูกรื้อถอนโดยคำสั่งเบื้องบน โดยมีชื่อของประธานบริษัท—บิดาของคีริน—เป็นผู้ลงนามอนุมัติด้วยตนเอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความรู้สึกไปกับรินรดากับคีรินในตอนนี้นะคะ
เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม•ตอนที่ 9
บทสนทนาที่ไม่เกี่ยวกับงาน
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจให้นายสถาปนิกไร้รอยยิ้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!