เสียงปิดประตูดังก๊อกเบาๆ ล็อกสลักเวทมนตร์สองชั้นทำงานทันทีด้วยอักขระสีครามจางที่วาบขึ้นบนบานไม้โอ๊กหนา ศาสตราจารย์เซเลนา เวลเวิร์ดไม่ได้หันกลับมามองเรย์ที่เพิ่งก้าวพ้นธรณีประตูทันที เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พนักพิงสูงหลังโต๊ะทำงานที่กองระเกะระかねด้วยตำราเวทโบราณและม้วนกระดาษหนังแกะเก่าคร่ำคร่า แสงจากตะเกียงเวทมนตร์สีอำพันสาดกระทบกรอบหน้าคมคายและเส้นผมสีเงินยวงที่รวบไว้หลวมๆ เผยให้เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นตามวิสัย
“เจ้ารู้ไหมว่ากฎของหอพักปีสองระบุเวลาเคอร์ฟิวไว้กี่โมง, เรย์ อาร์คไลท์” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดันลอยข้ามกองเอกสารมา
“ทราบครับ... สี่ทุ่มตรง ตอนนี้เพิ่งจะสามทุ่มสี่สิบห้า ผมยังมีเวลาหายใจอีกสิบห้านาทีเต็มก่อนที่เวทตรวจจับรอบหอพักจะเริ่มทำงาน” เรย์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่มักใช้กวนประสาทคนรอบข้างเสมอ แม้ในสถานการณ์ที่บรรยากาศรอบตัวชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เขากวาดสายตาสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็ว—คราบเขม่าสีดำจางๆ ใกล้หน้าต่างบานแคบ รอยขีดข่วนเป็นทางยาวบนพื้นหินแกรนิตที่บ่งบอกถึงการเคลื่อนย้ายวัตถุหนัก และกลิ่นอายมานาที่หลงเหลืออยู่ มันไม่ใช่กลิ่นเวทธาตุทั่วไป แต่มันคือกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของ "เวทมนตร์ต้องห้าม" สายดูดกลืนที่เขาคุ้นเคยจากตำราที่ลีออนแอบไปขุดคุ้ยมาเมื่อสัปดาห์ก่อน
“เจ้าเป็นเด็กที่ซนไม่เข้าเรื่องจริงๆ” เซเลนาถอนหายใจยาว เผยให้เห็นความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ เธอเลื่อนม้วนกระดาษหนังสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่งมาตรงหน้า “ดูนี่สิ... สิ่งที่เจ้ากับลีออนไปเจอมาที่ซากโบราณสถานเขตใต้ มันไม่ใช่แค่สัตว์อสูรกลายพันธุ์ธรรมดาอย่างที่พวกสภาอัศวินสรุปรายงานส่งๆ ไปหรอกนะ”
เรย์หุบยิ้มทันที เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางมือลงบนขอบไม้แล้วโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อเพ่งพินิจอักขระเวทที่ถูกร่างด้วยหมึกสีเลือดบนกระดาษแผ่นนั้น รอยเส้นดังกล่าวบิดเบี้ยวและสั่นไหวราวกับมันยังมีชีวิตอยู่ มันคือแผนผังวงเวทเคลื่อนย้ายขนาดใหญ่ที่ถูกฝังรากลึกอยู่ใต้ฐานรากของอาคารเรียนรวมเวทมนตร์—สถานที่ที่พวกเขากำลังนั่งเรียนอยู่ทุกวัน
“วงเวทนี้เชื่อมต่อกับโครงข่ายใต้ดิน... ไม่ใช่แค่ในอาณาจักรเรา แต่โยงใยไปถึงเขตชายแดนตะวันตกที่กองทัพปีศาจเคยรุกรานเมื่อสิบปีก่อน” เรย์พึมพำ วิเคราะห์ด้วยสมองที่ประมวลผลอย่างรวดเร็ว “ถ้าวงเวทนี้สมบูรณ์ มันไม่ใช่แค่การส่งข่าวสาร แต่มันคือ ‘ประตูมิติ’ ขนาดมหึมาที่จะดึงกองกำลังมหาศาลเข้ามาใจกลางโรงเรียนได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกำแพงเมือง... อาจารย์ครับ ใครเป็นคนอนุมัติให้ขุดเจาะพื้นที่เขตนั้นล่ะครับ ในเมื่อรายงานระบุชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกปิดตายมาตั้งแต่สงครามครั้งใหญ่”
“ไม่มีใครอนุมัติ... นั่นแหละคือปัญหา” เซเลนากัดริมฝีปากแน่น แววตาสั่นไหวด้วยความกังวลที่หาได้ยากยิ่งจากอาจารย์ผู้เคร่งขรึม “มีหนอนกระ่อนอยู่ในสภาสูงของอัศวิน และอาจลามไปถึงระดับผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย ข้าพยายามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเงียบๆ มานานหลายเดือน แต่ยิ่งขุดคุ้ยลึกเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งพบว่าเครือข่ายของพวกมันแผ่ขยายกว้างกว่าที่คิด เจ้าเด็กปีสองอย่างพวกเจ้าไม่ควรเอาตัวเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เลย เรย์... เจ้าควรจะถอยออกไป”
“ถอยเหรอครับ?” เรย์หัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาเจือความดื้อรั้นแต่นุ่มนวลอย่างเป็นสุภาพบุรุษ “ถ้าผมกับลีออนถอย แล้วใครจะเป็นคนคอยระวังหลังให้อาจารย์เวลาที่อาจารย์ต้องลุยเดี่ยวเข้าไปในรังของพวกมันล่ะครับ? อาจารย์ก็รู้ว่าผมไม่ใช่พวกชอบหาเรื่องใส่ตัว... แต่ถ้าเรื่องนั้นมันทำให้คนที่ผมเคารพต้องตกอยู่ในอันตราย ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเอาตัวเองเข้าไปขวางไว้”
คำพูดตรงไปตรงมาแต่แฝงด้วยความจริงใจนั้นทำให้เซเลนาชะงักไปชั่วขณะ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มผู้เป็นลูกศิษย์ แววตาสีเทาเข้มของเธอไหววูบคล้ายสะท้อนภาพเงาของใครบางคนในอดีต—คนที่มีรอยยิ้มมั่นใจและดื้อรั้นไม่แพ้กัน ก่อนที่เธอจะหลบสายตาแล้วเอื้อมมือไปหยิบกริชเล่มเล็กด้ามอัญมณีสีนิลยื่นให้เขา
“พกกริชเล่มนี้ไว้... มันไม่ใช่แค่ศาสตราวุธ แต่มันคือ ‘ศิลาผนึก’ ที่สลักโค้ดเวทเฉพาะตัวของข้า หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินและเจ้าถูกตัดขาดจากระบบสื่อสารเวทมนตร์ ให้ถ่ายมานาลงไปในอัญมณี มันจะสร้างเกราะป้องกันระดับเจ็ดที่สามารถต้านทานการโจมตีของนักเวทระดับสูงได้เป็นเวลาสามนาที... สามนาทีนั้นยาวนานพอให้เจ้าหนีรอด หรือไม่ก็ลากคอมันมาตบสักฉาดได้ล่ะนะ” เซเลนาพูดติดตลกฝืดๆ เพื่อลดความตึงเครียดในห้อง
เรย์รับกริชเล่มนั้นมา น้ำหนักของมันพอดีมือ และความเย็นยะเยือกจากตัวโลหะก็ซึมผ่านฝ่ามือเข้าสู่กระแสมานาของเขาโดยตรง “ขอบพระคุณครับอาจารย์ ผมจะเก็บรักษามันไว้อย่างดีราวกับชีวิตของตัวเองเลย” เขายิ้มรับพร้อมโค้งศีรษะเล็กน้อยตามธรรมเนียมอัศวิน
ทว่า... ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยถามถึงแผนการขั้นต่อไป บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เคยเงียบสงบก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
*ปัง!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวมาจากทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องแหลมสูงของกระดิ่งเตือนภัยเวทมนตร์ระดับสีแดงฉานที่สาดแสงวับวาบไปทั่วผนังหิน แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนกองตำราบนโต๊ะร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นกระจาย ตัวอาคารสั่นคลอนราวกับแผ่นดินไหว และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเรย์กระตุกวูบไม่ใช่แรงระเบิดนั้น... แต่เป็น "เสียงฝีเท้า" นับร้อยที่กำลังก้าวเข้ามาล้อมรอบหอพักอาจารย์อย่างเป็นระบบ
เซเลนาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที สีหน้าของเธอกลายเป็นเย็นชาและเคร่งเครียดถึงขีดสุด เปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนลุกโชนขึ้นรอบฝ่ามือของเธอ “พวกมันมาเร็วกว่ากำหนด... เรย์ ประตูหน้าถูกปิดตายแล้ว ใช้หน้าต่างด้านหลังหลบหนีไปซะ!”
“แล้วอาจารย์ล่ะครับ?” เรย์ถามเสียงเข้ม แววตาฉายประกายความเด็ดเดี่ยว เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนหนีไปไหน แต่มือขวากลับกุมด้ามดาบคาตานะข้างเอวแน่น เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
“ไม่ต้องห่วงข้า! หน้าที่ของเจ้าคือมีชีวิตรอดแล้วนำหลักฐานพวกนี้ไปให้ลีออน...” เซเลนายังพูดไม่ทันขาดคำ ประตูไม้โอ๊กหนาหน้าห้องก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยคลื่นกระแทกเวทมนตร์สีดำสนิท
ควันสีเทาฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง และในกลุ่มควันหนาทึบนั้น ร่างของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทสวมหน้ากากโลหะรูปกะโหลกอัศวินโบราณก็ก้าวเท้าพ้นธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่บาดลึกถึงโสตประสาท
“คิดว่าจะหนีไปไหนพ้นล่ะครับ... ท่านศาสตราจารย์ผู้ทรยศ และ... เจ้าหนูอัศวินฝึกหัดผู้โชคร้าย”
- วาเลนเทียอัศวินมืด
อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้าม•ตอนที่ 18
แผนการลับในห้องทำงานอาจารย์
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินฝึกหัดกับทฤษฎีเวทมนตร์ฉบับต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!