กลิ่นอายของกำยานดอกกุ้ยฮวาผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในโสตประสาท ราวกับวิญญาณที่ยังติดตรึงอยู่บนลานประหารเมื่อสามปีก่อน ความเจ็บปวดจากการถูกลงทัณฑ์ด้วย ‘กระบี่อาญาสวรรค์’ ที่กรีดแทะกระดูกทีละนิ้วยังคงฝังแน่นในความทรงจำ แม้ลมหายใจในปัจจุบันจะไม่ได้ติดขัดทรมานเช่นนั้นแล้วก็ตาม
"คุณหนูเจ้าคะ... คุณหนูฟื้นแล้วหรือยังเจ้าคะ บ่าวใจหายหมดแล้วนะเจ้าคะ"
เสียงสะكومสะอื้นที่คุ้นเคยจนน่าใจหายดังขึ้นข้างกาย หลิวหยางเฟยค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ ภาพความมืดมิดและเปลวเพลิงแห่งความพินาศค่อยๆ เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยม่านมุ้งผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชมพูอ่อนสะท้อนกับแสงตะเกียงหยกเขียวในห้องนอนคุ้นตา—ห้องนอนของนางในจวนสกุลหลิว เมื่อสามปีก่อน ก่อนที่ตระกูลทั้งตระกูลจะถูกปรักำว่ากบฏและถูกกวาดล้างจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน
นางก้มมองเรียวนิ้วของตนเอง ผิวพรรณผุดผ่องไร้รอยแผลเป็นจากโซ่ตรวน เหล็กเย็นเยียบที่เคยล่ามข้อมือหายไป เหลือเพียงกำไลหยกมันแพะสลักลายเมฆมงคลที่มารดาผู้ล่วงลับสวมให้ในพิธีปักปิ่น
นางย้อนเวลากลับมาแล้ว... กลับมาในวันที่ทุกอย่างยังไม่สายเกินแก้
"ข้า... เป็นอย่างไรบ้าง" เสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย แต่แววตาที่ทอดมองไปยังสาวใช้ประจำตัวนามว่า 'ชุนฮวา' กลับเยือกเย็นและลุ่มลึกจนอีกฝ่ายถึงกับผงะ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความประหลาดใจ
"คุณหนูมีไข้สูงถึงสามวันสามคืนเพิ่งจะสลดลงเจ้าค่ะ บ่าวตกใจแทบแย่ เกรงว่า... เกรงว่าท่านแม่ทัพจะเรียกหมอหลวงไม่ทันการณ์เสียแล้ว" ชุนฮวาเช็ดน้ำตาด้วยชายแขนเสื้อปักลายดอกไม้
ท่านแม่ทัพ... บิดาผู้ซื่อสัตย์ภักดีจนตัวตายเพื่อราชสำนัก แต่สุดท้ายกลับถูกฮ่องเต้และเหล่าขุนนางกังฉินหักหลังอย่างเลือดเย็น หลิวหยางเฟยแค่นยิ้มใน
รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกไม้พิษที่ผลิบานในคืนเดือนมืด ช่างน่าขันสิ้นดี ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสนางได้หวนคืนสู่กระดานหมากนี้อีกครา ครั้งนี้นางจะไม่ยอมเป็นเบี้ยให้ใครเข่นฆ่าตามอำเภอใจอีกเด็ดขาด หมากทุกตัวที่เคยเหยียบย่ำสกุลหลิว นางจะค่อยๆ ถอนรากถอนโคน ชำระแค้นด้วยเลือดและน้ำตาแบบทบต้นทบดอก
"ชุนฮวา" นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงจนชุนฮวาต้องรีบขานรับ
"เจ้าค่ะคุณหนู"
"ไปเตรียมน้ำอุ่นสำหรับผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ และ... นำชุดคลุมผ้าไหมสีนิลปักลายด้ายเงินมาให้ข้า วันนี้ข้าจะไปคารวะท่านพ่อที่ห้องหนังสือ"
ชุนฮวาพยักหน้ารับด้วยความงุนงง แม้จะรู้สึกว่าคุณหนูผู้เคยอ่อนหวานและเอาแต่ใจในยามนี้มีบรรยากาศบางอย่างที่เปลี่ยนไป ราวกับคมกระบี่ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ฝักอันงดงาม ทว่านางก็ไม่กล้าซักไซ้ รีบเร่งมือจัดเตรียมตามคำสั่ง
ยามเมื่อส่องกระจกทองเหลืองเงางาม หลิวหยางเฟยสำรวจตนเองในวัยสิบเจ็ดปี เส้นผมสีดำสนิทดุจแพรไหมถูกรวบครึ่งศีรษะปักด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์ อาภรณ์สีฟ้าครามขับเน้นให้ผิวพรรณขาวเนียนดั่งหิมะ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยประกายปัญญาที่เหนือล้ำกว่าสตรีในวัยเดียวกัน นางไม่ใช่คุณหนูในห้องหอที่วันๆ เอาแต่เย็บปักถักร้อยอีกต่อไปแล้ว แต่นี่คือกุนซือหญิงผู้กุมชะตากรรมของแคว้นไว้ในกำมือ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เงาร่างสูงโปร่งของบิดาจะปรากฏขึ้นที่หน้าฉากกั้นไม้แกะสลัก ท่านแม่ทัพหลิวจ้านก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือหนากำกระดาษแผ่นหนึ่งแน่นจนยับยู่ยี่
"หยางเฟย อาการเจ้าดีขึ้นแล้วหรือ? พ่อเพิ่งได้ข่าวจากบ่าวไพร่ว่าเจ้าฟื้นแล้ว"
หลิวหยางเฟยรีบลุกขึ้นย่อกายคารวะบิดาอย่างงดงามตามธรรมเนียม แต่สายตากลับกวาดมองไปที่กระดาษในมือของเขาอย่างรวดเร็ว "ท่านพ่อมีเรื่องกลุ้มใจอันใดหรือเจ้าคะ สีหน้าของท่านจึงดูย่ำแย่ถึงเพียงนี้"
หลิวจ้านถอนหายใจยาวนานด้วยความเหนื่อยล้า เขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมก่อนจะเอ่ยขึ้น "ราชสำนักกำลังปั่นป่วน ฮ่องเต้ทรงมีราชโองการลับมอบหมายให้สกุลหลิวจัดเตรียมเสบียงและกองกำลังหนึ่งหมื่นนายเพื่อส่งไปสมทบกับ 'ชินอ๋องจิ้นอี้' ที่ชายแดนเหนือ... แต่ทว่า เสบียงในคลังหลวงกลับถูกยักยอกจนว่างเปล่า หากข้าส่งกองกำลังไปโดยไม่มีเสบียงสนับสนุน เกรงว่าจะเข้าข่ายความผิดฐานทอดทิ้งกองทัพ มีโทษถึงประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร!"
คำว่า *'ชินอ๋องจิ้นอี้'* ลอยเข้าสู่โสตประสาทของหลิวหยางเฟย ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ
จิ้นอี้... อ๋องปีศาจผู้เย็นชา ไร้ความปรานี และทรงอำนาจที่สุดในแคว้น บุรุษผู้ที่ในชาติก่อนเคยนำกองทัพบุกเข้าเมืองหลวงเพื่อล้างแค้นให้สกุลหลิว แต่กลับมาช้าไปก้าวเดียวจนได้พบเพียงร่างไร้ลมหายใจของนาง บุรุษผู้ที่ยอมสวมชุดไว้ทุกข์สีขาวตลอดชีวิตและก่อกบฏโค่นล้มราชบัลลังก์เพื่อสังหารทุกคนที่เคยทำร้ายนาง
ในชาติภพก่อน นางไม่เคยเข้าใจความรู้สึกที่ลึกซึ้งและบ้าคลั่งของเขา จนกระทั่งวันที่นางตายในอ้อมแขนของเขาบนลานประหาร นางถึงได้รู้ว่าภายใต้หน้ากากน้ำแข็งและความโหดเหี้ยมนั้น มีหัวใจที่มั่นคงดั่งหินผาของบุรุษผู้นี้มอบให้นางเพียงผู้เดียว
รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความหมายปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลิวหยางเฟย
"ท่านพ่อไม่ต้องกังวลไปเจ้าคะ" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นจนบิดาต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ "เรื่องเสบียงและกองกำลังนี้ ให้ลูกเป็นคนจัดการเองเจ้าค่ะ"
"เจ้า? หยางเฟย เจ้าจะจัดการอย่างไร นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะลูก!" หลิวจ้านขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวล
"ลูกไม่ได้ล้อเล่นเจ้าคะท่านพ่อ" หลิวหยางเฟยเดินเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุ้ยฮวาบนตัวนางลอยแตะจมูกบิดา "ในเมื่อคลังหลวงไม่มีเสบียง เราก็แค่ไป 'ยืม' จากพ่อค้าคนกลางผู้ฉ้อฉลที่กักตุนสินค้าไว้ หรือไม่ก็... จากเหล่าขุนนางกังฉินที่สูบเลือดเนื้อประชาชนมานานปี รับรองว่างานนี้ เราจะได้ทั้งเสบียงครบถ้วน และยังได้ผูกมิตรกับชินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพเหนือไว้อย่างมั่นคงอีกด้วยเจ้าคะ"
ดวงตาของหลิวจ้านเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามเมื่อได้ยินแผนการอันล้ำลึกและกล้าหาญเกินกว่าสตรีทั่วไปจะคิดได้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศในห้องหนังสือกำลังตึงเครียดด้วยแผนการอันแยบยล จู่ๆ ลมพายุลูกใหญ่ก็พัดโหมกระหน่ำเข้าใส่หน้าต่างจนบานไม้เปิดผาง เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ดังขึ้นที่หน้าเรือน พร้อมกับเสียงรายงานของพ่อบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยความหวาดกลัว
"ท่านแม่ทัพ! คุณหนู! แย่แล้วขอรับ! มี... มีราชโองการด่วนจากวังหลวง!"
หลิวหยางเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย นางก้าวไปยืนที่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังลานบ้าน ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปราย เงาร่างของขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการสีทองอร่ามกำลังก้าวเข้ามา พร้อมด้วยทหารองครักษ์เสื้อแพรที่ชักกระบี่ออกจากฝักประกบล้อมเรือนไว้อย่างแน่นหนา
และที่ด้านหน้าสุด... ม้าศึกสีดำสนิทตัวใหญ่ยักษ์หยุดนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝน บุรุษในชุดคลุมยาวสีดำปักลายมังกรเงิน
ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพสลักแต่เย็นชาไร้ความรู้สึก นัยน์ตาสีเข้มดั่งหุบเหวไร้ก้นบึ้งกำลังจดจ้องตรงมาที่เรือนของนาง
ชินอ๋องจิ้นอี้... เสด็จมาถึงจวนสกุลหลิวเร็วกว่ากำหนดการเดิมถึงสามวัน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและฟาดฟันความอยุติธรรมไปกับ "เงียบแต่ฟาดเรียบ" นะคะ
กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา•ตอนที่ 1
เถ้าถ่านที่เริ่มก่อตัว
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!