พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 1

หน้ากากสีเลือด

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“ถ้าคุณคิดจะใช้ความสวยเพียงอย่างเดียวเพื่อแทรกซึมเข้ามาในงานนี้ คุณประเมินมาตรฐานของตระกูลแวน ฮอร์นต่ำเกินไปแล้ว แม่สาวน้อย” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยกระแสกดดันเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียงชั้นลอย เอเลน่า วอน เดอ บรูค ชะงักปลายนิ้วที่กำลังจัดช่อดอกกุหลาบสีดำบนปกเสื้อชุดราตรีผ้าไหมสีเลือดนก เธอไม่หันกลับไปมองในทันที แต่เลือกที่จะจิบแชมเปญในแก้วคริสตัลช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมัน ท่ามกลางเสียงดนตรีออเคสตราที่บรรเลงบทเพลงวอลซ์อันโศกเศร้าก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลแวน ฮอร์น คืนนี้... แสงเทียนนับพันเล่มในโคมแชนเดอเลียร์คริสตัลดูเหมือนจะเต้นระบำไปตามลมหายใจที่สั่นไหวของเอเลน่า เธอมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อเต้นรำ แต่เพื่อค้นหาตราประทับสีทองแดงที่หายไปในคืนที่คฤหาสน์วอน เดอ บรูค กลายเป็นเถ้าถ่าน “มาตรฐานที่ว่า... รวมถึงการดักฟังสุภาพสตรีที่ยืนอยู่เพียงลำพังด้วยหรือคะ ท่านเคานต์?” เอเลน่าหมุนตัวกลับ เผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากลูกไม้สีดำสนิท ดวงตาคู่คมของเธอจดจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเงามืด คาสเซียน แวน ฮอร์น ในชุดสูททักซิโดสีเข้มสนิทดูราวกับรูปปั้นเทพบุตรผู้ถูกสาป ดวงตาสีเทาเย็นเยียบราวกับธารน้ำแข็งในฤดูหนาวของเขากวาดมองเธอตั้งแต่ปลายเท้าจรดศีรษะอย่างเปิดเผยและจาบจ้วง ไม่มีความยำเกรงในแววตานั้น มีเพียงความสงสัยที่คมกริบดุจใบมีด “ที่นี่ไม่มีสุภาพสตรี มีเพียงผู้ล่าและผู้ถูกล่า” คาสเซียนก้าวเข้ามาใกล้จนเอเลน่าได้กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและกลิ่นโลหะที่แปลกประหลาด “และคุณ... คุณก้าวเข้ามาในถิ่นของผมด้วยรองเท้าที่ส้นพังไปข้างหนึ่ง กลิ่นน้ำหอมราคาถูกที่พยายามปกปิดกลิ่นคาวเลือดที่ติดอยู่ตามชายกระโปรงนั่นอีก” เอเลน่าหัวใจกระตุกวูบ เธอฝืนยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็น “ท่านช่างเป็นคนช่างสังเกตนะคาสเซียน แต่น่าเสียดาย... สายตาที่คมกริบของท่านกลับมองข้ามรายละเอียดที่สำคัญที่สุดไป” “รายละเอียดที่ว่าคืออะไร?” คาสเซียนโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหูของเธอ “ว่าคุณกำลังยืนคุยอยู่กับ ‘ศพ’ ที่เดินได้” เอเลน่าขยับตัวเข้าใกล้จนหน้ากากของทั้งสองเกือบจะแตะกัน “คดีฆาตกรรมวอน เดอ บรูคเมื่อสิบปีก่อน ใครๆ ก็บอกว่าไม่มีผู้รอดชีวิต แต่ถ้าท่านลองมองดูที่ข้อมือซ้ายของข้าพเจ้าให้ดี... ท่านจะเห็นว่ารอยแผลเป็นนี่ไม่ได้เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ แต่มันคือจดหมายลาตายที่คนร้ายทิ้งไว้ให้” คาสเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง มือหนาที่ถือแก้วไวน์สั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะกระชากข้อมือของเธอขึ้นมาดูภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกบานสูง รอยแผลเป็นรูปกุหลาบประหลาดที่ข้อมือของเอเลน่าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับมีชีวิตเมื่อสัมผัสกับไอเย็นจากร่างกายของคาสเซียน ทั้งคู่ยืนนิ่งงัน ราวกับถูกพันธนาการด้วยพันธะบางอย่างที่มองไม่เห็น กระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วห้องโถงจนเสียงดนตรีรอบข้างดูเหมือนจะไกลออกไป คาสเซียนปล่อยมือเธอราวกับถูกของร้อน เขามองรอยแผลนั้นด้วยความตระหนกที่พยายามเก็บซ่อนไว้ “รอยตรานั่น... มันไม่มีทางเป็นไปได้ คุณไม่ใช่คนของตระกูลนั้น คุณเป็นใครกันแน่?” “คนที่จะทวงทุกอย่างคืน” เอเลน่าตอบเสียงเรียบ แต่แววตาของเธอสั่นไหวด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน “และคืนนี้ จะเป็นคืนที่ความลับของแวน ฮอร์น ถูกขุดออกมาประจานต่อหน้าแขกเหรื่อทุกคน” “คุณคิดจะทำอะไร?” คาสเซียนขมวดคิ้วแน่น มือของเขาเอื้อมไปที่กระเป๋าเสื้อด้านในเหมือนจะคว้าบางอย่าง แต่ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงก็ดังขึ้นจากกลางโถงเต้นรำ แขกเหรื่อต่างแตกตื่นหันไปมองที่เวทีกลางห้อง ดอกกุหลาบสีแดงสดจำนวนนับร้อยกลีบโปรยปรายลงมาจากเพดานสูง ทุกกลีบอาบไปด้วยของเหลวหนืดข้นที่ส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วงาน ราวกับมีคนตัดหัวใจคนมาโปรยเป็นหิมะสีเลือด เอเลน่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์ที่ถูกเขียนด้วยเลือดสดๆ บนผืนพรมกลางห้อง... มันคือตราสัญลักษณ์ของตระกูลวอน เดอ บรูค ที่ถูกกากบาทด้วยมีดสั้น คาสเซียนหันกลับมามองเอเลน่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาคว้าข้อมือของเธอแน่น ลากให้ก้าวตามไปทางประตูลับหลังม่านกำมะหยี่ “นี่ไม่ใช่ฝีมือคุณ” คาสเซียนกระซิบผ่านไรฟัน น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด “มีคนอื่นที่รู้เรื่องนี้... คนที่อยู่เหนือกว่าพวกเราทั้งคู่กำลังเล่นเกมนี้อยู่ และถ้าเราไม่อยากจบชีวิตในคืนนี้ คุณต้องถอดหน้ากากนั่นออกเดี๋ยวนี้!” “ทำไมฉันต้องฟังคุณ?” เอเลน่าสะบัดตัวออก แต่คาสเซียนกลับดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่น มือของเขาเลื่อนไปแตะที่หน้ากากของเธอ และก่อนที่เธอจะทันได้ขัดขืน เขาก็กระชากหน้ากากนั้นออกต่อหน้าสายตาแขกคนอื่นๆ ที่เริ่มหันมามองด้วยความฉงน ทว่า... สิ่งที่ปรากฏอยู่หลังหน้ากากไม่ใช่ใบหน้าของเอเลน่า วอน เดอ บรูค แต่กลับเป็นรอยสักสีดำสนิทที่แผ่ขยายลามไปถึงลำคอราวกับเถาวัลย์พิษ พร้อมกับเสียงกระซิบจากเงามืดที่ดังขึ้นข้างหูเธอว่า... *“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... แม่กุหลาบอาบเลือด”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปริศนาในเงามืดไปพร้อมกับฉัน... จูบแรกยามสายัณห์
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%