“เธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ตะวัน นายแค่ตาฝาดเพราะความเหนื่อยล้า”
ลุงมาร์ควางมือหนักๆ ลงบนบ่าผม แรงกดนั้นไม่ได้ทำให้เจ็บ แต่มันดึงสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง ผมหันไปมองจุดที่เงาร่างนั้นเคยยืนอยู่—มุมมืดใต้โคมไฟเก่าที่กระพริบถี่ๆ หน้าสถานีรถไฟเมืองเล็กๆ แห่งนี้—ว่างเปล่า เหลือเพียงไอเย็นของค่ำคืนที่เกาะอยู่ตามขอบหน้าต่างไม้ผุๆ ของเกสต์เฮาส์
“ไม่ใช่ความเหนื่อยล้าครับ” ผมตอบ เสียงแหบแห้งจนแทบจำเสียงตัวเองไม่ได้ “แววตานั่น… กลิ่นจางๆ ของดอกมะลิที่เธอชอบใช้... ลุงครับ ผมไม่เคยลืมมันเลยตลอดห้าปี”
ลุงมาร์คถอนหายใจยาว พ่นควันบุหรี่มวนบางจางหายไปในอากาศหนาวเหน็บ แกไม่พูดอะไรต่อ แต่เดินนำผมเข้าไปในตัวเกสต์เฮาส์ไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ติดกับรางรถไฟสายเก่า เสียงเหล็กกระทบเหล็กดังสะท้อนมาเป็นระยะๆ ราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติของผมในยามนี้
ประตูไม้บานใหญ่เปิดออก กลิ่นอับของไม้เก่าผสมกับกลิ่นชื้นของฝนจางๆ ปะทะจมูก ล็อบบี้ชั้นล่างไม่ได้เป็นสถานที่หรูหรา แต่มันคือโลกย่อส่วนของนักเดินทางเป้ใบเดียว แผนที่โลกที่เต็มไปด้วยหมุดปักเปรอะเปื้อนอยู่บนผนังไม้ ลำโพงเก่าเปิดเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ที่แทบจะถูกกลบด้วยเสียงรถไฟที่กำลังแล่นผ่านไป
“ห้องพักรวมสิบเตียงว่างพอดี” ลุงมาร์คหันมาบอกผม สายตาแกคมกริบเหมือนกำลังอ่านหนังสือที่ชื่อว่า ‘ตะวัน’ อยู่ในใจ “นายจะนอนขดตัวเป็นก้อนหินอยู่ตรงนี้ หรือจะไปทำความรู้จักกับคนที่จะกลายเป็นเพื่อนร่วมทางในคืนนี้ดีล่ะ?”
ผมเดินตามแกเข้าไปในห้องขนาดกลางที่มีเตียงสองชั้นเรียงรายอยู่ห้าเตียง แสงไฟสลัวจากหลอดตะเกียงทำให้เห็นร่างคนหลายคนที่กำลังยุ่งอยู่กับการจัดเป้ เช็ดเลนส์กล้อง หรือไม่ก็นอนอ่านหนังสือเงียบๆ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้บุกรุกในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของใครบางคน
“สวัสดี” ผมเอ่ยทักทายเสียงเบา พยายามไม่ให้ดูเกร็งเกินไป
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่กำลังกางสมุดบันทึกอยู่บนเตียงชั้นล่างเงยหน้าขึ้น เขาสวมแว่นกรอบหนาและมีรอยยิ้มที่เป็นมิตรจนน่าแปลกใจ “ยินดีต้อนรับสู่เกสต์เฮาส์ที่รถไฟชอบปลุกเราตอนตีสาม”
ผมนั่งลงบนเตียงที่ว่างอยู่ข้างๆ เขา ลุงมาร์คหายตัวไปทางมุมบาร์เล็กๆ ทิ้งให้ผมเผชิญหน้ากับความแปลกหน้าตามลำพัง ผมวางเป้ใบเก่งลงข้างตัว พยายามสำรวจห้องผ่านหางตา คนที่นี่ดู... อิสระ พวกเขามีสิ่งหนึ่งที่ผมขาดหายไป นั่นคือแววตาที่ไม่มีคำถามว่า ‘ฉันมาทำอะไรที่นี่’
“นายมาตามหาอะไรหรือเปล่า?” ชายที่นั่งข้างๆ ถามโดยไม่ละสายตาจากสมุดบันทึก
“แค่ลองเดินทางดู” ผมตอบเลี่ยงๆ “แล้วนายล่ะ?”
เขาวางปากกาลง หัวเราะเบาๆ “ฉันเดินทางมาเพื่อทิ้งสิ่งที่จำได้ ชีวิตที่บ้านมันแน่นเกินไป จนบางทีฉันลืมไปว่าการหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องวันพรุ่งนี้มันรู้สึกยังไง การนอนร่วมกับคนแปลกหน้าแบบนี้แหละ คือยาดีที่สุด เพราะที่นี่ไม่มีใครตัดสินเราจากนามบัตรหรือชื่อเสียงที่สะสมมา”
คำพูดของเขาทำให้ผมชะงัก ผมเคยเป็นคนแบบนั้น คนที่สร้างเกราะป้องกันตัวเองไว้แน่นหนา จนกระทั่งวันที่เธอจากไป... หรือวันที่ผมเลือกที่จะปล่อยมือจากทุกอย่าง
ในขณะที่ผมกำลังจะถามชื่อเขา เสียงหวูดรถไฟก็ดังสนั่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันนานและก้องกังวานกว่าครั้งไหนๆ จนผนังไม้สั่นสะเทือน ผมมองออกไปทางหน้าต่างบานเล็กที่หันหน้าเข้าหารางรถไฟ
ในเสี้ยววินาทีที่ไฟจากโบกี้รถไฟกวาดผ่านหน้าต่างเข้ามา แสงนั้นกระทบเข้ากับบางสิ่งที่วางอยู่บนเตียงตรงข้าม—กระเป๋าผ้าใบสีซีดที่คุ้นตา มันมีรอยปักรูปดาวดวงเล็กๆ ที่มุมกระเป๋า... รอยปักที่ผมเคยทำหลุดมือตอนไปทริปเชียงคานด้วยกันเมื่อห้าปีก่อน
ลมหายใจผมสะดุดกึก ความทรงจำที่พยายามฝังกลบระเบิดออกในอก
“ตะวัน?” เสียงของลุงมาร์คดังขึ้นจากหน้าประตู “ไปกินมื้อดึกกันเถอะ มีเบียร์ท้องถิ่นรสชาติดีรออยู่ข้างนอก”
ผมไม่ได้ยินสิ่งที่ลุงพูด สายตาผมจับจ้องไปที่เจ้าของกระเป๋าใบนั้น—หญิงสาวผมสั้นในชุดเสื้อเชิ้ตยับๆ ที่นอนหันหลังให้พวกเรา เธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นนั่งช้าๆ บรรยากาศในห้องเงียบลงเหมือนเวลาถูกหยุดไว้ เสียงรถไฟที่แล่นผ่านไปไกลเริ่มเงียบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
เธอค่อยๆ หันหน้ามา...
ผมตัวเย็นวาบ เมื่อดวงตาคู่ที่ผมเฝ้าตามหามาตลอดห้าปีสบเข้ากับดวงตาผมพอดี แต่มันไม่ใช่ความดีใจที่พุ่งเข้ามาแทนที่ความว่างเปล่า มันคือความหวาดกลัวที่ปนเปไปกับความสับสน เมื่อเธอเอ่ยชื่อที่ผมไม่ได้ยินมานานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
“ตะวัน... นายจริงๆ ด้วย” เธอกล่าวพร้อมกับหยิบจดหมายซองสีเหลืองซีดที่พับไว้ในมือขึ้นมา “ฉันว่าแล้ว... ว่าทำไมลุงคนนั้นถึงจงใจให้ฉันจองเตียงที่นี่ในคืนนี้”
ผมหันกลับไปมองที่ประตู ลุงมาร์คไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าและประตูที่เปิดแง้มไว้รับลมหนาว ทิ้งให้ผมอยู่กับผู้หญิงที่เป็นทั้งต้นเหตุของความฝันและหายนะในชีวิตผม
ขอบคุณที่ร่วมออกเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
- แบกเป้ท่องโลก -
บันทึกสะพายเป้: ปลายทางที่ไม่ใช่แค่แผนที่•ตอนที่ 3
เกสต์เฮาส์ริมทางรถไฟ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะพายเป้: ปลายทางที่ไม่ใช่แค่แผนที่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!