“เลิกมองย้อนกลับไปได้แล้วตะวัน ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นเจ้าของอนาคตคุณ และเธอไม่เคยเป็นเจ้าของอดีตที่คุณกำลังพยายามแบกไว้นั่นด้วย”
น้ำเสียงแหบพร่าแต่มั่นคงดังขึ้นจากด้านหลัง ผมไม่ได้สะดุ้งตัว แต่ความเย็นเยียบที่แล่นพล่านในอกกลับทำให้ผมชะงัก ลุงมาร์คยืนพิงเสาเหล็กของชานชาลาสถานีรถไฟเก่าคร่ำคร่า ในมือเขามีตั๋วสองใบที่ขยำจนยับยู่ยี่ หมวกทรงเบเรต์สีเข้มถูกกดต่ำลงจนบดบังดวงตาข้างหนึ่ง แต่ผมรู้ว่าภายใต้เงานั่น เขากำลังจ้องมองผ่านตัวผมไปถึงเงาของหญิงสาวที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่
“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมกำลังนึกถึงใคร” ผมถาม โดยไม่แม้แต่จะหันไปสบตา
“คนมีปมมักจะมีกลิ่นเฉพาะตัว กลิ่นของความเสียดายที่เข้มข้นจนคนรอบข้างสำลัก” ลุงมาร์คเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นยาสูบจางๆ กับกลิ่นหนังเก่าๆ จากเป้ใบใหญ่ของเขาโชยมาแตะจมูก “ไปเถอะ รถไฟเที่ยวสายกำลังจะเทียบชานชาลา ถ้าคุณยังมัวแต่มองประตูบานเดิม คุณจะไม่มีวันเห็นหน้าต่างบานใหม่”
ผมกำสายเป้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ตัดสินใจเดินตามชายวัยเก๋าคนนี้ไปโดยไร้ข้อโต้แย้ง สถานีรถไฟแห่งนี้ตั้งอยู่บนรอยต่อของสองประเทศ ลมหนาวพัดเอาละอองหิมะปนฝุ่นละอองเข้ามาปะทะใบหน้า เสียงหวูดรถไฟดังโหยหวนเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังบาดเจ็บ มันเป็นเสียงเดียวกับความรู้สึกในใจผมตอนที่หญิงสาวคนนั้นบอกว่า ‘ความฝันของเธอคือภาระของฉัน’
เมื่อก้าวขึ้นขบวนรถไฟที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากยุคสงครามเย็น ตู้โดยสารว่างเปล่า มีเพียงเสียงเหล็กกระทบรางเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลุงมาร์คนั่งลงฝั่งตรงข้าม เขาหยิบแผนที่เก่าๆ ออกมาขีดเขียนด้วยดินสอไม้
“ทำไมต้องเป็นผม” ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “คนอย่างลุงน่าจะต้องการเพื่อนร่วมทางที่เก่งกว่า หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นคนที่ไม่มีสัมภาระทางใจหนักอึ้งขนาดนี้”
ลุงมาร์คเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีฟ้าอ่อนคู่นั้นดูราวกับผ่านการมองโลกมาทุกรูปแบบ เขาวางดินสอลงแล้วจ้องหน้าผม “คนรุ่นคุณมักเข้าใจผิดว่าการเดินทางคือการหนีความจริง แต่จริงๆ แล้วมันคือการไปยืนในที่ที่ ‘ตัวเองคนเดิม’ ไปไม่ถึงต่างหาก ผมไม่ได้ต้องการคนเก่ง ผมต้องการคนที่พร้อมจะ ‘พังทลาย’ แล้วประกอบร่างใหม่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก”
เขาเว้นจังหวะ สายตาเหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นที่หลังมือผมซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุในวันที่ผมตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง “จำไว้นะตะวัน การเดินทางคือการทิ้งของเก่าไว้ระหว่างทาง เพื่อที่จุดหมายปลายทางจะได้รับคุณในเวอร์ชันที่เบาหวิวที่สุด”
ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าที่เรานั่งรถผ่านทุ่งหญ้าแห้งแล้งและแนวเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทา ลุงมาร์คเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตของเขา ไม่ใช่เรื่องราววีรบุรุษ แต่มันคือเรื่องของความล้มเหลว เรื่องของชายที่เคยทิ้งครอบครัวเพียงเพราะคิดว่าการหนีคือคำตอบ แต่สุดท้ายเขากลับพบว่าที่ไหนบนโลกนี้ เขาก็ยังคงเป็นคนเดิมที่แบกความรู้สึกผิดไว้เต็มบ่า
“คุณรู้ไหมตะวัน” เขาเอ่ยในขณะที่พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า “จุดที่น่ากลัวที่สุดของการเดินทางไม่ใช่ความโดดเดี่ยว แต่มันคือตอนที่คุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง ‘สบายใจ’ กับการไม่มีใคร ความสบายใจนั้นคือกับดักที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันทำให้คุณหยุดเติบโต”
ผมฟังเงียบๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง เงาสะท้อนในกระจกเริ่มดูเปลี่ยนไป ใบหน้าที่เคยมีแต่ความทุกข์ระทมเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัยในสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า
รถไฟเริ่มชะลอความเร็วเมื่อเข้าใกล้เขตพรมแดน บรรยากาศในตู้โดยสารเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อทหารตรวจคนเข้าเมืองก้าวขึ้นมาพร้อมกับสุนัขดมกลิ่น ลุงมาร์คขยับตัวเล็กน้อย เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้ผมอย่างแผ่วเบา
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น อย่าพยายามทำตัวให้โดดเด่น” เขาขยิบตาให้ผม “และที่สำคัญที่สุด... อย่าให้ใครเห็นว่าคุณไม่ได้เดินทางมาคนเดียว”
ทหารนายหนึ่งหยุดตรงหน้าเรา ดวงตาที่แข็งกร้าวของเขากวาดมองหนังสือเดินทางของเราก่อนจะหยุดลงที่เป้ใบใหญ่ของผม เขาสั่งให้ผมเปิดเป้ออก การตรวจค้นเป็นไปอย่างล่าช้าและกดดัน ทหารหยิบกระเป๋าสตางค์ของผมขึ้นมาตรวจดูรูปภาพข้างใน รูปภาพใบเดียวที่ผมยังเหลืออยู่... รูปถ่ายของหญิงสาวคนนั้นที่ผมเกือบจะเผาทิ้งไปแล้ว
ทหารหยุดนิ่ง มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะจ้องมองรูปใบนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ผู้หญิงคนนี้...” ทหารคนนั้นกระซิบเสียงลอดไรฟัน พลางกดปลายกระบอกปืนลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดังลั่น “ไปเอามาได้ยังไง? เธอเป็นคนทรยศที่ทางการตามล่าอยู่ และแก... ก็ดูเหมือนจะเป็นคนสุดท้ายที่พบเธอ!”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนี้ครับ – แบกเป้ท่องโลก
บันทึกสะพายเป้: ปลายทางที่ไม่ใช่แค่แผนที่•ตอนที่ 4
บทสนทนาข้ามพรมแดน
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะพายเป้: ปลายทางที่ไม่ใช่แค่แผนที่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!