"รอยนิ้วมือนี้ยังไม่แห้งสนิทดีด้วยซ้ำ... ตะวัน"
เสียงทุ้มต่ำของลุงมาร์คดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของโตรกผาหินปูน น้ำเสียงของชายชราไม่ได้เจือความตื่นตระหนก หากแต่จริงจังและระแวดระวังจนบรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศา
ตะวันก้มมองสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่วางอยู่บนแผ่นหินยื่นออกไปสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่าง ลมหนาวพัดกระโชกแรงจนชายเสื้อแจ็คเก็ตสะบัดพับ หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวโครมครามจนแทบจะกระンเด็นออกมานอกอก ความกลัวที่ฝังรากลึกอยู่ในใจตั้งแต่เหตุการณ์สูญเสียเมื่อหลายปีก่อนกำลังพยายามกัดกินสติของเขาอีกครั้ง ภาพความทรงจำอันเลวร้ายที่เขาเคยสัญญาว่าจะไม่หันกลับไปมอง กำลังฉายซ้ำในหัว สมองสั่งให้ถอยหลัง แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นหิน
"หายใจเข้าลึกๆ ครับ... ตาตะวัน" ลุงมาร์คเอื้อมมือมาแตะที่บ่าหนาเบาๆ สัมผัสอุ่นจากชายผู้ผ่านโลกมาโชคโชนช่วยดึงสติตะวันกลับมาสู่ปัจจุบัน "จำที่ผมเคยบอกได้ไหมครับ? การเดินทางไม่ได้สอนให้เราไม่กลัวอะไรเลย แต่มันสอนให้เราก้าวเดินต่อไปได้... แม้ว่าขาจะกำลังสั่นอยู่ก็ตาม"
ตะวันสูดลมเข้าปอดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ กลิ่นอายของความชื้น ไอหมอก และหินผาปะปนอยู่ในลมหายใจ เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นริ้วไปทั่วร่าง มันไม่ใช่แค่สมุดธรรมดา แต่มันคือบันทึกการเดินทางของ 'พ่อ' บุคคลที่ทิ้งปริศนาและแรงบันดาลใจให้เขาต้องแบกเป้ออกเดินทางไกลมาจนถึงจุดนี้
"ถ้าเขายังอยู่ตรงนี้..." ตะวันพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่า "เขากล้าก้าวข้ามขอบเหวนี้ไปได้อย่างไรกัน?"
เบื้องหน้าของพวกเขาคือสะพานไม้เก่าผุพังที่ทอดข้ามหุบเหวความลึกนับพันเมตร หมอกหนาทึบปกคลุมจนมองไม่เห็นก้นเหว มีเพียงเสียงคำรามแผ่วเบาของสายลมที่พัดผ่านซอกเขา ราวกับเสียงกระซิบจากปีศาจที่รอคอยการตกลงไปของเหยื่อ สำหรับคนทั่วไป นี่คือทางตันที่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากหันหลังกลับ แต่สำหรับตะวัน นี่คือบททดสอบสุดท้าย... บททดสอบที่จะตัดสินว่าเขาจะเป็นแค่นักเดินทางผู้หลบ ภัย หรือจะเป็นผู้พิชิตความกลัวของตนเองอย่างแท้จริง
"คุณเคยบอกผมว่า... ปลายทางไม่ได้มีความหมายเท่ากับเรื่องราวระหว่างทาง" ตะวันหันไปมองหน้าลุงมาร์ค ดวงตาคมเข้มฉายแววแน่วแน่ขึ้นมาทีละน้อย แม้ริมฝีปากจะยังคงซีดเผือด "แต่ตอนนี้ ผมคิดว่าผมเข้าใจแล้วครับ... บางครั้ง เราก็ต้องเผชิญหน้ากับปีศาจในใจ เพื่อที่เราจะได้เดินต่อไปข้างหน้าได้จริงๆ"
ลุงมาร์คยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาของชายชราพราวระยับด้วยความภาคภูมิใจ "นั่นแหละครับ ลูกผู้ชาย... ก้าวแรกมักจะยากเสมอ แต่เชื่อผมเถอะว่า ทิวทัศน์อีกด้านของความกลัว มันคุ้มค่าแก่การแลกมาด้วยความหวาดกลัวทั้งหมดที่คุณมี"
ตะวันสูดหายใจเข้าอีกครั้ง เขายัดสมุดบันทึกเก็บไว้ในกระเป๋าอกเสื้อแนบชิดกับหัวใจ จากนั้นจึงก้าวเท้าขวาออกไปเหยียบลงบนแผ่นไม้กระดานแผ่นแรกของสะพาน เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นสนั่นจนหัวใจแทบวาย ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม แม้ว่าเขาจะใช้เชือกนิรภัยผูกเอวไว้กับลุงมาร์คแล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกเคว้งคว้างไร้ที่ยึดเหนี่ยวก็ยังคงแผดเผาจิต
เขากวาดสายตามองไปเบื้องล่าง ความสูงชันทำให้โลกหมุนเคว้ง ภาพในอดีตซ้อนทับเข้ามา เสียงกรีดร้องในวันที่สูญเสียแวบเข้ามาในโสตประสาท ตะวันหลับตาปี๋ มือทั้งสองข้างกำราวสะพานแน่นจนข้อต่อขาวโพลน ขาทั้งสองข้างแข็งค้าง ก้าวต่อไปไม่ออก
*ลืมตาขึ้นมาครับ!* เสียงลุงมาร์คตะโกนแข่งกับเสียงลม
ตะวันสะดุ้ง ลืมตาขึ้นมองตรงไปข้างหน้า ไม่มองลงไปข้างล่าง และไม่หันกลับไปมองข้างหลัง เขากำหนดลมหายใจเข้าออกช้าๆ พร้อมกับนึกถึงรอยนิ้วมือบนสมุดบันทึก... รอยนิ้วมือที่สดใหม่...
*ยังมีใครอีกคนอยู่ที่นี่!*
ความคิดนั้นทำให้ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความสงสัย พลังงานบางอย่างพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก ตะวันกัดฟันกรอด ก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ก้าวที่สองตามมา ก้าวที่สาม... และเมื่อเขาเดินพ้นแผ่นไม้แผ่นสุดท้าย ขึ้นมาเหยียบพื้นดินแข็งของฝั่งตรงข้ามได้สำเร็จ เขาก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ราวกับเพิ่งกลับมาจากความตาย
เขารอดแล้ว... เขาเอาชนะความกลัวความสูงที่ตามหลอกหลอนมาทั้งชีวิตได้แล้ว!
"ยินดีต้อนรับสู่ยอดเขาแห่งความจริงครับ ตาตะวัน" ลุงมาร์คเดินตามข้ามมาได้สำเร็จ ชายชราตบไหล่เขาเบาๆ
ตะวันเงยหน้าขึ้นมองสำรวจรอบตัว พวกเขาอยู่บนลานหินกว้างที่ถูกโอบล้อมด้วยยอดเขาสูงเสียดฟ้า และที่เบื้องหน้า ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร มีเต็นท์สนามเก่าๆ หลังหนึ่งกางอยู่ พร้อมกับกองไฟที่เพิ่งมอดลงไปได้ไม่นาน ควันจางๆ ยังคงลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
หัวใจของตะวันเต้นกระหน่ำอีกครั้งด้วยความระทึก เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปใกล้เต็นท์หลังนั้นทีละก้าว ย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง มือขวาเอื้อมไปเปิดซิบเต็นท์ออกอย่างช้าๆ
ภายในเต็นท์ว่างเปล่า... ไม่มีใครอยู่
แต่บนพื้น มีถ้วยกาแฟร้อนๆ วางอยู่ควันกรุ่น... และที่ข้างถ้วย มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กเขียนด้วยลายมือคุ้นตา วางทับอยู่บนแผนที่เก่าแก่
ตะวันหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน มือของเขากลับมาสั่นเทราอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความกลัวความสูง... หากแต่เป็นเพราะข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
*"ยินดีต้อนรับสู่บทสุดท้ายของการเดินทาง... ลูกพ่อ เจ้าทำได้ดีมาก แต่จำไว้ว่า เกมยังไม่จบจนกว่าเจ้าจะหา 'กุญแจ' ดอกสุดท้ายเจอ"*
ยังไม่ทันที่ตะวันจะได้คิดทบทวนอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับลำแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาตัดผ่านหมอกหนาตรงมาที่พวกเขา!
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครมาจนถึงบทนี้นะครับ
บันทึกสะพายเป้: ปลายทางที่ไม่ใช่แค่แผนที่•ตอนที่ 20
บททดสอบความอดทน
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะพายเป้: ปลายทางที่ไม่ใช่แค่แผนที่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!