"นายจะเก็บเป้ใบเดิมไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกตะวัน ถ้าข้างในนั้นมันไม่มีพื้นที่ว่างให้ประสบการณ์ใหม่ๆ เข้ามา"
เสียงแหบพร่าของลุงมาร์คดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องพักแคบๆ ที่เมืองชายแดนแห่งนี้ ท่านไม่ได้หันมามองผม แต่กำลังขยับสายรัดเป้ใบเก่าสีซีดจางของท่านอย่างชำนาญ มือเหี่ยวย่นที่ผ่านการสัมผัสโลกมาค่อนโลกกำลังบรรจงพับแผนที่ฉบับเขียนมือลงในช่องกระเป๋าข้างอย่างทะนุถนอม ราวกับว่านั่นคือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่จะพาท่านไปสู่จุดหมาย
ผมกอดอกพิงผนังห้องที่ลอกร่อน จ้องมองแผ่นหลังของชายสูงวัยที่เปรียบเสมือนเข็มทิศในชีวิตช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ความรู้สึกเหมือนน้ำหนักของเป้ที่วางอยู่ข้างตัวมันจู่ๆ ก็หนักอึ้งขึ้นมาจนหายใจติดขัด
"แต่เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือครับ ว่าจะไปจนถึงยอดเขาทางทิศเหนือด้วยกัน" ผมถามออกไป น้ำเสียงของผมเจือความสั่นไหวที่พยายามเก็บซ่อนไว้อย่างสุดความสามารถ
ลุงมาร์คหยุดชะงัก ท่านวางเป้ลงแล้วหันมามองผม แววตาคมกริบภายใต้คิ้วสีดอกเลายังคงความสงบไว้ได้เสมอ ท่านเดินเข้ามาใกล้ผม ก่อนจะวางมือลงบนบ่า ทั้งหนักแน่นและอบอุ่น "การเดินทางที่แท้จริงไม่ใช่การไปให้ถึงปลายทางพร้อมกับใครสักคนตะวัน แต่มันคือการเรียนรู้ที่จะก้าวเดินเพียงลำพังเมื่อถึงเวลาที่ความเชื่อมั่นในใจของนายเติบโตพอ... ข้าสอนนายมามากพอที่จะส่งต่อนามปากกาแห่งการผจญภัยให้นายไปเขียนต่อในบทที่เหลือแล้ว"
ผมก้มหน้าลงมองพื้นไม้เก่าๆ ที่สั่นคลอนตามจังหวะการหายใจ ใจหนึ่งอยากจะรั้งท่านไว้ด้วยเหตุผลสารพัด แต่อีกใจกลับตระหนักดีว่า 'การเดินทาง' ของลุงมาร์คมีจุดมุ่งหมายที่ลึกซึ้งกว่าการตระเวนท่องไปในโลกกว้าง ท่านกำลังจะกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตที่ท่านเคยทิ้งไว้เมื่อสี่สิบปีก่อน ในสถานที่ที่ผมไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยว
"คุณกำลังจะไปที่นั่นใช่ไหม... ที่ที่ไม่มีในแผนที่เล่มนี้" ผมถามพลางชี้นิ้วไปยังสมุดบันทึกที่ลุงมาร์คหยิบติดตัวไปเสมอ
ลุงมาร์คยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่รอยยิ้มของนักเดินทางผู้ร่าเริง แต่มันคือรอยยิ้มของชายผู้ปลดเปลื้องภาระจากบ่า "บางครั้ง การเดินทางที่ยาวนานที่สุด ไม่ใช่การข้ามผ่านทวีป แต่มันคือการเดินข้ามกำแพงความกลัวของตัวเอง... สำหรับนาย ตะวัน นายแบกความฝันที่พับเก็บไว้จนยับยู่ยี่มานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่ต้องคลี่มันออกมาแล้วดูว่ามันยังพอจะโบยบินได้อยู่ไหม"
ผมปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมันนานนับนาที ในหัวผมฉายภาพความทรงจำตลอดระยะทางที่ผ่านมา ทั้งกลิ่นกาแฟในเช้าวันนั้นที่เรานั่งคุยกันเรื่องปรัชญาการใช้ชีวิต เสียงหัวเราะท่ามกลางพายุฝนในป่าดิบชื้น และมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นโดยไม่ต้องมีคำสัญญาผูกมัด
ลุงมาร์คยกเป้ขึ้นสะพายอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตู ท่านไม่ได้หันกลับมามองผม แต่หยุดยืนนิ่งอยู่ที่กรอบประตูนั้น
"ทางแยกข้างหน้า ซ้ายมือคือเส้นทางที่คนส่วนใหญ่เลือก เพราะมันปลอดภัยและคุ้นเคย ส่วนขวามือ... มันคือทางที่นายพยายามเลี่ยงมาตลอดเพราะกลัวการล้มเหลว" ท่านพูดทิ้งท้ายก่อนจะก้าวออกไปโดยไม่เหลียวหลัง
ผมรีบคว้าเป้ตัวเองแล้วก้าวตามออกไป แสงสีทองของอาทิตย์อุทัยเริ่มฉาบไปทั่วถนนสายเล็กๆ ในหมู่บ้าน แต่กลับไม่มีวี่แววของแผ่นหลังในเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำตาลใบนั้นอีกต่อไป เหมือนกับว่าท่านได้ละลายหายไปกับหมอกยามเช้าอย่างน่าอัศจรรย์
หัวใจผมเต้นรัวด้วยความรู้สึกสูญเสียและสับสน ผมก้าวเดินไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่ทางแยกตามที่ท่านบอกจริงๆ ความเงียบรอบตัวน่าหวั่นเกรง ผมมองเห็นป้ายบอกทางที่ล้มเอียง ด้านหนึ่งชี้ไปทางที่ผมเคยคุ้นเคย แต่อีกด้านหนึ่ง... ป้ายไม้เก่าๆ สลักด้วยลายมือที่คุ้นตาอย่างประหลาดว่า 'บันทึกของคนที่ไม่เคยยอมแพ้'
ผมยื่นมือออกไปสัมผัสรอยสลักนั้น หัวใจผมกระตุกวาบเมื่อพบว่าใต้ป้ายไม้นั้นมีซองจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่ มันไม่มีชื่อผู้รับ มีเพียงตัวเลขพิกัดละติจูดและลองจิจูดที่ผมจำได้ขึ้นใจ เพราะมันคือพิกัดของ 'ความฝัน' ที่ผมเคยเขียนทิ้งไว้ในบันทึกเล่มแรกสมัยยังเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ ที่อยากเป็นนักเขียน
ผมฉีกซองออก มือสั่นเทาขณะคลี่กระดาษแผ่นบางๆ นั้นขึ้นมาอ่าน ข้อความในนั้นไม่ได้มีคำร่ำลา แต่มันกลับทำให้เข่าผมอ่อนแรงลงจนทรุดลงไปนั่งกับพื้นดิน:
*“ตะวัน... คนที่ยืนรออยู่ในจุดหมายปลายทางที่นายพยายามวิ่งหนีมาตลอดสามสิบปี คือคนที่รอให้นายกลับไปกอดเขาอีกครั้ง และจำไว้ว่า ในเป้ใบนี้ ฉันได้ใส่ 'หมึกปากกา' ที่เหลืออยู่เพียงหยดเดียวของชีวิตฉันไว้ให้แล้ว จงใช้มันเขียนบทสรุปของนายด้วยตัวเอง... เพราะคนที่จะช่วยนายจากความโดดเดี่ยวในวันนี้ ไม่ใช่ลุงมาร์คคนเดิม แต่คือตัวนายเองที่กำลังเดินเข้ามาหาฉันในอีกห้านาทีข้างหน้า”*
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาจากทางด้านหลัง ผมหยุดหายใจ พลางค่อยๆ หันกลับไปมองเงาร่างที่ทอดยาวทาบทับลงมาบนพื้นดิน... นั่นไม่ใช่ลุงมาร์ค แต่มันกลับเป็นบุคคลที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้พบในสถานที่แห่งนี้อีกตลอดชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนก่อนสุดท้ายด้วยกันนะครับ และผมสัญญาว่าตอนหน้า ทุกปมจะถูกคลี่คลายอย่างที่ท่านคาดไม่ถึงแน่นอนครับ
บันทึกสะพายเป้: ปลายทางที่ไม่ใช่แค่แผนที่•ตอนที่ 22
การจากลาในเช้าวันใหม่
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะพายเป้: ปลายทางที่ไม่ใช่แค่แผนที่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!