ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง•ตอนที่ 34

เผชิญหน้าจอมทัพ

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
เสียงครางต่ำของโลหะที่บิดตัวด้วยความร้อนสูงดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงหินอัคนี ประกายไฟสีส้มแดงพวยพุ่งขึ้นราวกับหมู่ดาวที่ถูกกวาดต้อนให้ขึ้นสู่ฟากฟ้า พื้นหินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนทุกครั้งที่ค้อนเหล็กกล้าผสมผสานแรงกระแทกตกลงบนทั่งตีเหล็กโบราณ ศิลาไม่ได้สนใจเม็ดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคาย สายตาของเขาจดจ่ออยู่เพียงแค่คมดาบตรงหน้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีเงินยวงยามเมื่อถูกจุ่มลงในน้ำยาหล่อเย็นสมุนไพรป่าลึก "คุณศิลาคะ— เอ่อ คุณศิลาครับ" เรนะที่ยืนกอดอกพิงเสาหินอยู่ไม่ไกลส่งเสียงทักขึ้นมาแก้คำเรียกของตนเองอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองไปยังหน้าต่างสถานะแจ้งเตือนสีแดงฉานที่กระพริบเตือนอยู่มุมห้อง "จอมทัพนำกองกำลังระดับอีลิทของกิลด์พยัคฆ์ทมิฬปิดล้อมเส้นทางออกทั้งหมดแล้วนะครับ พวกมันใช้ไอเทมระดับตำนาน 'ผนึกพสุธา' ทำให้เราไม่สามารถใช้คัมภีร์เคลื่อนย้ายกลับเมืองได้..." ศิลาวางค้อนในมือลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ เสียงโลหะกระทบไม้ดังทึบสะท้อนความสุขุม เขาหยิบผ้าสะอาดขึ้นมาเช็ดคราบเขม่าบนสันดาบยาวเล่มใหม่ช้าๆ ราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสถานการณ์วิกฤตเบื้องหน้า "ปล่อยให้พวกมันปิดล้อมไปเถอะครับเรนะ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความมั่นใจอันเปี่ยมล้น "อาวุธศิลาที่พวกมันครอบครองอยู่... แท้จริงแล้วมีจุดอ่อนทางโครงสร้างที่ผมจงใจฝังเอาไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการถลุงแร่แล้วครับ" เรนะขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ แม้เธอจะร่วมทำ3ธุรกิจและสนับสนุนวัตถุดิบหายากให้เขามาโดยตลอด แต่เธอก็ไม่เคยล่วงรู้เลยว่าช่างตีเหล็กหนุ่มคนนี้จะวางหมากซ้อนหกเล่ห์เพทุบายไว้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ "คุณหมายความว่า..." "อาวุธศิลาที่จอมทัพประมูลไปด้วยราคาสูงลิ่ว เป็นผลงานชิ้นเอกที่ใช้ 'แร่ศิลาทมิฬอัคนี' ก็จริงครับ แต่มันเป็นแร่ที่ผ่านกระบวนการลดทอนความเหนียวเพื่อแลกกับความคมกริบชั่วคราว หากใช้งานติดต่อกันเกินสามสิบนาทีในสภาวะการต่อสู้เข้มข้น โครงสร้างผลึกภายในจะเกิดรอยร้าวระดับอะตอม และนั่นคือเวลาที่พวกมันจะต้องชำระหนี้" ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เรนะรู้ดีว่ามันอันตรายยิ่งกว่าคมดาบใดๆ ในเกม ตัดภาพมายังลานกว้างหน้าถ้ำศิลาอัคนี ลมร้อนพัดโชยกลิ่นอายคุกรุ่นของดินแดนรกร้าง บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดผิดปกติ ทว่าเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของชายหนุ่มรูปร่างกำยำในชุดเกราะหนักสีดำสนิท ประดับตราสัญลักษณ์รูปหัวเสือคำราม—จอมทัพ หัวหน้ากิลด์พยัคฆ์ทมิฬยืนขวางเส้นทางอยู่พร้อมกับสมาชิกแถวหน้าอีกนับสิบชีวิต ทุกคนต่างถือครองอาวุธศิลาเรืองแสงสีม่วงเข้ม ซึ่งเป็นผลงานที่กิลด์ของเขาแย่งชิงและกว้านซื้อมาจากตลาดประมูลใต้ดินด้วยเม็ดเงินมหาศาล "ไงล่ะ ช่างตีเหล็กหน้าเลือด แกคิดว่าจะหลบหัวอยู่ในรูนั้นได้นานแค่ไหนกัน?" จอมทัพส่งเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบกวาดมองศิลาที่เดินก้าวออกมาจากปากถ้ำอย่างไม่รีบร้อน มือหนากำด้ามดาบใหญ่ในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "วันนี้แหละคือวันสิ้นสุดอาณาจักรการค้าไร้สาระของแก สูตรลับการตีเหล็กทั้งหมดจะต้องตกเป็นของกิลด์พยัคฆ์ทมิฬ!" ศิลาหยุดฝีเท้าลงในระยะห่างราวสิบเมตร ดวงตาสนเท่ห์กวาดมองอาวุธศิลาในมือของศัตรูอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับแพทย์กำลังวินิจฉัยโรคเรื้อรังในร่างผู้ป่วย "คุณจอมทัพครับ ความโลภมักจะทำให้คนเรามองข้ามรายละเอียดที่สำคัญที่สุดเสมอ... คุณคิดจริงๆ หรือครับว่าไอเทมที่ผมยอมปล่อยออกไปในราคาถูก จะเป็นอาวุธที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ?" จอมทัพชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย แต่ความมั่นใจในพลังโจมตีที่สูงลิ่วบนหน้าต่างสถานะก็ทำให้เขากลบเกลื่อนความระแวงนั้นลงอย่างรวดเร็ว "ปากดี! ต่อให้แกจะมีลูกเล่นอะไร มหาศิลาทมิฬในมือฉันเล่มนี้ก็มีพลังทำลายล้างสูงกว่าอาวุธทั่วไปถึงสามเท่า! ต่อให้เป็นเกราะเหล็กกล้าเทวะ แกก็ฟันมันให้ขาดเป็นสองท่อนได้ในดาบเดียว!" สิ้นคำพูด จอมทัพก็ระเบิดพลังปราณธาตุไฟออกจากร่าง ร่างหนาพุ่งทะยานเข้ามาหาศิลาราวกับพายุหมุน ดาบใหญ่ในมือเงื้อง่าขึ้นสูงพร้อมเปลวเพลิงสีม่วงที่ลุกโชน แผ่รังสีความร้อนแผดเผาจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว การโจมตีรวดเร็วและรุนแรงจนสมาชิกกิลด์ด้านหลังส่งเสียงเชียร์กึกก้อง เรนะที่แอบมองอยู่หลังโขดหินถึงกับกลั้นหายใจ มือเรียวเผลอจิกชายผ้าคลุมของตนเองแน่นด้วยความลุ้นระทึก ทว่า ศิลากลับไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี สีหน้าของเขายังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก สายตาคมกริบจับจ้องไปยังจุดเชื่อมต่อระหว่างใบดาบและด้ามจับของจอมทัพที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ทุกขณะ *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในโสตประสาทของศิลาอย่างแผ่วเบา ทว่าชัดเจนในความรู้สึก [เงื่อนไขการทำงานของ 'รอยร้าวอณูโลหะ' สมบูรณ์แบบ 100%] [โครงสร้างภายในของอาวุธเป้าหมายสูญเสียความเสถียร] ในเสี้ยววินาทีที่ดาบยักษ์ฟาดลงมาหมายจะปลิดชีพ ศิลาเพียงแค่เอี้ยวตัวหลบไปด้านข้างเล็กน้อยอย่างนุ่มนวล พร้อมกับตวัดมีดสั้นเล่มเล็กในมือขวาเข้ากระทบเบาๆ ที่จุดอับสายตาบริเวณโคนดาบของจอมทัพ—จุดที่เคยเป็นรอยต่อของการประสานแร่ที่ศิลาจงใจเว้นช่องว่างระดับไมครอนเอาไว้ *เคร้ง! ปรุงงงง—!* เสียงโลหะกรอบแกรบดังสนั่นหวั่นไหวราวกับกระจกแก้วเนื้อดีที่ถูกค้อนทุบ อาวุธศิลาเรืองแสงระดับสูงที่จอมทัพภาคนักหนา กลับระเบิดแตกละเอียดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษโลหะนับร้อยชิ้นกระจายว่อนไปในอากาศ แรงสะท้อนจากการแตกหักย้อนกลับเข้าสู่ร่างของจอมทัพอย่างรุนแรงจนร่างใหญ่กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสีสดพุ่งทะลักออกจากมุมปากของเขาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "เป็นไป1ได้ยังไง...!" จอมทัพเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง จ้องมองด้ามดาบเปล่าๆ ในมือที่เหลืออยู่เพียงครึ่งท่อน ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ศิลาเก็บมีดสั้นเข้าฝักช้าๆ เขายืนมองหน้าหัวหน้ากิลด์ผู้พ่ายแพ้ด้วยแววตานิ่งสงบ เอ่ยน้ำเสียงสุภาพทว่าเยือกเย็นก้องกังวานไปทั่วบริเวณ "การทำธุรกิจและการตีเหล็กมีหลักการเดียวกันครับ... สิ่งที่สร้างขึ้นด้วยความโลภ ย่อมพังทลายลงได้ด้วยความโลภเช่นกัน" ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่ ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีทองอร่ามขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของศิลา พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานจากระบบหลักของเกมที่ดังขึ้นทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์— [ประกาศจากระบบ: ผู้เล่น 'ศิลา' สามารถทำลาย 'คลังแสงทมิฬ' และแก้ไขความสมดุลตลาดประมูลสำเร็จ!] [ปลดล็อกเงื่อนไขลับ: ได้รับสิทธิ์ครอบครอง 'สิทธิ์ขาดโรงหลอมบรรพกาล' ระดับ SSS และปลดล็อกอาชีพขั้นสูงสุด 'มหาช่างตีเหล็กแห่งปฐพี'] [คำเตือนจากระบบ: ผู้เล่นระดับบอสลับ 'ราชันย์เตาหลอมโบราณ' ที่หลับใหลอยู่ใต้ดินลึก ได้รับรู้ถึงคลื่นพลังงานดังกล่าวและกำลังลืมตาตื่นขึ้นเพื่อ...!] ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางตีเหล็กไปพร้อมกับผมนะครับ!
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%