"ถ้าคุณยังไม่หยุดกดปุ่มนั่น ผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าผมจะไม่กลายเป็นเพียงฝุ่นผงในอากาศไปพร้อมกับเครื่องยนต์ของยานลำนี้ ไคโรส?"
อลิสเค้นเสียงถาม มือขวาของเธอกุมด้ามปืนพกข้างเอวไว้แน่น สายตาจ้องเขม็งไปยังดร.ไคโรสที่กำลังรัวนิ้วลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรมสีครามกลางห้องนิรภัยใต้ดินของดาวเคราะห์ที่ถูกลืมแห่งนี้ บรรยากาศรอบกายหนาวเย็นจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว กลิ่นอับชื้นของโลหะโบราณผสมกับกลิ่นโอโซนที่อบอวลอยู่รอบตัวทำให้สัญชาตญาณนักรบของเธอแผดร้องเตือนถึงอันตราย
ไคโรสไม่ได้เงยหน้าขึ้น เขายังคงจดจ่อกับเส้นสายของรหัสลับที่ไหลวนเหมือนงูพิษบนหน้าจอ "ความตายไม่ใช่สิ่งที่คุณควรกลัวที่สุดในตอนนี้หรอกครับกัปตัน สิ่งที่คุณควรกลัวคือการที่ต้องใช้ชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร... หรือจริงๆ แล้วใครกันแน่ที่เป็นคนส่งคุณมายังเนบิวลาแห่งนี้"
"อย่ามาเล่นตลกกับความทรงจำของผม" อลิสขยับก้าวเข้าใกล้ จังหวะการก้าวเท้าของเธอแผ่วเบาราวกับนักล่าที่กำลังสะกดรอย "ภารกิจแรกของผม... ลูกเรือที่หายไป... นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และคุณก็รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับมัน"
ไคโรสชะงักมือ เสียงติ๊ดสั้นๆ ดังขึ้นพร้อมกับโฮโลแกรมที่ดับวูบลงเหลือเพียงแสงสลัวจากผนังถ้ำที่เริ่มส่องประกายสีม่วงอ่อน เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเลนส์พลาสติกสะท้อนความเวทนาบางอย่าง "คุณจำความรู้สึกตอนที่อากาศในห้องควบคุมเริ่มหมดไปได้ไหม อลิส? ตอนที่ลูกเรือของคุณร้องขอชีวิต... คุณไม่ได้พยายามช่วยพวกเขาหรอกครับ คุณกำลังมองหาสัญญาณจากบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในรอยแยกของมิติเวลาต่างหาก"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นกลางอก อลิสชะงัก ปืนในมือสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ภาพความทรงจำที่บิดเบี้ยวเริ่มซ้อนทับกับความเป็นจริง หินผนังถ้ำเริ่มสั่นไหวและเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องโถงที่เต็มไปด้วยแคปซูลแก้วเรียงรายราวกับสุสานอวกาศ ใจกลางห้องนั้นมีแท่นโลหะลอยตัวอยู่ และบนแท่นนั้น... คือเข็มกลัดประจำตัวของเธอเอง เข็มกลัดที่ควรจะจมหายไปพร้อมกับยานลำแรกเมื่อหลายปีก่อน
"ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่" อลิสเดินตรงไปยังแท่นนั้น เสียงฝีเท้าของเธอก้องสะท้อนไปทั่วโถงกว้าง
"เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่ดาวเคราะห์ แต่มันคือฮาร์ดไดรฟ์เก็บข้อมูลของอารยธรรมซิเลนเทีย" ไคโรสเดินตามมาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "และคุณ... ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่บังเอิญหลงทางเข้ามา แต่คุณคือรหัสผ่านเพียงหนึ่งเดียวที่พวกเขาเก็บไว้เพื่อรอการกลับมา"
อลิสเอื้อมมือไปสัมผัสเข็มกลัด ทันทีที่ปลายนิ้วแตะลงบนพื้นผิวที่เย็นเยียบ กระแสไฟฟ้าสีฟ้าจัดก็พุ่งเข้าสู่สมองของเธอราวกับสายฟ้าฟาด ภาพนิมิตมากมายหลั่งไหลเข้ามาจนเธอล้มลงคุกเข่า ภาพของดวงดาวที่ลุกไหม้ ภาพของยานอวกาศที่มีรูปร่างแปลกตา และภาพของซิเลนเทีย... ไม่ใช่ในฐานะศัตรู แต่ในฐานะผู้สร้างที่กำลังมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวเริ่มก่อตัวขึ้น เธอไม่ใช่แค่นักสำรวจ เธอคือผลลัพธ์จากการทดลองที่ผสมผสาน DNA ของมนุษย์เข้ากับรหัสพันธุกรรมของจักรวาลที่สาบสูญ เพื่อเป็นกุญแจในการเปิดประตูสู่เนบิวลาแห่งพันธสัญญา
"ดูนั่นสิครับกัปตัน" ไคโรสชี้ไปยังเบื้องหลังของเธอ เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจปิดบัง
อลิสเงยหน้าขึ้นมองผ่านเพดานถ้ำที่จู่ๆ ก็กลายเป็นกระจกใสเผยให้เห็นห้วงอวกาศเบื้องบน ยานรบของซิเลนเทียจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเคลื่อนตัวออกจากมิติคู่ขนาน กองทัพนั้นไม่ได้มุ่งหน้ามาเพื่อยึดครอง แต่พวกมันกำลังก้มกราบต่อหน้าบุคคลหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าแท่นควบคุม... บุคคลที่สวมเครื่องแบบเดียวกับเธอเป๊ะ แต่ดวงตานั้นกลับเปล่งประกายด้วยพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าสีม่วงที่รุนแรงจนอากาศบิดเบี้ยว
ชายคนนั้น... ร่างโคลนของเธอที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่า หันกลับมามองเธอผ่านกระจกใส พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของอลิสหยุดเต้นไปชั่วขณะ
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ตัวผมเอง" เสียงนั้นดังขึ้นไม่ใช่ในอากาศ แต่ดังก้องอยู่ในความคิดของเธอโดยตรง พร้อมกับที่รหัสผ่านในมือของไคโรสถูกกดส่งสัญญาณคำสั่งทำลายล้างไปยังยานแม่ของมนุษยชาติที่เธอเพิ่งจากมา
เนบิวลาสตาร์ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับแห่งจักรวาลไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 36
ความทรงจำที่หายไป
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!