เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 24

ความร่วมมือที่น่าเคลือบแคลง

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
“ถ้าคุณขยับนิ้วพลาดเพียงมิลลิเมตรเดียว พลังงานที่ค้างอยู่ในแกนปฏิกรณ์จะแผ่กระจายจนเปลี่ยนโมเลกุลในร่างคุณให้กลายเป็นไอปรอทภายในเสี้ยววินาที... กัปตันวอล์คเกอร์” เสียงนั้นไม่ใช่เสียงพูดที่ผ่านทางกล่องเสียง แต่มันแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาทผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลัง อลิส วอล์คเกอร์ หยุดมือที่ถือประแจพลาสม่าไว้กลางอากาศ เธอไม่หันไปมองร่างของ ‘ซิเลนเทีย’ ที่ลอยตัวอยู่อย่างไร้น้ำหนักในห้องเครื่องยนต์ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากสิ่งมีชีวิตตนนั้น “ฉันทราบดี ซิเลนเทีย” อลิสตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเธอหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองแผงวงจรที่บิดเบี้ยวจากการปะทะครั้งล่าสุด “และถ้าคุณยังไม่เลิกส่งกระแสจิตกดดันฉัน การซ่อมแซมระบบขับเคลื่อนหลักของยาน ‘เอเทอร์นิตี้’ ก็คงจบลงด้วยการที่เราสองคนต้องกลายเป็นเศษซากลอยคว้างอยู่ในห้วงเนบิวลาแห่งนี้” ดร.ไคโรส ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรในชุดป้องกันรังสีขยับแว่นสายตา เขาไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาที่มองไปยังซิเลนเทียนั้นซ่อนความกังวลที่อลิสอ่านไม่ออก ไคโรสดูเหมือนจะรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับอารยธรรมของสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าผู้นี้... บางอย่างที่เขายังไม่พร้อมจะแบ่งปันกับกัปตันของเขา “ความล้มเหลวของพวกคุณคือเครื่องเตือนใจ” ซิเลนเทียลอยเข้ามาใกล้ขึ้น ร่างกายของมันที่ดูคล้ายม่านแสงโปร่งแสงสีครามไหวกระเพื่อมเหมือนผิวหน้าน้ำที่ถูกรบกวน “มนุษย์มักพยายามซ่อมแซมสิ่งที่พวกคุณไม่เข้าใจด้วยเครื่องมือที่หยาบช้า แต่ในครั้งนี้... หากไม่มีองค์ความรู้จากบรรพกาลของข้า ยานลำนี้ก็เป็นเพียงโลงศพเหล็กกล้าชั้นดีเท่านั้น” อลิสแค่นหัวเราะในลำคอ เธอวางประแจลงอย่างช้าๆ แล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับซิเลนเทีย ร่างกายของกัปตันสาวเต็มไปด้วยรอยถลอกและคราบน้ำมันเครื่อง แต่ทว่าสายตาของเธอนั้นคมกริบดุจมีดโกน “เราเคยผ่านจุดที่ใกล้ตายมากกว่านี้มาแล้ว และการที่ฉันยอมให้คุณเข้ามาในห้องเครื่องยนต์ ไม่ได้หมายความว่าฉันวางใจคุณ แต่เพราะฉันไม่มีทางเลือกอื่นในการพาคนของฉันกลับบ้าน” “บ้าน...” ซิเลนเทียทวนคำ เสียงสั่นสะเทือนในหัวของอลิสดังชัดขึ้นราวกับเป็นการเยาะเย้ย “พวกคุณมีแนวคิดที่น่าสมเพชเรื่องสถานที่พักพิง ทั้งที่จักรวาลนี้ไม่มีที่ใดคือบ้าน... มันมีเพียงสมดุลที่กำลังจะพังทลาย และยานลำนี้... กำลังจะขวางทางความสมดุลนั้น” “ถ้ามันขวางทางนัก ทำไมคุณถึงช่วยเราซ่อมมันล่ะ?” ไคโรสแทรกขึ้นมา จังหวะก้าวของเขาดูมั่นคงกว่าปกติ “หรือที่จริงแล้ว... คุณต้องการใช้ยานของเราเพื่อเข้าถึง ‘รหัสลับดวงดาว’ ที่คุณปกป้องอยู่กันแน่?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเครื่องยนต์ชั่วขณะ มีเพียงเสียงคำรามต่ำๆ ของเตาปฏิกรณ์ที่ยังคงทำงานไม่เต็มที่ ซิเลนเทียหันไปมองไคโรส แสงสีครามในร่างของมันวูบไหวเป็นจังหวะเหมือนสัญญาณเตือนภัย “ดร.ไคโรส คุณช่างฉลาดกว่ารูปลักษณ์ที่ดูไร้พิษภัยของมนุษย์ทั่วไป” ซิเลนเทียขยับตัวเข้ามาใกล้ไคโรสจนแทบชิด “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่ความสมัครใจ แต่มันคือพันธสัญญาที่สายเกินกว่าจะถอนตัว หากพวกคุณซ่อมยานนี้ไม่สำเร็จในอีกสิบสองนาทีข้างหน้า การบิดเบือนของกาลอวกาศในเนบิวลานี้จะกลืนกินทุกอย่างที่ข้าพยายามปกป้องไว้... รวมถึงพวกคุณด้วย” อลิสขมวดคิ้ว เธอพุ่งความสนใจกลับไปที่แผงควบคุมหลักทันที “ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่มีเวลาเหลือแล้ว ไคโรส ไปดึงพลังงานสำรองจากเซลล์ชีวภาพที่เตรียมไว้ ซิเลนเทีย... ถ้าคุณรู้ดีนัก ก็บอกวิธีเชื่อมต่อวงจรนี้กับสนามแม่เหล็กภายนอกซะ หากทำไม่ได้ อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้คุณมีชีวิตรอดไปจากห้องนี้!” อลิสลงมือทำงานอย่างเร่งรีบ หยาดเหงื่อไหลซึมตามไรผม การเคลื่อนไหวของเธอแม่นยำและหนักแน่น ความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ในอดีตที่เคยสูญเสียลูกเรือไปในภารกิจแรกถูกกดทับไว้ภายใต้จิตใจที่เด็ดเดี่ยว ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการเดิมพันด้วยชีวิตของทุกคนบนยาน สิบนาทีผ่านไป... แรงสั่นสะเทือนมหาศาลเริ่มสั่นคลอนตัวยาน ระบบเตือนภัยสีแดงฉานสว่างวาบไปทั่วโถงทางเดิน เสียงสัญญาณเตือนดังระงมแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวของอลิส “วงจรเชื่อมต่อแล้ว!” ไคโรสตะโกนข้ามเสียงเครื่องจักรที่เริ่มส่งเสียงหวีดแหลม “แต่พลังงานมันไหลย้อนกลับ! ซิเลนเทีย... สิ่งที่คุณทำมันไม่ใช่วิธีซ่อม แต่เป็นการดึงพลังงานจากดาวเคราะห์ข้างเคียงมาแทนที่!” ซิเลนเทียไม่ได้โต้ตอบ มันเพียงแค่หลับตาลง แสงสว่างจ้าเริ่มแผ่ออกจากร่างของมันเข้าสู่แผงวงจรของยาน อลิสกัดฟันกรอดพยายามฝืนบังคับคันโยกควบคุม แต่แรงแม่เหล็กไฟฟ้าที่รุนแรงทำให้ร่างกายของเธอชาหนึบจนแทบขยับไม่ได้ “ทำไมคุณถึงหยุดไม่ได้!” อลิสคำรามผ่านความเจ็บปวด “เพราะข้าไม่ได้กำลังซ่อมยาน...” ซิเลนเทียกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าขนลุก “ข้ากำลังย้ายจิตสำนึกของยานลำนี้ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนำทางจักรวาล... และเมื่อมันสำเร็จ ผู้นำของพวกคุณ... คนที่แอบส่งสัญญาณลับออกไปจากยานตั้งแต่วันแรกที่เดินทางมาถึง... เขาจะไม่ได้เป็นเจ้าของความลับนั้นอีกต่อไป” อลิสเบิกตากว้าง เธอหันขวับไปมองไคโรสที่ยืนนิ่งอยู่หน้าแผงวงจรสำรอง แววตาของไคโรสที่เคยดูอ่อนโยนกลับกลายเป็นว่างเปล่าและเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่ได้กำลังซ่อมยานตามคำสั่งของเธอ... แต่เขากำลังถ่ายโอนข้อมูลบางอย่างเข้าสู่ระบบของซิเลนเทียโดยตรง “ไคโรส... คุณทำอะไรลงไป?” อลิสถามเสียงสั่น ร่างกายของเธอถูกตรึงด้วยแรงแม่เหล็กอย่างสมบูรณ์ ไคโรสหันมามองกัปตันของเขา รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเขานั้นไม่ใช่รอยยิ้มของดร.ไคโรสที่เธอรู้จัก แต่มันเป็นรอยยิ้มของใครบางคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังภารกิจนี้มาโดยตลอด “ผมขอโทษนะกัปตันวอล์คเกอร์” ไคโรสกล่าวเสียงเรียบพลางกดปุ่มสุดท้ายบนแผงควบคุม “องค์กรไม่ได้ต้องการข้อมูลดวงดาว... พวกเขาต้องการ ‘กุญแจ’ ที่ฝังอยู่ในตัวคุณต่างหาก และตอนนี้... ประตูก็เปิดออกแล้ว” ฉับพลันนั้น ร่างของซิเลนเทียก็แตกออกเป็นอนุภาคแสงนับล้าน กระโจนเข้าสู่ร่างของอลิสจนแสงสว่างจ้าบดบังทุกสิ่งรอบกาย ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของระบบยานที่กำลังฉีกขาดออกจากมิติเดิม เสียงกระซิบที่คุ้นเคยในอดีตของลูกเรือที่เธอเคยสูญเสียไปก็ดังก้องขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง... ชัดเจนราวกับว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ข้างหลังเธอในเงามืดนั้น เนบิวลาสตาร์ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเผชิญหน้ากับความลึกลับและร่วมเป็นพยานในความลับที่กำลังจะเปลี่ยนชะตากรรมของอลิสไปตลอดกาลนะครับ
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%