เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 7

เสียงกระซิบจากผืนทราย

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
ปลายนิ้วของไคโรสไม่ได้หลงเหลือความอุ่นร้อนแบบมนุษย์อีกต่อไป มันคือกลุ่มก้อนละอองแสงสีฟ้าครามที่กำลังแตกตัวและรวมตัวใหม่ราวกับกลุ่มเนบิวลาขนาดย่อส่วน ลอยฟุ้งอยู่ใต้ถุงมือแพทช์เวิร์กของชุดสำรวจอวกาศ อลิสเบิกตากว้าง ลมหายใจของเธอสะดุดกึกอยู่ที่ลำคอ ความหนาแน่นของอากาศภายในห้องควบคุมยานสำรวจ *เฮอร์คิวลีส* คล้ายจะลดฮวบลงจนทำให้แก้วหูอื้ออึง สัญชาตญาณดิบของกัปตันกรีดร้องให้เธอยกปืนพลาสม่าขึ้นเล็งไปที่ข้อมือของชายหนุ่มทันที แต่ปลายนิ้วที่กำด้ามปืนกลับเย็นเฉียบยิ่งกว่า "นาย... ซ่อนอะไรไว้ ไคโรส" เสียงของอลิสต่ำลอดไรฟัน มันไม่ใช่คำถามเชิงสำรวจ แต่เป็นประกาศิตแห่งความระแวงที่สะสมมาตลอดเจ็ดปี ไคโรสไม่ได้สะดุ้งตกใจ เขายังคงนิ่งสงบ ดวงตาสีอำพันคู่นั้นก้มลงมองมือตัวเองด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก—ไม่ใช่ความกลัว ไม่ใช่ความสำนึกผิด มันคือความเฉยชาของสสารที่รู้ตัวว่ากำลังเปลี่ยนสถานะ มุมปากของเขาขยับยิ้มบางเบา ก่อนที่ละอองแสงเหล่านั้นจะประสานกลับเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนผิวหนังกลับมาดูปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "คุณเคยสงสัยไหมครับ กัปตัน... ว่าทำไมรหัสลับของซิเลนเทียถึงตอบสนองต่อระบบชีวมาตรของผมได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมของยานเสียอีก" ไคโรสเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงอวกาศที่ไร้ก้นบึ้ง "ไม่ใช่เพราะผมเก่งกว่า แต่เป็นเพราะ... ผมถูกออกแบบมาให้เป็นสะพานตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก" กัปตันอลิสขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดนูน ความทรงจำสีเลือดเมื่อเจ็ดปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว—ภาพของเพื่อนร่วมทีมที่สลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าต่อหน้าต่อตาเธอ บนดาวเคราะห์ที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม ความรู้สึกไร้พลังในการปกป้องใครสักคนกัดกินหัวใจเธออีกครั้ง "ฉันไม่ได้พาคุณมาที่นี่เพื่อเป็นสะพานให้พวกมันกลืนกิน" อลิสขยับเข้าไปประชิด ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าที่อกข้างซ้ายของเขา "ถ้าคุณคือภัยคุกคามของลูกเรือ... หน้าที่ของฉันคือการจบมันซะตรงนี้" "ถ้าคุณยิงตอนนี้ เราทุกคนจะไม่ได้ยินเสียงนั้นครับ" ไคโรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง มือข้างที่เพิ่งสลายตัวยื่นออกไปสัมผัสกับแผงควบคุมหลักของยานเบาๆ "ลองเงี่ยหูฟังดูสิครับ... พวกมันกำลังเรียกเรา" ฉับพลันนั้น ความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในยานก็ถูกฉีกกระชาก *กริ๊ง... วิ้งงงง—!* เสียงความถี่สูงระดับสิบกิโลเฮิรตซ์พุ่งทะลุเข้ามาในโสตประสาทของทั้งคู่ มันไม่ใช่เสียงที่ดังผ่านทางอากาศ เพราะระบบเสียงภายนอกของยานไม่ได้จับสัญญาณใดๆ ได้เลย แต่มันคือการสั่นสะเทือนของเส้นประสาทในสมองโดยตรง ราวกับมีเข็มเงินเล่มเล็กๆ นับร้อยกำลังกรีดกรายลงบนเยื่อหุ้มสมอง อลิสทรุดตัวลงคุกเข่ามือข้างหนึ่งกุมขมับแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เธอกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ความดันในกะโหลกศีรษะพุ่งสูงขึ้นจนรู้สึกเหมือนมันกำลังจะระเบิด ภาพตรงหน้าพร่ามัว กลาย2เป็นกลุ่มคลื่นสีฟ้าและสีดำที่หมุนวนเป็นเกลียว ในหัวของเธอ... มันไม่ใช่เสียงกรีดร้อง แต่มันคือ "เสียงกระซิบ" *‘...ผู้มาเยือนจากเปลือกโลกที่ตายซาก... เจ้าเหยียบย่ำบนสุสานของดวงดาว...’* เสียงนั้นก้องกังวาน เป็นเสียงประสานของผู้หญิงนับพันคนที่ซ้อนทับกัน ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากกระดูกสันหลังลามเลียขึ้นสู่ท้ายทอย อลิสพยายามตะโกนปฏิเสธเสียงนั้นในใจ *หุบปาก! ออกไปจากหัวฉัน!* แต่ยิ่งเธอขัดขืน เสียงนั้นยิ่งชัดเจนและทรงพลังมากขึ้น ไคโรสเองก็ทรุดลงข้างๆ เขาไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดอย่างอลิส หากแต่ดวงตาของเขากลับเบิกกว้าง ร่างกายของเขานั่งตัวตรงราวกับกำลังรับคลื่นสัญญาณวิทยุจากจักรวาลอันไกลโพ้น ละอองแสงสีฟ้าเริ่มผุดขึ้นตามลำคอและกรอบหน้าของเขาอีกครั้ง คราวนี้มันเด่นชัดและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เส้นเลือดสีฟ้าเรืองแสงปูดโปนใต้ผิวหนังราวกับแผนที่ดาราศาสตร์ "ไคโรส..." อลิสเค้นเสียงลอดไรฟัน มือสั่นเทาเอื้อมไปคว้าข้อแขนของเขา "หยุด... สั่งให้มันหยุดซะ!" "ผม... ควบคุมมันไม่ได้..." ไคโรสหายใจหอบถี่ เสียงของเขาขาดเป็นห้วงๆ "ไม่ใช่แค่เราสองคน... ลองเช็ค... ชีพจรของทีมภาคพื้นดินสิครับ..." ดวงตาสีอำพันหันมามองเธอด้วยแววตาที่สั่นระริก อลิสฝืนทนความเจ็บปวดในหัว เอื้อมมือไปแตะปุ่มสื่อสารฉุกเฉินบนแผงควบคุมเพื่อเชื่อมต่อไปยังทีมสำรวจที่ลงไปขุดเจาะบนพื้นผิวดาวเคราะห์สีครามเบื้องล่าง สัญญาณวิทยุดังซ่าขึ้นสามครั้ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอ... และเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ดังประสานกันเป็นเสียงเดียว *‘...เราไม่ใช่ผู้ทำลาย... เราคือผู้รักษา... และพวกเจ้า... คือผู้บุกรุกที่ต้องถูกชำระล้าง...’* น้ำเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเอเลี่ยนต่างดาวซิเลนเทียที่พวกเขาเคยรู้จัก แต่มันคือเสียงของ "ดร.เรย์มอนด์" หัวหน้าทีมภาคพื้นดิน—คนที่ควรจะอยู่ห่างออกไปสามหมื่นฟุต และไม่มีทางเข้าถึงระบบสื่อสารคลื่นความถี่นี้ได้ด้วยซ้ำ! อลิสเบิกตากว้างด้วยความตระหนกสุดขีด เมื่อหน้าจอเรดาร์แสดงผลการสแกนชีวมาตรของทีมภาคพื้นดินทั้งหมดบนพื้นทรายเบื้องล่างปรากฏจุดสีแดงกะพริบดับลงทีละดวง... ทีละดวง... จนกระทั่งดับสนิททั้งหน้าจอ ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาเยือน ประตูห้องล็อกเกอร์นิรภัยที่อยู่มุมสุดของห้องควบคุม ซึ่งถูกปิดตายมาตลอดการเดินทางและไม่มีใครเคยเปิดออกได้ จู่ๆ ก็ส่งเสียงปลดล็อกดัง *คลิก* แผ่วเบา ไอความเย็นจัดพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกของประตู พร้อมกับเงาร่างหนึ่งที่ก้าวเดินออกมาจากความมืด—เงาร่างที่สวมชุดสำรวจอวกาศรุ่นเก่าของภารกิจเมื่อเจ็ดปีก่อน... ชุดที่มีชื่อปักอกเสื้อไว้ชัดเจนว่า "กัปตันเวลล์" ผู้ล่วงลับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าความมืดและคลื่นความถี่นี้ไปด้วยกันครับ - เนบิวลาสตาร์
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%