เสียงดนตรีคลาสสิกที่แว่วหวานในคฤหาสน์หรูหลังยักษ์ของ ‘ศิลา’ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับยิ่งเน้นย้ำถึงความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของผู้คนที่มาร่วมงาน แสงไฟแชนเดอร์เลียร์ราคาแพงสะท้อนผ่านแก้วไวน์คริสตัล ส่องกระทบใบหน้าของเหล่านักธุรกิจและผู้มีอิทธิพลที่กำลังแย้มยิ้มเข้าหากัน ราวกับงูที่กำลังเลื้อยรัดเหยื่อด้วยรอยยิ้ม
รินรดากระชับเดรสสีดำสนิทที่เข้ารูปจนแทบหายใจไม่ออก เธอไม่ใช่แขกรับเชิญ เธอคือนักล่าในคราบของเหยื่อที่หลงเข้ามาในถ้ำเสือ หัวใจของเธอเต้นระรัวเป็นจังหวะที่ขัดกับใบหน้าเรียบนิ่งที่ฉาบด้วยเครื่องสำอางชั้นดี เธอต้องหา ‘หลักฐาน’ นั้นให้เจอ... แฟลชไดรฟ์ที่บรรจุข้อมูลการฟอกเงินข้ามชาติของศิลา ก่อนที่ความจริงจะถูกฝังกลบไปพร้อมกับศพของแหล่งข่าวคนล่าสุด
"คุณดูประหม่านะครับ... หรือว่าไวน์แก้วนั้นรสชาติไม่ถูกปากคุณ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับไออุ่นจากร่างกายที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้จนขนอ่อนตามท้ายทอยของรินรดาลุกชัน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายอันตรายที่เธอจำได้แม่นยำ
รินรดาหมุนตัวกลับช้าๆ พยายามคุมลมหายใจให้เป็นปกติ สบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ลึกดั่งก้นมหาสมุทรของ ‘ศิลา’ ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่วงท่าสง่างามสมบูรณ์แบบ สูทสีสั่งตัดเข้ารูปเผยให้เห็นแผงอกกว้างและไหล่ที่ดูทรงพลัง เขาเหมือนเทพบุตรในตำนานที่มีปีศาจซ่อนอยู่ภายใต้ผิวหนัง
"ดิฉันแค่ไม่คุ้นกับงานใหญ่ขนาดนี้ค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด
"เหรอครับ" ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเขาลูบขอบแก้วไวน์ในมือเบาๆ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว "แต่ผมสังเกตเห็นว่าสายตาของคุณ... ไม่ได้สนใจงานเลี้ยงเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนคุณกำลังมองหาอะไรที่สำคัญกว่านั้น"
ความกดดันถาโถมเข้าใส่จนรินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไป เธอรับรู้ได้ถึงอำนาจมืดที่เขากำลังแผ่ออกมา มันไม่ได้มาในรูปแบบของการข่มขู่ แต่มาในรูปแบบของความเย้ายวนที่น่าสะพรึงกลัว ศิลาค่อยๆ ก้าวเข้ามาเบียดบังพื้นที่ของเธอจนแผ่นหลังของรินรดาปะทะเข้ากับผนังห้องโถงที่ประดับด้วยภาพวาดราคาแพง
"ดิฉันแค่ชอบสำรวจงานศิลปะน่ะค่ะ" เธอสวนกลับ พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ แม้ในใจจะรู้ดีว่ากำลังก้าวพลาด
ศิลาไม่ตอบคำถามนั้น เขากลับวางมือข้างหนึ่งลงบนผนังข้างศีรษะของเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขนที่แข็งแกร่ง กลิ่นอายของผู้ชายที่กุมอำนาจล้นฟ้าทำให้หัวใจของรินรดาสั่นไหวในทางที่เธอไม่อยากยอมรับ สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาที่แตะผ่านปอยผมของเธอไปถึงต้นคอทำให้เธอต้องเม้มปากแน่น
"คุณสวยมากรินรดา" เขาหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงที่พร่าลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "แต่ความอยากรู้อยากเห็นที่เกินตัว... มักจะทำให้ของสวยๆ งามๆ ต้องพังทลายลงเสมอ คุณไม่กลัวหรือครับว่าคืนนี้ คุณอาจจะไม่ได้กลับออกไปในสภาพเดิม?"
ความหมายที่ซ่อนอยู่ในประโยคนั้นคมกริบพอๆ กับใบมีด รินรดาเงยหน้าสบตาเขา แววตาของเธอวูบไหวแต่ไม่ยอมจำนน เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นผู้หญิงของเขา เธอมาที่นี่เพื่อทำลายเขา
"ดิฉันชอบเสี่ยงค่ะ ยิ่งสิ่งที่ได้มาคุ้มค่า ดิฉันยิ่งไม่กลัว"
มุมปากของศิลาขยับเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่อถูกใจ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินที่พวงแก้มของเธอ ก่อนจะกระซิบคำสั่งที่ไม่อาจโต้แย้งได้ออกมาข้างใบหู
"งั้นเราไปคุยเรื่องความเสี่ยงที่ห้องทำงานผมกันดีกว่าครับ... เพราะตรงนี้มันสาธารณะเกินไป ที่จะให้ผม ‘ตรวจสอบ’ ว่าคุณพกอะไรมาด้วยบ้าง"
ศิลาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบที่สื่อถึงความเป็นเจ้าของและคำขาดทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากออกจากโลกแห่งความจริง มือที่กุมข้อมือเธอนั้นแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า แต่ในความเจ็บปวดนั้นกลับมีความเร่าร้อนแฝงอยู่ รินรดารู้ดีว่าหากเธอเดินตามเขาไป ห้องนั้นจะเป็นสถานที่ที่เธออาจไม่ได้กลับออกมาในฐานะนักข่าวอีกต่อไป แต่อาจเป็นเพียงของเล่นชิ้นโปรดในกรงขังของเขา
เขากำลังจะพาเธอไปที่จุดหมายที่เธอพยายามตามหา... แต่ในขณะที่ศิลาหันหลังเพื่อนำทาง รินรดาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
ไม่ใช่แค่แฟลชไดรฟ์ที่เธอเห็นแวบๆ ในกระเป๋าเสื้อนอกของเขา แต่มันคือตราประทับสีแดงสดที่ข้อมือซ้ายของศิลา... ตราประทับขององค์กรที่เธอตามสืบมาตลอดห้าปี ซึ่งเธอเพิ่งได้รับแจ้งจากสายลับว่า... คนที่ถือครองตรานี้เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน
ศิลาหยุดเดินกะทันหัน เขาไม่หันกลับมา แต่เอ่ยเสียงเรียบว่า "อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจอะไรตอนนี้เลยครับรินรดา... เพราะสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้น จะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดเรื่องการเป็นนักข่าวไปตลอดกาล"
เขาผลักบานประตูห้องทำงานขนาดใหญ่เปิดออก เผยให้เห็นแสงไฟสลัวสีส้มสลัดภายในห้องทำงานส่วนตัว ที่นั่น... มีบางอย่าง—หรือบางคน—นั่งรออยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ หันหลังให้พวกเขาอย่างท้าทาย
ภูริศร์หวังว่าทุกท่านจะดื่มด่ำไปกับปฐมบทของความเร่าร้อนและอันตรายในครั้งนี้นะครับ
ศัสตราสังหารในคราบนักบุญ•ตอนที่ 1
รอยร้าวในหน้ากาก
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราสังหารในคราบนักบุญ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
