จุดเปลี่ยนชีวิต: ย้อนเวลาล่าพอร์ตหมื่นล้าน•ตอนที่ 5

อสังหาฯ ทำเลทองที่ไม่มีใครเห็น

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
“ราคาเท่านี้… คุณมั่นใจแล้วเหรอครับธันวา? ที่ดินรกร้างหลังนิคมฯ เก่าเนี่ยนะ มันมีแต่หญ้าคา กับพวกสุนัขจรจัดที่คุณจะซื้อไว้ทำอะไรกันแน่” เสียงของ 'เสี่ยสมชาย' นายหน้าค้าที่ดินรุ่นเก๋าดังขึ้นในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำ เขาขยับแว่นสายตาพลางมองใบเสนอราคาในมือด้วยสายตาที่ก้ำกึ่งระหว่างความสมเพชและความฉงน ธันวาไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงแต่วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้สักอย่างใจเย็น สายตาคมกริบมองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นภาพความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ในปี 20XX ซึ่งเขารู้ดีว่าอีกไม่เกินสามปีข้างหน้า ผืนดินผืนนั้นจะถูกรัฐบาลประกาศให้เป็นเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษมูลค่ามหาศาล “คนส่วนใหญ่มองเห็นแค่หญ้าคาครับเสี่ย” ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้คู่สนทนาต้องชะงัก “แต่ผมมองเห็น 'เส้นเลือดใหญ่' ของเศรษฐกิจที่กำลังจะถูกปักหมุดลงตรงนั้น หากเสี่ยไม่สะดวกใจจะดำเนินการ ผมก็ยังมีนายหน้าอีกหลายเจ้าที่รอส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่นก้อนนี้อยู่” เสี่ยสมชายแค่นหัวเราะ ก่อนจะเซ็นชื่อลงในเอกสารอย่างไม่เต็มใจนัก “เอาเถอะครับ ถ้าคุณอยากทิ้งเงินเล่นก็เรื่องของคุณ แต่เตือนไว้ก่อนนะ ที่ดินแปลงนี้มันติดคดีมรดกฟ้องร้องกันมาเป็นสิบปี เจ้าของเดิมไม่ยอมปล่อยง่ายๆ หรอก” ธันวาหยิบเอกสารขึ้นมาเก็บใส่ซองหนังอย่างทะนุถนอม มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยเป็นยิ้มที่ไม่มีใครอ่านออก ในชาติก่อนเขาเคยเห็น 'อิทธิพล' เพื่อนรักของเขาที่กลายเป็นศัตรูตัวฉกาจ กว้านซื้อที่ดินแปลงข้างเคียงนี้ในราคาถูกเหมือนได้เปล่า ก่อนจะปั่นราคาจนร่ำรวยมหาศาลจากการฮุบโครงการรัฐ ครั้งนี้ เขาจะไม่ปล่อยให้อิทธิพลได้แตะต้องมันแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ช่วงบ่าย ธันวานัดพบกับ 'รินรดา' ที่ร้านอาหารลับในย่านสุขุมวิท เธอสวมชุดเดรสสีครีมเรียบหรู ใบหน้าสะสวยนั้นดูเคร่งเครียดกว่าปกติเมื่อเห็นแฟ้มเอกสารที่ธันวาวางลงบนโต๊ะ “คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่าธันวา?” รินรดาเปรยขึ้นทันทีที่เปิดดูแผนที่แปลงที่ดิน “นั่นมันเขตของตระกูลอิทธิพลนะ คุณกำลังหยิบชิ้นปลามันจากปากเสือ คุณลืมไปแล้วเหรอว่าอิทธิพลมันเป็นคนยังไง? มันไม่ปล่อยให้ใครมาขัดขวางผลประโยชน์ของมันแน่” “คนอย่างอิทธิพลมองโลกผ่านผลประโยชน์ครับคุณริน” ธันวากล่าวพลางจิบไวน์ “เขารู้ว่าที่ดินผืนนี้คือขุมทอง แต่เขาประเมินเวลาผิดไป เขากำลังรอให้ราคาตลาดดิ่งลงกว่านี้เพื่อกดราคาซื้อตอนถูกที่สุด แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ… ผมได้ดีลกับทางแบงก์ชาติไว้แล้ว เกี่ยวกับแผนการรีโนเวทระบบขนส่งมวลชนที่จะผ่านจุดนี้” รินรดาเบิกตากว้าง “คุณเอาเงินมาจากไหนไปจ่ายมัดจำก้อนใหญ่ขนาดนั้น? พอร์ตหุ้นที่คุณเพิ่งปั่นขึ้นมาเมื่อเดือนก่อนยังไม่น่าจะแปลงเป็นเงินสดได้คล่องตัวขนาดนี้” ธันวาโน้มตัวเข้าไปใกล้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไม่มีก้นบึ้ง “ความลับของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่การถือเงินสดไว้ในมือครับคุณริน แต่คือการใช้ 'ความไว้วางใจ' และ 'ข้อมูล' ให้เป็นอาวุธ ผมไม่ได้กู้เงินแบงก์ ผมแค่ใช้พันธบัตรที่ไม่มีใครสนใจในตอนนี้ มาเป็นตัวประกันในการจองสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ไว้ก่อน” บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลง รินรดามองดูชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มสงสัยว่าธันวาที่เธอกำลังรู้จัก ไม่ใช่เพียงแค่นักลงทุนอัจฉริยะที่โชคช่วย แต่เขาราวกับคนที่มีแผนที่อนาคตอยู่ในหัว ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ 'อิทธิพล' ธันวากดรับสายด้วยท่าทีนิ่งเฉย “ว่าไงครับเพื่อนรัก?” “ธันวา… แกเพิ่งซื้อที่ดินแถวเขตนิคมเก่าไปใช่ไหม?” เสียงปลายสายแหบพร่าและกดดัน “ฉันว่าเราควรคุยกันหน่อยนะ มิตรภาพระหว่างเรามันมีค่ามากกว่าที่ดินรกร้างผืนนั้น… อย่าให้เรื่องมันบานปลายจนแกจะต้องเสียใจเลย ผมเตือนคุณด้วยความหวังดี” “ขอบใจที่เตือนครับ” ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “แต่ฉันว่า… เรื่องที่แกควรจะห่วงจริงๆ ไม่ใช่ที่ดินผืนนั้นหรอกนะ” “แกหมายความว่ายังไง?” อิทธิพลถามเสียงแข็ง “เพราะตอนที่แกกำลังโทรมาข่มขู่ฉันอยู่นี้ มีคนในบริษัทของแกเพิ่งโอนหุ้นทั้งหมดที่แกถืออยู่ เข้าสู่บัญชีสาธารณะไปเรียบร้อยแล้วเช็คพอร์ตแกดูสิ… อิทธิพล” ปลายสายเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทุบโต๊ะจะดังลอดผ่านโทรศัพท์มา พร้อมกับการตัดสายไปทันที ธันวาวางโทรศัพท์ลงอย่างแผ่วเบา รินรดาที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับตัวสั่น “ธันวา… คุณทำอะไรลงไป? การทำแบบนั้นมันคือการประกาศสงครามเต็มรูปแบบเลยนะ!” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขามองไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นที่อัดแน่นมานานหลายปี “สงครามมันจบไปนานแล้วครับคุณริน… ตอนนี้มันคือการเก็บกวาดขยะออกจากชีวิตผมเท่านั้นเอง” เขาก้าวเดินออกไปจากร้าน ทิ้งให้รินรดานั่งจมอยู่กับความสับสนและหวาดกลัว แต่เพียงไม่กี่ก้าวจากหน้าร้าน รถลีมูซีนสีดำคันหรูคันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบฟุตบาท ประตูรถเปิดออกเผยให้เห็นชายวัยกลางคนที่ธันวาคุ้นเคยดีที่สุด... เขาคือผู้มีอิทธิพลสูงสุดในสภาการเงินที่เคยสั่งล้มละลายครอบครัวของเขาในชาติก่อน ชายคนนั้นมองมาที่ธันวาด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก ก่อนจะยื่นซองจดหมายสีขาวให้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายธันวาเย็นเฉียบ “คุณขโมยงานของผมไปคนเดียวไม่ได้หรอกนะ ธันวา… หุ้นตัวถัดไปที่คุณกำลังจะซื้อน่ะ ผมซื้อดักหน้าคุณไปเมื่อหนึ่งนาทีที่แล้ว” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - เซียนหุ้นย้อนเวลา
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จุดเปลี่ยนชีวิต: ย้อนเวลาล่าพอร์ตหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%