“ถ้าคุณต้องการจะจมเรือลำใหญ่ให้จมลงสู่ก้นทะเล คุณไม่จำเป็นต้องเจาะรูให้มันกว้างหรอกครับ... แค่รอยร้าวเล็กๆ ที่ถูกเวลาบีบคั้นให้ขยายตัวออก ก็เพียงพอที่จะทำให้คนบนเรือสติแตกจนรีบสละเรือกันเอง”
ผมวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คขัดเงา ปลายสายคือสายลับที่ผมจ้างวานไว้ให้ปล่อยข่าวลือเรื่องโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้านของกลุ่มบริษัท ‘อิทธิพลกรุ๊ป’ ที่กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนักจากนโยบายการกู้ยืมเกินตัว
ในชาติที่แล้ว อิทธิพลเคยใช้กลยุทธ์นี้กับบริษัทครอบครัวของผม เขาทำให้ตลาดตื่นตระหนกด้วยข่าววงในที่สร้างขึ้นเพื่อทุบหุ้น วันนี้... ผมแค่กำลังคืนกำไรให้เขาเป็นสองเท่า
รินรดาที่นั่งจิบชาอยู่ฝั่งตรงข้ามวางแก้วเซรามิกราคาแพงลงเบาๆ ดวงตาคมกริบของเธอมองมาที่ผมราวกับจะอ่านความคิดที่อยู่ลึกลงไปภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“ธันวาคะ... เอ้อ... ผมหมายถึง คุณธันวาครับ” เธอแก้คำพูดด้วยรอยยิ้มมุมปาก “คุณมั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือว่าอิทธิพลจะกัดเหยื่อตัวนี้? เขาเป็นคนฉลาดแกมโกงระดับเขี้ยวลากดินเลยนะ ยิ่งเป็นเรื่องเงินเดิมพันสูงๆ แบบนี้ เขาไม่พลาดง่ายๆ หรอกครับ”
ผมขยับเนคไทเล็กน้อย ก่อนจะหมุนเก้าอี้ไปทางหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ยามพลบค่ำ “ความฉลาดเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดของคนอย่างอิทธิพลครับคุณรินรดา เพราะเขามักจะเชื่อว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้เสมอ ยิ่งเขาคิดว่าเขากำลัง ‘ต้อน’ ใครบางคนให้จนมุมได้ เขาจะยิ่งตาพร่ามัวกับความสำเร็จที่อยู่ตรงหน้า จนลืมมองดูว่าเท้าของเขาได้ก้าวลงไปในกับดักที่เขากำลังสร้างเองหรือเปล่า”
“หมายความว่า...”
“ผมไม่ได้ปล่อยข่าวลือแบบโง่ๆ ให้คนเชื่อว่าบริษัทเขาจะเจ๊งครับ” ผมหันกลับมา แววตาของผมฉายความเย็นเยียบ “ผมปล่อยข่าวว่าบริษัทของเขา ‘มีเงินทุนสำรองมหาศาลจากแหล่งเงินทุนสีเทา’ และกำลังจะกว้านซื้อหุ้นคืนเพื่อผูกขาดตลาดต่างหาก”
รินรดาเบิกตากว้าง “นั่นมัน... การปั่นกระแสให้คนแห่ซื้อ!”
“ถูกต้องครับ” ผมยิ้ม “และเมื่อคนแห่ซื้อจนราคาหุ้นพุ่งสูงเกินพื้นฐานจริง อิทธิพลที่หลงระเริงในอำนาจจะรีบใช้จังหวะนี้ ‘ทุบหุ้น’ เพื่อทำกำไรซ้ำสองตามนิสัยเดิมของเขา แต่นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมรอ... วินาทีที่เขาเทขายหุ้นก้อนใหญ่ลงมาเพื่อทำกำไร ผมจะใช้เงินทุนสำรองทั้งหมดที่เตรียมไว้ รับซื้อหุ้นเหล่านั้นในราคาที่เขากดลงมาเอง... จนในที่สุด ผมจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เขามองไม่เห็นตัวตน”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ได้ยินเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า รินรดาดูตกตะลึงในแผนการอันแยบยลนี้ มันไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มันคือการทำลายอาณาจักรของเขาจากภายในด้วยอาวุธที่เขาถนัดที่สุด
แต่ในขณะที่ผมกำลังดื่มด่ำกับชัยชนะที่ใกล้เข้ามา เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น
*ก๊อก ก๊อก*
เลขาส่วนตัวของผมเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกผิดปกติ “คุณธันวาครับ... มีแขกคนหนึ่งรอพบคุณอยู่ที่ชั้นล่าง เขาบอกว่าเขามี ‘ของขวัญ’ ที่คุณต้องสนใจมากมามอบให้ครับ”
“ใคร?” ผมถามสั้นๆ
“เขาไม่ได้บอกชื่อครับ แต่เขาให้ผมเอาซองจดหมายนี่มาให้คุณ” เลขายื่นซองสีน้ำตาลที่ดูเก่าคร่ำครึมาให้
ผมรับมาด้วยความรู้สึกไม่ไว้วางใจ ผมค่อยๆ เปิดซองออก ภายในมีเพียงรูปถ่ายใบเดียว เป็นภาพของผมกับรินรดาที่นั่งคุยกันอยู่ในห้องนี้... ถ่ายจากมุมสูงที่ไม่มีกล้องวงจรปิดครอบคลุม
และที่มุมภาพ มีข้อความที่เขียนด้วยลายมือบรรจงที่ผมคุ้นเคยที่สุด ลายมือของคนที่ควรจะติดคุกหรือตายไปแล้วในความทรงจำของผม
*‘เกมหมากรุกที่ไม่มีราชา... สนุกพอหรือยังครับ เพื่อนรัก?’*
ใจผมเต้นระรัวในจังหวะที่ไม่ปกติ อิทธิพลไม่ได้โง่ขนาดที่จะตกลงไปในกับดักของผมเพียงอย่างเดียว แต่มันกำลังเล่นบทบาท ‘ผู้ล่า’ ที่เฝ้ามอง ‘ผู้ล่า’ อีกคนหนึ่งอยู่นานแล้ว
“ธันวา... เกิดอะไรขึ้น?” รินรดาลุกขึ้นเดินเข้ามาดูรูปถ่ายในมือผม
ผมไม่ได้ตอบ เธอเห็นข้อความในรูป ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากความตื่นเต้นเป็นความซีดเผือด “เขา... เขารู้ตัวแล้ว? หรือว่าทั้งหมดที่ผ่านมา...”
ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ส่งเสียงเตือนสั่นสะเทือนต่อเนื่อง มันคือการแจ้งเตือนจากระบบซื้อขายหุ้นแบบเรียลไทม์ที่ผมตั้งค่าไว้
กราฟหุ้นของอิทธิพลกรุ๊ปที่ควรจะค่อยๆ พุ่งขึ้นตามแผน... กลับตกลงดิ่งเหวในวินาทีเดียวพร้อมกับวอลุ่มการซื้อขายที่มหาศาลผิดปกติ เหมือนมีใครบางคนเทขายล้างพอร์ตทั้งหมด!
แต่มันไม่ใช่การเทขายเพื่อทำกำไรธรรมดา... มันคือการโยกย้ายเงินทั้งหมดไปยังบัญชีต่างประเทศที่ไม่อาจตรวจสอบได้
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้เคาะ แสงไฟจากโถงทางเดินสาดเข้ามาจนเห็นเงาของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าห้อง เขาไม่ได้บุกเข้ามาด้วยกำลัง แต่เขายืนถือแก้วไวน์ในมือด้วยท่าทางสง่างามราวกับกำลังมางานเลี้ยงสังสรรค์
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับ ธันวา” ชายคนนั้นกล่าวพลางยิ้มกว้าง “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องการปั่นหุ้นนะครับ แต่น่าเสียดาย... ที่ผมเพิ่งขายทิ้งทั้งหมด ก่อนที่คุณจะได้ทันซื้อเก็บไว้”
มันคืออิทธิพล... และที่แย่ไปกว่านั้น เขามาพร้อมกับตำรวจอีกสามนายที่ยืนอยู่ด้านหลัง
นี่ไม่ใช่แค่เกมการเงิน แต่มันคือการปิดล้อมที่ถูกวางแผนมาอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรกที่ผมก้าวข้ามเวลากลับมา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นไปพร้อมกับผมนะครับครับ
จุดเปลี่ยนชีวิต: ย้อนเวลาล่าพอร์ตหมื่นล้าน•ตอนที่ 10
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จุดเปลี่ยนชีวิต: ย้อนเวลาล่าพอร์ตหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!