ทนายสายมืดกับนักวิเคราะห์ข่าวสาวผู้มีอดีตเป็นเครื่องหมายคำถาม•ตอนที่ 9

ห้องทำงานที่เต็มไปด้วยอันตราย

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เสียงล็อกกลอนประตูกระจกฝ้าหนาหนักแน่นดังก้องขึ้นในความเงียบงันของเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูททาร์อมิดไนท์บลูจะก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ศรุตไม่ได้รอให้เจ้าของห้องอนุญาต เขาเป็นผู้ชายประเภทที่ถือว่าพื้นที่ทั้งหมดในเกมนี้คือน าฬิกาหมากรุกของเขา และเรนินเป็นเพียงผู้เล่นฝั่งตรงข้ามที่กำลังเดินหมากผิดพลาด เรนินยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอสะท้อนลงบนดวงตาสีเข้มที่เรียบเฉยและเยือกเย็น เธอมองผู้ชายที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่คมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกน "การบุกรุกยามวิกาลแบบนี้ ไม่ค่อยส่งเสริมภาพลักษณ์ทนายมือหนึ่งผู้ผดุงความยุติธรรมเท่าไหร่เลยนะคะ คุณศรุต" เสียงของเรนินราบเรียบ ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา ศรุตหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกควบคุมไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุม เขาวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะกระแทกเบาๆ จนกระดาษด้านในไหวตัว "ยุติธรรมเหรอครับ... เอ่อ... ดิฉันหมายถึง สำหรับคุณแล้ว คำนี้มีไว้ประดับสำนักงาน หรือมีไว้ต่อรองราคาบนโต๊ะอาหารกับกวินทร์กันแน่?" ศรุตโน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นชาจากตัวเธอ "คุณเล่นเกมสกปรกเกินไปแล้ว เรนิน ข้อมูลเรื่องมูลนิธิเด็กกำพร้าที่ถูกส่งให้กองปราบเมื่อเช้า ไม่ใช่ฝีมือของนักวิเคราะห์ข่าวอิสระ แต่มันคือฝีมือของคนที่รับเงินใต้โต๊ะมาจากนักการเมืองที่อยากกำจัดคู่แข่งอย่างผม" เรนินไม่แม้แต่จะกระพริบตา เธอยังคงนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ ปล่อยให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว ศรุตโกรธ... และเธอก็ชอบเห็นเขาสติหลุดออกจากกรอบความสมบูรณ์แบบ "ถ้ารู้สึกว่ามันสกปรก ทำไมไม่ลองใช้กฎหมายที่คุณเชี่ยวชาญนักล้างมันให้สะอาดล่ะคะ?" เรนินเอ่ยเสียงกระซิบ แววตาสั่นระริกด้วยความท้าทาย "อ้อ... ลืมไป ศรุตผู้ยิ่งใหญ่ไม่เคยทำความสะอาดคราบสกปรก เขาแค่ซ่อนมันไว้ใต้พรม แล้วเหยียบมันให้จมดินเหมือนกับสิ่งที่ครอบครัวคุณเคยทำกับคนอื่นเมื่อสิบปีก่อน!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องก็ราวกับถูกจุดชนวนระเบิด ศรุตพุ่งมือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือเรียวของเรนินอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แรงบิดนั้นไม่ได้รุนแรงถึงกับทำร้าย แต่หนักหน่วงพอที่จะตรึงเธอไว้กับพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบของเขาดุดันราวกับสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม "คุณอยากขุดคุ้ยเรื่องอดีตนักใช่ไหม เรนิน?" ศรุตคำรามเบาๆ ชิดริมฝีปากของเธอ "คุณคิดว่าคุณรู้จักผมดีพอที่จะเอาเรื่องครอบครัวผมมาเป็นเครื่องมือทำลายผมบนหน้าจอโทรทัศน์งั้นเหรอ?" เรนินไม่ดิ้นรน เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะของเขา "ถ้าฉันไม่รู้ดีพอ คุณคงไม่มานั่งทำหน้าเครียดอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ ปล่อยมือ..." "ถ้าผมไม่ปล่อย คุณจะทำไม?" ศรุตย้อนถาม เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างน่าประหลาด เมื่อสายตาเลื่อนต่ำลงไปยังริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อที่กำลังท้าทายเขาอยู่ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยกระแสความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล เคมีระหว่างเขากับเธอมักจะเป็นเช่นนี้เสมอ—อันตราย รุนแรง และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศที่ปฏิเสธไม่ได้ ทั้งสองต่างเป็นนักล่าที่กระหายชัยชนะ แต่กลับพ่ายแพ้ให้กับความอยากรู้อยากเห็นในเรือนร่างของอีกฝ่าย เรนินสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเริ่มลูบไล้ขึ้นตามเรียวแขนใต้เสื้อเชิ้ตผ้าไหม ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัด ช่องว่างระหว่างความเกลียดชังและความเสน่หาเลือนรางลงจนแทบมองไม่เห็น ศรุตโน้มใบหน้าลงประชิดริมฝีปาก ขณะที่เรนินหลับตาลงรับสัมผัสอันเร่าร้อนที่เขาโถมเข้าใส่ จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนหวาน แต่เป็นการลงทัณฑ์และการครอบครอง สัมผัสจากริมฝีปากหนารุกรานเข้ามาอย่างไร้ความปรานี เรนินเผยอปากต้อนรับรสจูบที่ทั้งดุดันและหิวกระหาย มือเรียวที่เคยใช้พิมพ์บทวิเคราะห์ข่าวเปลี่ยนเป็นยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง จิกปลายนิ้วลงบนลาดไหล่ของเขาเพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ศรุตดึงร่างบางให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้จนแผ่นอกของเธอแนบชิดกับกายหนา ความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายที่แนบสนิททำให้สติที่เหลืออยู่ของทั้งคู่ขาดผึ่ง เขายกเธอนั่งลงบนขอบโต๊ะทำงาน เอกสารและแฟ้มคดีกระจัดกระจายร่วงหล่นลงพื้น แต่ไม่มีใครสนใจเสียงเหล่านั้นอีกต่อไป ริมฝีปากของศรุตไล่ลงมาตามซอกคอขาวผ่อง ทิ้งรอยสัมผัสร้อนผ่าวที่เรียกเสียงครางแผ่วเบาจากลำคอระหงของเรนิน มือข้างหนึ่งของเขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มและเนินอกอิ่มที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบกระชั้น เรนินแอ่นกายเข้าหาอย่างลืมตัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาจนมอดไหม้ในห้องทำงานที่ปิดทึบแห่งนี้ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจและสัมผัสอันเร่าร้อนที่เรียกร้องสัญชาตญาณดิบเถื่อนของมนุษย์ ทว่า... ในวินาทีที่ศรุตกำลังจะครอบครองเรือนร่างของเธออย่างสมบูรณ์ เสียงกริ่งเตือนภัยระบบรักษาความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน! *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* ทั้งสองชะงักค้าง ศรุตเงยหน้าขึ้นจากซอกคอของเธอ ดวงตาคมกริบฉายแววระแวดระวังขึ้นมาทันที ขณะที่เรนินหอบหายใจแรง ใบหน้าแดงก่ำแต่แววตากลับกลับมาคมกลาตันในเสี้ยววินาที หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานที่ยังเปิดค้างอยู่ ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่าง... มีร่างของบุคคลปริศนากำลังก้าวออกจากลิฟต์ส่วนตัวตรงมายังประตูห้องนี้ และในมือของบุคคลนั้น กำลังถือเอกสารลับสุดยอดที่ควรจะอยู่ในตู้นิรภัยของกวินทร์! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมอันตรายนี้ไปพร้อมกับมิดไนท์คิสค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายมืดกับนักวิเคราะห์ข่าวสาวผู้มีอดีตเป็นเครื่องหมายคำถาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%