เสียงกระสุนนัดสุดท้ายที่เจาะทะลุกระจกกันกระสุนของห้องโถงใหญ่ในโกดังร้างริมน้ำ คือสัญญาณเตือนว่าเกมหลบหนีของภาคินได้สิ้นสุดลงแล้วค่ะ
กลิ่นอายของดินปืน คละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นคาวเลือดที่เจือจางอยู่ในอากาศยามค่ำคืน คณินก้าวเท้าเหยียบบานประตูกระจกที่แตกละเอียด เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นคอนกรีตดัง ‘ก๊อก... ก๊อก...’ เป็นจังหวะที่ทรงพลังและเยือกเย็นราวกับยมทูตที่เดินขึ้นมาจากขุมนรก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนผู้คุ้มกันของฝ่ายตรงข้ามที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนถึงกับเข่าอ่อน
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยววאกกราดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของลัลดา ซึ่งถูกพันธนาการไว้ด้วยเชือกเส้นหนาบนเก้าอี้กลางห้อง
ใบหน้าหวานซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก แต่แววตาที่มองตรงมายังเขากลับยังคงเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีและความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว... และนั่นแหละค่ะ คือสิ่งที่ทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวคณินพุ่งพล่านจนแทบจะคลั่ง
"แก... แกเข้ามาคนเดียวเหรอวะไอ้คณิน!" ภาคินที่สภาพสะביสม พยุงร่างตัวเองขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับจ่อปากกระบอกปืนสั่นๆ เข้าที่ขมับของลัลดา ตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัวผสมความบ้าคลั่ง "ถอยไป! ไม่งั้นอีเด็กนี่หัวกระจุยคามือฉันแน่!"
คณินไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปืนสั้นเก็บเสียงในมือถูกหมุนเล่นอย่างไร้ความปราณี ราวกับชีวิตของคนที่เอามาเป็นตัวประกันไม่มีค่าอะไรในสายตาของเขา... ยกเว้นผู้หญิงคนเดียวที่กำลังถูกใช้เป็นโล่มนุษย์
"ยิงสิ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟันออกมาอย่างเยือกเย็น ชวนให้สันหลังวาบหวิว "ลองลั่นไกดูสักนัดสิภาคิน... แล้วฉันจะทำให้แกได้รู้ว่า นรกบนดินที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นยังไง และชิ้นส่วนไหนของร่างกายแกที่จะถูกตัดทิ้งก่อนเป็นอย่างแรก"
"ไอบ้าเอ๊ย!" ภาคินสติแตก นิ้วที่เหนี่ยวไกสั่นเทิ้มด้วยความกดดันมหาศาลจากแววตาดุดันที่จ้องมองมาดั่งจะกินเลือดกินเนื้อ
แต่ก่อนที่กระสุนนัดนั้นจะทันได้ลั่นออกจากรังเพลิง ร่างของคณินก็พุ่งเข้าใส่ดั่งพายุหมุน ความเร็วดุจสัตว์ป่ากระโจนตะครุบเหยื่อทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวทะลุเพดานโกดัง แต่กระสุนกลับพลาดเป้าเพราะฝ่ามือหนาตะปบเข้าที่ข้อมือของภาคินแล้วบิดมันอย่างแรงจนกระดูกหักดัง ‘กร๊อบ!’
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่น ภาคินทรุดฮวบคุกเข่าลงแทบเท้า แต่คณินไม่มีความเมตตาหลงเหลืออยู่เลยในวินาทีนี้ รองเท้าหนังบดขยี้ลงบนหลังมือของศัตรูอย่างไร้ความปราณี พร้อมกับกระชากคอเสื้อขึ้นมาซัดหมัดหนักๆ เข้าที่ใบหน้าจนเลือดสาดกระจายเต็มพื้น
"ม... ไม่... ไว้ชีวิต..." ภาคินสำลักเลือดออกมาคำโต
"สำหรับคนอย่างแก... ความตายยังถือว่าปราณีเกินไปด้วยซ้ำ" คณินสำรอกเสียงคำรามต่ำในลำคอ ก่อนจะสะบัดร่างของศัตรูทิ้งราวกับขยะเปียก แล้วหันขวับกลับมามองเป้าหมายที่แท้จริงของเขาในค่ำคืนนี้
ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาของลัลดา
คณินก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางที่ถูกมัดตรึงอยู่บนเก้าอี้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เอื้อมไปปลดเชือกหยาบๆ ที่พันธนาการข้อมือเรียวสวยจนขึ้นรอยแดงช้ำ รอยแผลที่เกิดจากการดิ้นรนทำให้เขาขบกรามแน่นด้วยความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านขึ้นมาอีกระลอก
ทันทีที่เชือกเส้นสุดท้ายถูกสะบัดหลุด ลัลดาก็ถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดแกร่งที่อบอุ่นและคุ้นเคยทันที แรงกอดรัดนั้นหนักหน่วงและแน่นแฟ้นราวกับเขาต้องการจะหลอมรวมร่างของเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับเขาเพื่อลบเลือนความหวาดกลัวทั้งหมดที่เกิดขึ้น
"ดา..." เสียงเรียกนั้นแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย มันไม่ใช่เสียงของมาเฟียผู้ไร้ความปราณีอีกต่อไป แต่เป็นเสียงของชายหนุ่มผู้โหยหาและหวาดกลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดในชีวิตไป "เจ็บตรงไหนไหม... หืม? บอกฉันสิ"
ลัลดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจ กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นดินปืนและหยาดเหงื่อให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด แม้ปากจะยังดื้อรั้นแต่ร่างกายกลับตอบสนองด้วยการโอบกอดรอบเอวสอบของเขาแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะเป็นเพียงภาพลวงตา
"คนบ้า..." เสียงหวานเอือมระอาเจือสะื้นเล็กน้อย "ใครใช้ให้คุณบุกมาคนเดียวแบบนี้... ถ้าคุณเป็นอะไรไป..."
"ฉันไม่มีทางเป็นอะไรทั้งนั้น..." คณินก้มลงกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวเนียนจนขนลุกชัน "ตราบใดที่เธอยังไม่ได้ชดใช้ความผิดที่กล้าหนีฉัน... ดา... จำคำพูดของฉันที่ห้องนั้นได้ไหม?"
สัมผัสจากริมฝีปากอุ่นจัดที่กดจราบลงบนซอกคอขาว ทำเอาลัลดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง แรงดึงดูดอันมหาศาลระหว่างพวกเขาทั้งคู่แผ่ซ่านเผาผลาญอากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก มือหนาสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมยาวสลวย บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับรสจูบอันดุดัน เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานหลายวัน
ริมฝีปากหยักบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำอย่างไร้ความปราณี รสชาติของจูบนี้ทั้งดิบเถื่อน หอมหวาน และสร้างความมึนงงจนสติของลัลดาหลุดลอยไปไกล ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมดพังทลายลงภายใต้สัมผัสที่คุ้นเคยและพ่ายแพ้ให้กับอ้อมแขนที่โอบกอดเธอไว้ราวกับกรงขังอันแสนเย้ายวน
ร่างบางถูกอุ้มขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวโดยที่ริมฝีปากยังคงแนบชิดไม่ยอมผละออกจากกัน คณินก้าวเดินออกจากโกดังนรกมืดมิดนั้น มุ่งตรงไปยังรถยนต์หรูที่จอดรออยู่ท่ามกลางความมืดของค่ำคืน โดยไม่สนใจซากปรักหักพังหรือศัตรูที่นอนคร่ำครวญอยู่เบื้องหลังอีกต่อไป
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะวางร่างนุ่มลงเบาะหลังรถ ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยสงบกลับสว่างวาบขึ้นด้วยแสงไฟจากรถยนต์นับสิบคันที่พุ่งเข้ามาล้อมรอบพวกเขาไว้ในพริบตา!
ประตูกระจกรถฝั่งตรงข้ามเปิดออก พร้อมกับร่างสูงสง่าของใครบางคนก้าวลงมาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้คณินต้องหรี่ตาลงด้วยความตกใจระคนแปลกใจ
"เกมยังไม่จบหรอกนะ... คุณคณิน" น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับกระบอกปืนที่เล็งตรงมาที่ศีรษะของเขาโดยตรง...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปกับความเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ!
กับดักร้ายพ่ายรักคุณอา•ตอนที่ 38
การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายพ่ายรักคุณอา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!