พนักงานออฟฟิศมือใหม่กับอาจารย์สอนวิชาอาถรรพ์•ตอนที่ 1

ใบลาออกใบแรก

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"ถ้าคุณยังเซ็นชื่อลงในช่องนั้น ชีวิตการทำงานแปดปีในฐานะพนักงานตัวอย่างของคุณ จะมลายหายไปกลายเป็นแค่เศษกระดาษชำระที่ถูกชำระล้างลงโถส้วมนะครับ คุณศิลา" น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องประชุมขนาดใหญ่ไร้หน้าต่าง ทำให้ปลายนิ้วที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพงของศิลาชะงักกึก ปลายเหล็กกล้าจรดอยู่ห่างจากเส้นบรรทัดสุดท้ายของสัญญาจ้างงานไม่ถึงมิลลิเมตร กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและน้ำยาฆ่าเชื้อลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่ควรจะเป็นห้องต้อนรับพนักงานใหม่ระดับเอ็กซ์คลูซีฟของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ เด็กหนุ่มจบใหม่เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคณะเศรษฐศาสตร์ผู้เชื่อมั่นในตัวเลข ตรรกะ และเหตุผลมาตลอดชีวิต ค่อยๆ วางปากกาลงบนโต๊ะไม้สักทองขัดมัน เขากวาดสายตามองเอกสารสี่สิบแปดหน้าที่เพิ่งอ่านผ่านตาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทุกตัวอักษรถูกร่างขึ้นด้วยภาษาทางกฎหมายที่รัดกุม แต่มีบางอย่าง... บางสิ่งที่ผิดปกติในเชิงโครงสร้างที่สมองส่วนวิเคราะห์ของเขารู้สึกได้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ตึก 'แกรนด์ ทาวเวอร์' แห่งนี้เมื่อสามสิบนาทีก่อน ตึกสูงสี่ puluh ชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ทว่ากลับไม่มีเสียงรถราเล็ดลอดเข้ามาผ่านกระจกหนาเตอะแม้แต่แอะเดียว "ผมคิดว่าสัญญาฉบับนี้ผ่านการตรวจสอบจากฝ่าย legal มาแล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมายแรงงานทุกประการนะครับ" ศิลาหันไปตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เขาส่งยิ้มแบบมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อรักษาบรรยากาศการเจรจา "อีกอย่าง ผมคิดว่าการเซ็นสัญญากับบริษัทที่มีความมั่นคงระดับนี้ เป็นก้าวแรกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับผมในเวลานี้" ร่างของหญิงสาวในชุดกườngทางราชการสีเทาเข้มขยับตัวเล็กน้อยจากเก้าอี้พนักสูงตัวนั้น เธอไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้ แต่แรงกดดันบางอย่างในอากาศกลับเพิ่มสูงขึ้นจนศิคารู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่ไล่เลี่ยขึ้นมาตามสันหลัง ริน... เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในผู้ลึกลับที่ฝ่ายบุคคลส่งมา "ประกบ" เขากะทันหัน ปลดปล่อยสายตาคมปลาบที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นทรงรีออกมามองเขา ราวกับกำลังประเมินน้ำหนักของศพบนตาชั่ง "กฎข้อที่สามของการเอาชีวิตรอดในตึก 'แกรนด์ ทาวเวอร์' ชั้น B ขึ้นไป... ห้ามเซ็นเอกสารใดๆ หลังเวลาเก้าโมงนาฬิกาสามสิบนาที หากนาฬิกาของตึกยังคงหมุนทวนเข็ม" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ พλαางยกข้อมือซ้ายขึ้นให้เห็นนาฬิกาขอนแก่นโบราณที่เข็มสั้นและเข็มยาวกำลังกระตุกถอยหลังอย่างเป็นจังหวะ ติ๊ก... ติ๊ก... ศิลาขมวดคิ้วมุ่น เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตนเองบ้าง เข็มนาฬิกาของเขาเดินไปข้างหน้าตามปกติ แสดงเวลา 09:32 น. แต่นาฬิกาแขวนผนังในห้องประชุมกลับชี้ไปที่ 08:58 น. ความขัดแย้งของมิติเวลาทั้งสองชุดนี้สร้างความปั่นป่วนเล็กน้อยในระบบความคิดของเด็กหนุ่มผู้ยึดถือความจริงเชิงประจักษ์ แต่ในฐานะคนฉลาด เขารู้ดีว่าการดื้อดึงเถียงด้วยทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์มหภาคในตอนนี้คงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น "ถ้ามันเป็นเรื่องของกฎระเบียบภายใน ผมยินดีที่จะทำความเข้าใจครับ" ศิลาเอ่ยด้วยท่าทีผ่อนคลายลง "แต่ในเมื่อผมยังไม่ได้เซ็นสัญญา และนี่คือวันทำงานวันแรกของผม ผมคิดว่าเราควรเริ่มต้นด้วยการทัวร์สำนักงานและทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงาน มากกว่าการมานั่งกังวลเรื่องเข็มนาฬิกาที่อาจจะแค่ถ่านหมดนะครับ" รินนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาของศิลา ราวกับกำลังค้นหาว่าภายใต้รอยยิ้มสุภาพนั้นมีความกลัวซ่อนอยู่บ้างหรือไม่ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย "คุณเป็นพวกหัวรั้นที่น่ารำคาญไม่เบาเลยนะ... คุณศิลา" รินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวภายใต้กระโปรงสอบก้าวเข้ามาหยุดอยู่ใกล้โต๊ะทำงาน เธอยื่นมือเรียวบางไปหยิบเอกสารสัญญาฉบับนั้นขึ้นมาฉีกมันออกเป็นสองส่วนอย่างไม่ลังเล เสียงกระดาษฉีกขาดดังก้องกังวานในความเงียบงัน "แต่เอาเถอะ ในเมื่อคุณเลือกที่จะก้าวเข้ามาใน 'เขตแดน' นี้ด้วยความสมัครใจแล้ว เรามาลองดูกันว่าตรรกะและเหตุผลของคุณ จะช่วยให้คุณรอดพ้นจาก 'การประชุมรอบเช้า' ไปได้สักกี่น้ำ" ก่อนที่ศจะได้เอ่ยปากถามถึงความหมายของคำว่า "การประชุมรอบเช้า" แสงไฟนีออนบนเพดานห้องประชุมก็กระพริบถี่รัวสามครั้งติดต่อกัน ก่อนจะดับวูบลงพร้อมเพรียงกัน ความมืดมิดสนิทพุ่งเข้าโอบล้อมห้องทั้งห้องในเสี้ยววินาที กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าถูกแทนที่ด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยคละคลุ้งเข้ามาในอากาศอย่างรวดเร็ว "หยิบแฟ้มเอกสารสีแดงที่อยู่ใต้โต๊ะขึ้นมา แล้วอย่าส่งเสียงดังเด็ดขาด" เสียงกระซิบของรินดังชิดริมหูของเขาในความมืด พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของปลายนิ้วเธอที่แตะลงบนหลังมือของเขาเพื่อส่งสัญญาณเตือน ศิลาหัวใจเต้นรัวระรัว สมองส่วนหน้าทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อประเมินสถานการณ์ แม้สัญชาตญาณจะบอกให้วิ่งหนี แต่ความอยากรู้อยากเห็นและนิสัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อปริศนากลับดึงรั้งเขาไว้ เขาก้มตัวลงคลำหาแฟ้มเอกสารสีแดงตามคำสั่ง ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับสันแฟ้มหนาเตอะที่มีผิวสัมผัสแปลกประหลาด—มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกระดาษหรือพลาสติก แต่มันให้ความรู้สึกหยุ่นมือคล้ายกับผิวหนังของสิ่งมีชีวิตที่ยังมีความอุ่นหลงเหลืออยู่ ในความมืดสนิทนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็เริ่มดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก... เสียงลากเท้ายาวๆ สลับกับเสียงโลหะขูดขีดไปกับพื้นปูนซีเมนต์ ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทีละก้าว... ทีละก้าว... จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องประชุมนี้ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง เป็นจังหวะที่คุ้นเคยราวกับเป็นการทักทายของหัวหน้างานผู้ตรงต่อเวลา แต่สิ่งที่ทำให้ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คือเสียงลูกบิดประตูที่กำลังค่อยๆ หมุนเปิดออกเองจากด้านนอก ทั้งๆ ที่ไม่มีใครจับมันเลยแม้แต่น้อย ร่างเงาสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ไร้ศีรษะ ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในความมืด พร้อมกับเสียงประกาศจากระบบเสียงตามสายของอาคารที่ดังขึ้นแทรกความเงียบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าไร้ชีวิตชีวา [ประกาศจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล... ยินดีต้อนรับพนักงานใหม่เข้าสู่แผนกชำระหนี้... ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการประเมินผลงานรอบปฐมฤกษ์ ณ บัดนี้...] ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวแรกไปกับศิลาและอาจารย์รินในตึกมรณะแห่งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานออฟฟิศมือใหม่กับอาจารย์สอนวิชาอาถรรพ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%