เสียงปลดสลักกระสุนในรังเพลิงของปืนพกประจำกายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงดงามอันน่าสะพรึงกลัวของห้องเก็บเอกสารลับใต้ดิน มันไม่ใช่เสียงที่รินทร์ปรารถนาจะได้ยินในค่ำคืนนี้เลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปลายกระบอกปืนสีดำสนิทนั้นไม่ได้เล็งไปที่เป้าหมายซ้อมยิง แต่มันกำลังจ่อตรงมายังหน้าอกของเขา ระยะห่างไม่ถึงสามเมตร
"คุณรินทร์... ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่าล้ำเส้น" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของสารวัตรภาคภูมิ ดังลอดผ่านความมืดของห้องโถงกว้างที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวสาดส่องลงมา เงาร่างของนายตำรวจระดับสูงทาบทับลงบนชั้นวางแฟ้มคดีเก่าคร่ำคร่า ทำให้บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันมหาศาล
รินทร์ไม่ได้ขยับหนี มือข้างที่ถือแฟ้มเอกสารคดีหมายเลข 404 ยังคงกำกระดาษที่ยับยู่ยี่ไว้มั่น หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวด้วยจังหวะที่เร่งเร้า แต่สมองส่วนตรรกะกลับทำงานด้วยความเร็วสูงสุด สติสัมปชัญญะของอดีตตำรวจมือฉมังประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ เขารู้ดีว่าการเคลื่อนไหวผิดพลาดเพียงมิลลิเมตรเดียวอาจหมายถึงจุดจบ แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่ในแฟ้มนี้มีค่ามากกว่าชีวิตของเขาเอง
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงไฟสีฟ้าอมเขียวจางๆ ก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของรินทร์ มันคืออินเทอร์เฟซโปร่งใสของระบบที่เขาผูกพันมาตลอดหลายสัปดาห์
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสภาวะอันตรายระดับวิกฤต (Threat Level: High)]
[เงื่อนไขเอาตัวรอดถูกเปิดใช้งาน: การวิเคราะห์จุดอ่อนเชิงพื้นที่และจิตวิทยาผู้ถืออาวุธ]
[คำแนะนำ: ใช้ช่องว่างทางกฎหมายและข้อมูลเชิงประจักษ์เบี่ยงเบนความสนใจภายใน 4.5 วินาที]
รินทร์สูดหายใจเข้าลึก กวาดสายตาคมกริบมองสบตาเข้ากับสารวัตรภาคภูมิโดยไม่หลบเลี่ยง เขายกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่มองเห็นช่องโหว่ในเกมกระดาน
"ท่านสารวัตรคิดจริงๆ หรือครับว่า การลั่นไกสังหารผมที่นี่ จะกลบเกลื่อนรอยร้าวทั้งหมดในกรมตำรวจได้?" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง ทุ้มต่ำกังวานไปทั่วห้องใต้ดิน "แฟ้มในมือผมไม่ได้มีแค่สำนวนคดีปลอมแปลง แต่มีสำนวนการโอนเงินเข้าบัญชีลับที่เชื่อมโยงกับ 'กลุ่มเงาเพลิง'... ข้อมูลนี้ถูกตั้งเวลาอัปโหลดอัตโนมัติไปยังคลาวด์ส่วนตัวของสารวัตรเอยเรียบร้อยแล้ว หากผมไม่กดปุ่มยืนยันสถานะทุกๆ สิบนาที เธอจะได้รับมันพร้อมพิกัดที่เรายืนอยู่ทันที"
นิ้วชี้ที่กำลังจะเหนี่ยวไกของสารวัตรภาคภูมิชะงักกึก ดวงตาคมกราบของนายตำรวจรุ่นพี่หรี่แคบลงด้วยความลังเลและโกรธเกรี้ยวในเวลาเดียวกัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบระบายอากาศที่ดังสะท้อน
นี่คือเกมจิตวิทยา รินทร์อ่านเกมขาด ภาคภูมิเป็นคนระมัดระวังตัวและรักอนาคตในหน้าที่การงานยิ่งกว่าสิ่งใด เขาไม่มีทางแลกชีวิตของรินทร์กับการเปิดโปงองค์กรที่ใหญ่โตเกินกว่าจะควบคุม เว้นแต่... จะมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า
"คุณฉลาดมาก รินทร์..." สารวัตรภาคภูมิคำรามในลำคอ ลดปืนลงเล็กน้อยแต่ยังไม่เก็บเข้าซอง "แต่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะช่วยคุณได้จริงๆ หรือ? เธอกำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่ใหญ่กว่าที่คุณจินตนาการไว้เสียอีก"
ในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ประตูเหล็กนิรภัยถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปของสารวัตรเอยปรากฏขึ้น พร้อมกับปืนพกในมือที่ขึ้นลำพร้อมยิง เธอกวาดสายตาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วก่อนจะพุ่งเป้าไปที่สารวัตรภาคภูมิด้วยแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง
"วางอาวุธลงเสียครับ สารวัตรภาคภูมิ" เสียงของเธอนิ่งสนิท ทรงพลัง และเต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาดในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนพิเศษ "คุณกำลังละเมิดอำนาจศาลและใช้อาวุธข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐในคดีที่ยังไม่สิ้นสุด"
ภาคภูมิแค่นหัวเราะในลำคอ หันไปมองสารวัตรเอยด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "สารวัตรเอย... เธอคิดว่าเธอกุมความจริงทั้งหมดไว้แล้วสินะ เธอยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อเธอ..."
ประโยคสุดท้ายทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงสนทนา ร่างของสารวัตรเอยชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาที่เคยมีสั่นคลอนอย่างรุนแรงในเสี้ยววินาที
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบระดับฮอร์โมนความเครียดในตัวละครเป้าหมายพุ่งสูงขึ้น 85%]
[เงื่อนไขพิเศษปลดล็อก: เผยแพร่ความลับระดับ 2 ของคดีแฟ้มสีเพลิง]
รินทร์เหลือบมองสารวัตรเอยที่กำลังยืนนิ่งค้าง เขารู้ทันทีว่านี่คือแผนตัดตอนและบั่นทอนจิตใจที่ศัตรูจงใจวางไว้ แต่เขาก็รู้ดีเช่นกันว่า มิตรภาพและความเชื่อใจที่พวกเขาสร้างร่วมกันมาตลอดหลายตอนนี้แข็งแกร่งเกินกว่าจะถูกทำลายด้วยคำพูดลอยๆ ของคนทรยศ
รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้สารวัตรเอยอย่างช้าๆ วางมือลงบนบ่าของเธอเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและสติสัมปชัญญะ สัมผัสที่หนักแน่นนั้นทำให้เธอดึงสติกลับคืนมาได้ทันเวลา เธอกลับมามองเขาด้วยแววตาที่แน่วแน่อย่างรวดเร็ว
"อย่าไปฟังเขาครับเอย... เราจะหาความจริงด้วยกัน" รินทร์กระซิบเบาๆ แต่หนักแน่นพอจะทำให้หัวใจของเธอสงบลง
สารวัตรภาคภูมิถอยหลังไปหนึ่งก้าว สลัดรอยยิ้มเย็นเยียบก่อนจะหันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดของอุโมงค์ระบายอากาศสำรอง ทิ้งให้ทั้งสองคนยืนอยู่ท่ามกลางกองเอกสารลับและเศษซากของความจริงที่รอการชำระล้าง
ทว่า ในขณะที่รินทร์กำลังจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อประสานงานกำลังเสริม หน้าจออินเทอร์เฟซระบบที่ควรจะนิ่งสงบกลับกะพริบถี่รัวด้วยแสงสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนดังขึ้นในโสตประสาท
[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบสัญญาณชีพจรที่ไม่รู้จักในรัศมี 10 เมตร]
[ระบบฉุกเฉิน: พื้นที่นี้ถูกปิดตายด้วยระบบล็อกอัตโนมัติจากภายนอกโดยผู้ใช้สิทธิ์สูงสุด 'Admin_X']
[นับถอยหลังการปล่อยก๊าซไร้สีไร้กลิ่น: 10... 9... 8...]
เสียงโลหะหนักหน่วงกระแทกปิดกั้นทางออกทุกด้านอย่างสนิท พร้อมกับควันสีขาวจางๆ ที่เริ่มพวยพุ่งออกมาจากช่องแอร์เหนือศีรษะของพวกเขา รินทร์เบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ทันทีว่า พวกเขาไม่ได้เป็นฝ่ายไล่ล่าอีกต่อไปแล้ว แต่พวกเขากำลังถูกขังไว้ในห้องทดลองมรณะ
และก่อนที่สติจะดับวูบลงจากฤทธิ์ของก๊าซปริศนา ร่างเงาหนึ่งก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่คุ้นเคยอย่างน่าขนลุก...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนากับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 4
การเผชิญหน้ากับความสงสัย
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!