ปัง! เสียงกระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกรอบไม้สักทองของประตูห้องทำงานจนเศษไม้กระจายว่อนราวกับหิมะฤดูหนาว รินทร์ไม่แม้แต่จะกระพริบตา ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทเข้ารูปดีดตัวหลบฉากไปอยู่หลังตู้เอกสารเหล็กหนาหนักในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณของอดีตนายตำรวจมือฉมังทำงานประสานกับเสียงเตือนรัวเร็วจากระบบในหัว สมองของเขากำลังคำนวณวิถีกระสุนและความเร็วในการเคลื่อนที่ของกลุ่มมือสังหารที่อยู่เบื้องนอกอย่างแม่นยำ
"ไอ้รินทร์! ทางหนีไฟถูกตัดขาดแล้ว พวกมันใช้ระเบิดความร้อนทำลายประตูหนีไฟชั้นล่าง!" เสียงของสารวัตรเอยตะโกนฝ่าเสียงปืนสนั่นหวั่นไหวเข้ามาจากระเบียงด้านข้าง ใบหน้าคมเข้มของเธอเปรอะเปื้อนคราบเขม่าดินปืน แต่แววตายังคงความเด็ดเดี่ยวและเฉียบคมไม่มีเปลี่ยน เธอพุ่งตัวเข้ามาในห้องพร้อมกับยื่นแมกกาซีนสำรองให้เขาด้วยความรวดเร็ว "พวกมันไม่ใช่แก๊งอาชญากรท้องถิ่น... การจัดรูปขบวนและอาวุธปืนยาวติดลำกล้องเก็บเสียงแบบนั้น มันคือกองกำลังรับจ้างระดับชาติ"
รินทร์รับแมกกาซีนมาบรรจุใส่ปืนพกคู่ใจอย่างรวดเร็ว เสียงคลิกเบาๆ ของเหล็กกระทบกันในความอลหม่านคือเครื่องยืนยันถึงความนิ่งสงบภายใต้สถานการณ์วิกฤต สายตาของเขาจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศจากระบบดีท็อกซ์คดีปริศนา ตัวอักษรสีแดงฉานกะพริบเตือนรัว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบภัยคุกคามระดับวิกฤต - แผนการล้างบางโครงสร้างพื้นฐานมหานคร (Operation: Null City)]
[เป้าหมายของศัตรู: จุดระเบิดสารเคมีไซยาไนด์ผสมเร่งปฏิกิริยาใต้ดิน เพื่อสังหารประชาชนสองแสนคนในเขตเศรษฐกิจและทำลายหลักฐานคดีทั้งหมด]
[เวลาที่เหลือ: 18 นาที 45 วินาที]
"สองแสนคน..." รินทร์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกจนสารวัตรเอยที่อยู่ข้างกายยังต้องหันมามอง ภาพเอกสารลับ แผนผังท่อส่งน้ำใต้ดิน และรายชื่อนักการเมืองฉ้อฉลที่เขาเพิ่งถอดรหัสได้เมื่อชั่วโมงก่อนผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ นี่ไม่ใช่แค่การปิดปากพยาน แต่มันคือแผนวินาศกรรมล้างเมืองเพื่อกลบเกลื่อนความเน่าเฟะขององค์กรเงาที่ชักใยอยู่เบื้องหลังกฎหมายทั้งหมด
ปัง! ปัง! ปัง!
กระสุนปืนกลมือระดมยิงทะลุกำแพงปูนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ฝุ่นปูนฟุ้งกระจายจนแทบมองไม่เห็นทาง สารวัตรเอยยกปืนขึ้นยิงสวนกลับผ่านกลุ่มควันไปยังเงาร่างที่เงื้อปืนเตรียมพังประตูเข้ามา เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นหนึ่งครั้งตามมาด้วยเสียงล้มกระแทกพื้น แต่จำนวนของพวกมันมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามรายงานจากเรดาร์ตรวจจับความร้อนของระบบ รินทร์รู้ดีว่าหากพวกเขายังติดอยู่ตรงนี้ ทั้งเมืองจะต้องพินาศก่อนที่ความจริงจะถูกเปิดเผย
"เอย เชื่อใจผมไหม?" รินทร์หันไปสบตากับสารวัตรสาว นัยน์ตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความฉลาดหลักแหลมและความมุ่งมั่นที่ร้อนแรง
สารวัตรเอยชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในกรม "ถ้าฉันไม่เชื่อใจคุณ ฉันคงไม่ยอมเอาหัวมาเสี่ยงอยู่ตรงนี้หรอก... ว่ามา มีแผนอะไร?"
"แผน B" รินทร์ยิ้มมุมปาก ก่อนจะใช้ด้ามปืนกระแทกกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องออกจนแตกละเอียด ลมหนาวยามวิกาลพัดโหมกระหน่ำเข้ามาปะทะใบหน้า "เราจะกระโดดลงไปที่ระเบียงชั้นล่าง แล้วใช้รถหุ้มเกราะของพวกมันเองเป็นพาหนะหนีออกไปที่สถานีจ่ายน้ำหลัก"
ไม่รอให้เสียเวลา รินทร์พุ่งตัวนำหน้าออกไปก่อน สารวัตรเอยกัดฟันกระโจนตามติดออกไปในเสี้ยววินาทีที่ประตูห้องทำงานถูกพังทลายลงโดยระเบิดแรงสูง แรงระเบิดส่งผลให้แรงดันอากาศผลักร่างของทั้งสองพุ่งทะยานออกสู่กลางอากาศท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา เสียงคำรามของปืนกลจากด้านหลังไล่หลังมาติดๆ แต่ด้วยการคำนวณวิถีลมและแรงโน้มถ่วงที่รินทร์วิเคราะห์ไว้ล่วงหน้า ทำให้ทั้งคู่ร่อนลงสู่หลังคารถตู้ของศัตรูได้อย่างปลอดภัย
รินทร์ไม่รอช้า เขาใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดจัดการกับคนขับที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกด้วยการล็อกคอในพริบตาเดียว ก่อนจะแย่งพวงมาลัยมาควบคุมเอง สารวัตรเอยสับเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานฝ่าวงล้อมของกระสุนปืนออกไปสู่ท้องถนนยามค่ำคืนได้อย่างหวุดหวิด
ภายในรถตู้ที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง บรรยากาศเงียบงันมีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงเม็ดฝนที่กระทบกระจกหน้ารถ รินทร์ก้มลงมองแท็บเล็ตในมือ ข้อมูลจากระบบดีท็อกซ์กำลังประมวลผลตำแหน่งของระเบิดลูกสุดท้ายที่ถูกซ่อนไว้ใต้สถานีจ่ายน้ำหลัก ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาต้องกระตุกวูบไม่ใช่ความยากในการกู้ระเบิด แต่เป็นชื่อของผู้ที่ถือรหัสผ่านในการจุดชนวน
ชื่อบนหน้าจอโฮโลแกรมปรากฏชัดเจนพร้อมกับรูปถ่ายใบหน้าของบุคคลที่รินทร์เคยเคารพรักและไว้วางใจมากที่สุดในชีวิตตำรวจ—ผู้บัญชาการสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้มีอำนาจล้นฟ้าและเป็นคนเซ็นคำสั่งไล่เขาออกจากราชการด้วยตัวเอง
สารวัตรเอยเหลือบมองหน้าจอแท็บเล็ตแวบหนึ่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนต้องเหยียบเบรกกะทันหัน รถตู้ไถลไปกับถนนเปียกฝนจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดลั่นสนั่น
"นั่นมัน... เป็นไปไม่ได้!" สารวัตรเอยอุทานออกมาเสียงสั่น มือของเธอกำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่อสีขาวโพลน "ท่านผู้บัญชาการคือคนที่ประกาศกร้าวว่าจะกวาดล้างองค์กรนี้ไม่ใช่เหรอ ทำไมเขาถึงกลายเป็นคนสั่งการแผนทำลายเมืองซะเอง!"
รินทร์นิ่งเงียบ แววตาของเขาฉายแววเจ็บปวดระคนขื่นขม แต่สมองส่วนตรรกะกลับทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อเชื่อมโยงทุกคดีปริศนาที่ผ่านมาเข้าด้วยกัน ทุกศพ ทุกร่องรอย และทุกความลับ ถูกร้อยเรียงเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบในหัวของเขา
"เพราะเขาไม่ได้ต้องการกวาดล้างองค์กรเงา..." รินทร์เงยหน้าขึ้นมองกระจกมองหลัง สายตาคมกริบมองลอดผ่านหยดน้ำฝนออกไปยังแสงไฟนีออนของเมืองใหญ่ที่กำลังหลับใหล "แต่เขาคือ 'ผู้ก่อตั้ง' ที่แท้จริงของมันต่างหากล่ะ"
ยังไม่ทันที่สารวัตรเอยจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนจากระบบดีท็อกซ์คดีปริศนาก็ดังขึ้นอีกครั้งในหัวของรินทร์ แต่มันไม่ใช่เสียงเตือนภารกิจปกติ... มันเป็นเสียงแจ้งเตือนระบบฉุกเฉินสีดำสนิทที่ดังก้องกังวานจนแก้วหูแทบแตก
[แจ้งเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการเข้าถึงสัญญาณชีวภาพของคุณจากโครงข่ายดาวเทียมของศัตรู]
[คำสั่งเสียงจากเป้าหมายปริศนา: "ยินดีต้อนรับสู่เกมสุดท้าย, รินทร์... แกมาช้าไปสามก้าวเสมอ"]
[ประตูรถตู้ด้านหลังถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับกระบอกปืนสีดำสนิทที่จ่อตรงมาที่ท้ายทอยของรินทร์อย่างเยือกเย็น!]
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาอันลึกล้ำนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความตื่นระทึกยิ่งกว่าเดิมนะครับ
* แฟ้มคดีลับ007
ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 27
รอยร้าวขององค์กรเงา
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!