เสียงเหล็กกระทบกันในห้องขังนิรภัยชั้นใต้ดินของกองปราบปรามไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเสียงโลหะทั่วไป แต่มันดังสะท้อนก้องกราบหัวใจราวกับเสียงเต้นของนาฬิกาตายที่กำลังนับถอยหลัง สารวัตรเอยยืนนิ่งสนิท มือเรียวที่เคยจับปืนได้อย่างมั่นคงยามนี้กลับชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อประโยคกระซิบของรินทร์ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท *“หนอนในกรมที่เราตามหามาตลอด จะทนรอให้เราไปหาไม่ไหวเสียแล้วล่ะครับ”*
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น รินทร์ไม่ได้ขยับเขยื้อiหนีไปไหน ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มยืนบังวิถีสายตาของเธอจากกรงขังเบื้องหน้าอย่างจงใจ สัญชาตญาณดิบของอดีตตำรวจมือฉมังกำลังร้องเตือนภัยระดับสูงสุด แสงไฟนีออนสีขาวนวลบนเพดานสั่นไหวเล็กน้อยด้วยกระแสไฟที่ตกวูบ เสียงฮัมเบาๆ ของระบบปรับอากาศกลายเป็นเสียงคرครางต่ำที่ชวนอึดอัด
“คุณหมายความว่าอย่างไร... รินทร์” สารวัตรเอยเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา แต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียดอย่างถึงที่สุด ดวงตาคู่คมกริบมองสบกับแววตาที่สุขุมลุ่มลึกของชายหนุ่ม เธอกวาดสายตาผ่านไหล่กว้างของเขาไปยังความมืดสลัวภายในห้องขังเดี่ยว ไร้ซึ่งเงาเคลื่อนไหว ไร้ซึ่งเสียงร้องครวญคราง มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว
รินทร์ไม่ตอบคำถามในทันที นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะเบาๆ เป็นจังหวะสามครั้งบนสันแฟ้มเอกสารในมือ—จังหวะที่สารวัตรเอยจำได้แม่นยำว่าเป็นรหัสลับเตือนภัยที่พวกเขาใช้ร่วมกันยามเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่ชอบมาพากล
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของสนามพลังงานชีวภาพในรัศมี 5 เมตร]
[คำเตือน: วัตถุเป้าหมายระดับ SSS กำลังแสดงสัญญาณชีพ... เริ่มต้นกระบวนการปลุกเสกความทรงจำ]
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าจางๆ ปรากฏขึ้นในคลื่นความคิดของรินทร์ ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงต้นคอ ระบบไขปมลับไม่ได้ผิดพลาด มันแม่นยำเสมอ และนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
“เราไม่ได้กำลังตามล่าผู้ต้องหาที่หนีคดีหรอกครับสารวัตรเอย...” รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ทุ้มต่ำและทรงพลังพอที่จะทำให้ความหนาวเหน็บแล่นริ้วไปตามสันหลังของหญิงสาว “...แต่เรากำลังทำหน้าที่เป็น ‘แขกรับเชิญ’ ที่ถูกเชิญมาต้อนรับการกลับมาของเจ้าบ้านต่างหาก”
สิ้นเสียงของรินทร์ ประตูเหล็กกล้าบานหนาทางด้านหลังก็ส่งเสียง ‘คลิก’ ดังสนั่น!
กรอบประตูกลอนอัตโนมัติที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุดและคีย์การ์ดของอธิบดีกรม กลับดีดตัวเปิดออกเองอย่างช้าๆ ไอความเย็นจัดพวยพุ่งทะลักออกมาจากช่องว่างนั้น พร้อมกับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์—กลิ่นอายของกระดาษเก่าคร่ำคร่าผสมกับกลิ่นโลหะสนิม และกลิ่นจางๆ ของชา Earl Grey ที่รินทร์คุ้นเคยจนน่าขนลุกจากแฟ้มคดีลับเมื่อห้าปีก่อน คดีที่ควรจะถูกปิดตายไปนานแล้ว
สารวัตรเอยผวากระชับปืนพกในซองข้างเอวอัตโนมัติ สายตาดุดันหันขวับไปมองทางประตูด้านหลังทันที “ใครตั้งระบบเปิดประตูนี้? ใครมีสิทธิ์เข้าถึงรหัสผ่านระดับผู้บัญชาการ!”
“ไม่มีใครแฮกเข้าระบบหรอกครับ...” รินทร์ก้าวเท้าขยับเข้าไปยืนขวางหน้าสารวัตรเอยไว้ครึ่งก้าว สายตาคมกราบจ้องมองไปยังความมืดมิดหลังบานประตูที่เปิดอ้า “เพราะคนที่กดรหัส... ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์เข้าถึงจากภายนอก เขาแค่ใช้ ‘รหัสผ่านหลัก’ ที่ถูกฝังไว้ในระบบโครงสร้างพื้นฐานของกรมตำรวจตั้งแต่เริ่มสร้างตึกนี้ต่างหากล่ะครับ”
ในความเงียบสงบที่น่าอึดอัด มีเสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่หนักแน่นดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงรองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นปูนขัดมัน เสียงนั้นก้าวเดินอย่างใจเย็น ราวกับผู้ชนะที่กำลังเดินตรวจตราอาณาจักรของตนเอง ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีดำสนิทปรากฏขึ้นตรงกรอบประตู แสงไฟสลัวสาดกระทบกับกรอบแว่นโลหะสีเงินสะท้อนประกายวาววับ ปิดบังแววตาคู่คมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง แต่รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยนั้น... ช่างเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่ง อำนาจ และความคุ้นเคยอย่างประหลาด
สารวัตรเอยอ้าปากค้าง ลมหายใจสะดุดกัก สมองของเธอน็อกสนิทไปชั่วขณะเมื่อใบหน้านั้นปรากฏชัดเจนภายใต้แสงไฟ
“ท่าน... ท่านรองผู้บัญชาการ...?” เสียงของสารวัตรสาวสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว ปืนในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น ภาพของชายวัยกลางคนผู้มีบุคลิกสุภาพเรียบร้อย เป็นที่เคารพรักของทุกคนในกรมตำรวจ ผู้ซึ่งคอยเซ็นอนุมัติงบประมาณและสนับสนุนการทำงานของเธอมาโดยตลอด ยามนี้กลับยืนอยู่ ณ ใจกลางศูนย์กลางอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ในฐานะ... ผู้บงการ
รองผู้บัญชาการกิตติถอดถุงมือหนังสีดำออกทีละข้างอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาเอ็นดูเจือความสมเพชระคนกัน รอยยิ้มอบอุ่นที่เคยใช้ตบตาคนทั้งกรมมลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง
“เธอฉลาดมากนะสารวัตรเอย... และเธอก็ช่างรั้นเสียเหลือเกิน รินทร์” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ก้องกังวานไปทั่วห้องขังใต้ดิน “รู้ไหมว่าฉันต้องเสียดายทรัพยากรดีๆ อย่างพวกเธอแค่ไหน ที่ต้องมาจบอนาคตลงด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่เข้าเรื่อง”
รินทร์ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายังคงยืนนิ่ง แววตาฉายแวววิเคราะห์อย่างรวดเร็ว สมองทำงานประมวลผลข้อมูลนับพันชิ้นในเสี้ยววินาทีเพื่อเชื่อมโยงจิ๊กซอว์ทุกชิ้นที่หล่นหายเข้าด้วยกัน
“ที่แท้... คุณก็คือ ‘สถาปนิก’ ผู้อยู่เบื้องหลังการล้างบางหน่วยสืบสวนพิเศษเมื่อห้าปีก่อนสินะครับ” รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกน “คดีฟอกเงิน คดีฆาตกรรมอำพราง หรือแม้แต่การหายตัวไปของพยานปากเอก ทุกอย่างถูกจัดฉากขึ้นผ่านระบบอัลกอริทึมที่คุณเป็นคนออกแบบโครงสร้างตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีให้กระทรวง”
กิตติหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและภูมิใจในความอัจฉริยะของตนเอง
“เก่งมาก... สมกับที่เป็นอดีตมือปราบผู้รอดชีวิตจากกองเพลิง” กิตติยกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทอย่างเรียบร้อย “แต่น่าเสียดายนะรินทร์ คนที่รู้มากเกินไป... มักจะมีอายุขัยสั้นกว่าที่ควรจะเป็นเสมอ”
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบจนถึงขีดสุด สารวัตรเอยกำปืนแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน เธอพร้อมจะเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อหากชายตรงหน้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียว ทว่าในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนถึงจุดแตกหักนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบโฮโลแกรมของรินทร์ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงเตือนสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นตรงหน้า พร้อมกับข้อความอัปเดตที่ทำให้ลมหายใจของเขาต้องสะดุด
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสคำสั่งฉุกเฉินระดับ SSS ถูกเปิดใช้งานจากภายนอก!]
[เป้าหมาย: โครงข่ายระบบความปลอดภัยทั้งหมดในเขตเมืองหลวงถูกล็อคดาวน์]
[คำเตือนจากระบบ: บอสลับ "สถาปัตยกรรมเงา" ได้ลืมตาตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว... และเวลานับถอยหลังสู่การทำลายล้างเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้]
รินทร์หรี่ตาลงทันที เขารีบหันไปมองหน้าสารวัตรเอยที่กำลังตกตะลึงกับภาพหน้าจอสีแดงที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอ ก่อนที่รินทร์จะทันได้เอ่ยปากเตือนอะไร เสียงระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากชั้นบนของอาคารกองปราบปราม แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน ไฟฟ้าทั้งหมดในตึกดับวูบลงในพริบตา เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องสว่างวาบไปทั่วบริเวณ
ในความมืดที่ถูกย้อมด้วยสีเลือดนั้น รอยยิ้มเยือกเย็นของกิตติก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ลอยมาตามสายลมเย็นเยียบ...
“ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย... ขอให้สนุกกับเกมนี้จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้ายนะเด็กๆ”
...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
— แฟ้มคดีลับ007
ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 29
บอสลับปรากฏกาย
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!