ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 2

สกิลสแกนอัจฉริยะทำงาน

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
"พวกแก... เข้ามาผิดห้องซะแล้วล่ะครับ" ประโยคเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นดังก้องขึ้นในความเงียบงันของห้องสืบสวนเก่าคร่ำครึ กลิ่นอับชื้นของฝุ่นละอองและกระดาษคดีเก่าผสมผสานกับกลิ่นเหล็กออยล์ทำความสะอาดปืน รินทร์ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าเงาร่างสามร่างที่ลอบเร้นเข้ามาในยามวิกาล แสงไฟฉายคาดหัวของพวกมันวูบวาบตัดผ่านความมืด เผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและปลายกระบอกเก็บเสียงที่สะท้อนแสงไฟสลัว สารวัตรเอยชักอาวุธประจำกายออกจากซองหนังอย่างรวดเร็ว ปฏิกิริยาตอบสนองของเธอนั้นเฉียบคมสมกับที่เป็นหัวกะทิแห่งกองปราบปราม ดวงตาคู่คมจ้องเขมรดั่งพญาเหยี่ยว พร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อหากเป้าหมายขยับตัว ทว่ารินทร์กลับยกมือขึ้นขวางไว้เบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม "ใจเย็นก่อนครับสารวัตร... แขกยามวิกาลกลุ่มนี้ คงไม่ได้มาเพื่อฆ่าเราทิ้งอย่างไร้เหตุผลหรอกกระมังครับ ไม่อย่างนั้นพวกเขาร, คงไม่เลือกวิธีเปิดประตูเข้ามาแบบเก้ๆ กังๆ ยามตีสองครึ่งเช่นนี้" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย แววตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทอประกายระยิบระยับราวกับเด็กน้อยที่กำลังค้นพบของเล่นชิ้นใหม่ ผู้บุกรุกคนกลางชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาใต้หมวกไอ้โม่งสีดำเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าเหยื่อไม่แสดงอาการตื่นตระหนกดังเช่นสามัญสำนึกทั่วไป มันส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "แกนี่ปากดีเสียจริง อดีตหมวดรินทร์... น่าเสียดายที่ความฉลาดของแกมันดันไปขัดหูขัดตาใครหลายคนเข้า วันนี้พวกกูไม่ได้มาคุย... แต่มาเก็บกวาด" สิ้นเสียงคำรามต่ำ ผู้บุกรุกทั้งสามพุ่งเข้าใส่พร้อมกันด้วยสัญชาตญาณนักฆ่ามืออาชีพ ท่วงท่าการเคลื่อนไหวรวดเร็วและเป็นระบบ บ่งบอกว่าผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน พื้นไม้เก่าแก่ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดรับน้ำหนัก แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วห้องแคบๆ จนแทบหายใจไม่ออก ทว่า... ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะปะทะกัน ความนิ่งงันในห้วงความคิดของรินทร์กลับหมุนเร็วจี๋ราวกับเฟืองจักรกลชั้นดี *[ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะวิกฤต: ผู้บุกรุกประชิดตัวในระยะประชิด]* *[ระบบวิเคราะห์หลักฐานอัจฉริยะ (Forensic Master System) ทำการประเมินสภาพแวดล้อมอัตโนมัติ...]* *[ปลดล็อกสกิลพิเศษ: สแกนอัจฉริยะ (Genius Micro-Scan Level 1)]* โลกทั้งใบในสายตาของรินทร์พลันชะงักงัน สีสันรอบกายเลือนหายกลายเป็นโทนสีเทาน้ำเงิน มิติแห่งกาลเวลาเสมือนถูกยืดออกด้วยแรงโน้มถ่วงที่เปลี่ยนไป เส้นแสงสีทองบางเฉียบปรากฏขึ้นกลางอากาศ ลากโยงจากจุดที่ผู้บุกรุกเหยียบย่างไปยังวัตถุต่างๆ ภายในห้อง รินทร์ก้าวหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาอย่างเฉียดฉิว ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามวิถีคำนวณของระบบอย่างไร้ที่ติ ราวกับเขารู้อนาคตล่วงหน้า *หมุนตัวสี่สิบห้าองศา... ก้าวเท้าซ้ายหลบมุมอับสายตา... และ...* พลั่ก! สันมือของรินทร์ฟาดเข้าที่ข้อต่อศอกของผู้บุกรุกคนแรกอย่างแม่นยำ แรงปะทะเพียงเล็กน้อยแต่ถูกจุดวิกฤตทำให้ร่างหนาเซถลาล้มลงไปกระแทกกับชั้นวางแฟ้มคดีอย่างจัง เอกสารเก่าปลิวว่อนกระจายเกลื่อนพื้น สารวัตรเอยที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอพุ่งตัวเข้าประชิดผู้บุกรุกคนที่สอง ล็อกข้อมือไขว้หลังกดลงกับพื้นด้วยท่วงท่าจับกุมอย่างเด็ดขาดในเวลาไม่ถึงสามวินาที ส่วนคนสุดท้ายผะผะถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก มันมองรินทร์ราวกับเห็นปีศาจ ก่อนจะตัดสินใจหันหลังวิ่งหนีออกทางหน้าต่าง ทว่ารินทร์ไม่ได้ไล่ตาม เขากลับก้มตัวลงหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากพื้นด้วยปลายนิ้ว "วิ่งไปก็เหนื่อยเปล่าครับ... เพราะรอยเท้าที่ท่านทิ้งไว้บนพื้นพรมเปียกชื้นเมื่อครู่ มันบอกเรื่องราวทั้งหมดของท่านไว้แล้ว" รินทร์กล่าวไล่หลังด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ร่างของผู้บุกรุกคนสุดท้ายชะงักกะทันหันที่ริมหน้าต่าง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นสุดขีด ความเงียบสงัดกลับมาปกคลุมห้องสืบสวนอีกครั้ง สารวัตรเอยยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าสวยคม เธอปรายตามองรินทร์ด้วยความทึ่งแกมระแวง ความสามารถในการต่อสู้เมื่อครู่นี้... ไม่ใช่สิ่งที่อดีตตำรวจที่ตกงานและเอาแต่ขลุกอยู่กับกองเอกสารจะทำได้เลยสักนิด เขาราวกับคนละคน "คุณ... ทำแบบนั้นได้อย่างไรกัน" สารวัตรเอยเอ่ยถามทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอเจือความสงสัยอย่างปิดไม่มิด "การเคลื่อนไหวเมื่อครู่... คุณรู้ได้อย่างไรว่าพวกมันจะก้าวเท้ามาทางซ้าย" รินทร์ไม่ตอบทันที เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ บริเวณจุดที่ผู้บุกรุกคนแรกสะดุดล้ม มือขวาหยิบแว่นขยายขนาดเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อสูทขึ้นมาส่องพิจารณาอย่างตั้งใจ แสงไฟฉายส่องกระทบกับพื้นผิวไม้เก่าคร่ำครรย์ เผยให้เห็นรอยขูดขีดบางเบาและคราบสารเคมีประหลาดที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น "เพราะคนเรามักจะละเลยสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เสมอครับสารวัตร" รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า "อาชญากรส่วนใหญ่มักมั่นใจในฝีมือการหลบหนีของตนเอง จนลืมไปว่า... ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่างลงไป ล้วนทิ้ง 'ลายเซ็น' ของตัวเองเอาไว้เสมอ" "ลายเซ็น?" สารวัตรเอยขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้ามาใกล้เพื่อมองดูสิ่งที่รินทร์กำลังสนใจ "ถูกต้องครับ" รินทร์ใช้นิ้วชี้แตะลงที่รอยขูดขีดบนพื้นไม้ "ผู้บุกรุกกลุ่มนี้ไม่ได้สุ่มเลือกห้องนี้เพื่อมาทำลายหลักฐานธรรมดาครับ แต่พวกมันกำลังตามหาบางอย่าง... บางสิ่งที่ถูกซ่อนไว้ในคดีเมื่อห้าปีก่อน คดีที่ถูกปิดตายไปแล้วอย่างไม่เป็นธรรม" สารวัตรเอยชะงักไป ดวงตาคู่สวยไหววูบชั่วขณะเมื่อได้ยินคำว่า 'คดีเมื่อห้าปีก่อน' นั่นคือคดีที่พรากอนาคตตำรวจมือสะอาดอย่างรวดเร็วไปจากกรมตำรวจ และยังเป็นคดีที่พรากชีวิตเพื่อนร่วมงานที่เธอรักยิ่งไปตลอดกาล "คุณหมายความว่า..." "ใช่ครับ" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "คนที่บงการพวกมันอยู่ข้างนอก... รู้ดีว่าผมกำลังรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาใหม่ และพวกมันก็กำลังร้อนรนจนต้องส่งสุนัขล่าเนื้อเข้ามากวาดล้างหลักฐานชิ้นสุดท้าย" ระหว่างที่ทั้งสองกำลังจมอยู่กับความตึงเครียดของสถานการณ์ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในโสตประสาทของรินทร์อีกครั้ง ทว่าครั้งนี้... สัญญาณเตือนภัยไม่ได้เป็นสีฟ้าหรือสีทองอีกต่อไป แต่มันกลับกะพริบเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความอักษรสีดำทมิฬที่ปรากฏขึ้นกลางลานสายตา *[คำเตือนระดับวิกฤตสูงสุด!]* *[ตรวจพบสัญญาณรบกวนจากเครือข่ายภายนอก ระบบรักษาความปลอดภัยของกรมตำรวจถูกเจาะโดยบุคคลปริศนา]* *[ภารกิจลับระดับ SSS: "ถอดรหัสเงาเพชรฆาต" ถูกบังคับเปิดใช้งานทันที]* *[เงื่อนไขพิเศษ: หากไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของผู้บงการภายใน 3 ชั่วโมง ข้อมูลลับทั้งหมดของคดีจะถูกลบและชีวิตของเป้าหมายจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต]* รินทร์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นบทลงโทษของระบบที่รุนแรงเกินกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังกดดันถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงปรบมือแผ่วเบาแต่ก้องกังวานก็ดังขึ้นจากความมืดมิดนอกหน้าต่างห้องสืบสวน แปะ... แปะ... แปะ... "ช่างเป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ... อดีตหมวดรินทร์ สมกับที่เป็นสมองเพชรแห่งกองปราบปรามในอดีต" น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าขนลุกดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากความมืดของระเบียงชั้นสองอย่างเชื่องช้า ใบหน้าครึ่งหนึ่งซีกถูกซ่อนอยู่ภายใต้เงาของปีกหมวกปานามา ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากนั้นกลับฉาบไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่เด่นชัดเสียจนสารวัตรเอยต้องรีบยกปืนขึ้นเล็งไปที่ผู้มาใหม่ทันที รินทร์หรี่ตามองบุคคลปริศนาที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย เพราะใบหน้านั้น... คือใบหน้าที่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นอีกเลยตลอดชีวิตนี้ --- โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมลับไปด้วยกันนะครับ แฟ้มคดีลับ007
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%