ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 14

กับดักในห้องปิดตาย

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
เสียงกระแทกโครมครามจากด้านนอกเปรียบเสมือนค้อนยักษ์ที่ทุบลงบนโสตประสาท ขณะที่ลำแสงไฟฉายสีขาวโพลนกวาดผ่านกระจกฝ้าของบานประตูก่อให้เกิดเงาวิปริตทาบทับลงบนพื้นห้อง สารวัตรเอยขยับกายเข้ามาชิดแผ่นหลังของรินทร์อย่างสัญชาตญาณ ปลายกระบอกปืนพกในมือเธอปลดเซฟส่งเสียงคลิกเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยไอความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก "ประตูถูกควบคุมด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูงจากภายนอก... วงจรหลักถูกตัดขาดแล้ว" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับกวาดมองไปรอบห้องด้วยความเร็วสูง สมองของเขาประมวลผลข้อมูลนับร้อยชุดผ่าน [ระบบวิเคราะห์หลักฐานระดับสูง] ที่ปรากฏเป็นหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าลอยวนอยู่ขอบสายตา [คำเตือน: ตรวจพบก๊าซคาร์บอนมอนำไซด์ความเข้มข้นต่ำถูกปล่อยเข้ามาทางช่องระบายอากาศ] [เวลาที่เหลือรอดก่อนหมดสติ: 7 นาที 42วินาที] เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวพร้อมกับตัวเลขดิจิทัลที่กำลังนับถอยหลังอย่างโหดร้าย รินทร์ไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ประสบการณ์จากการเป็นอาลักษณ์แห่งความยุติธรรมที่ถูกหักหลังสอนให้เขารู้ว่า ความกลัวคือศัตรูตัวฉกาจที่สุดในการไขคดีห้องปิดตาย "ถอยไปเอย ตรงนั้นอันตราย" รินทร์เอ่ยพรางคว้าแขนเรียวของหญิงสาวให้หลบมาด้านหลัง เมื่อแผงวงจรควบคุมบนผนังเริ่มส่งเสียงช็อตเปรี๊ยะ ประกายไฟสีส้มวาบขึ้นพร้อมกับกลิ่นไหม้ของฉนวนสายไฟที่ลอยคละคลุ้ง "เราไม่มีทางออกอื่นแล้วนะรินทร์ กระจกพวกนี้เคลือบด้วยสารนิรภัยหนาถึงสามชั้น ต่อให้ยิงด้วยกระสุนเจาะเกราะก็ไม่มีทางทะลุ" สารวัตรเอยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความเยือกเย็น แต่นัยน์ตากลับสะท้อนภาพเงาของความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ รินทร์ไม่ตอบคำถาม เธอพูดถูกในแง่ของสามัญสำนึกทั่วไป แต่ในโลกของตรรกะและกลไก ไม่มีสิ่งใดที่ไร้ซึ่งจุดอ่อน ห้องทดลองลับแห่งนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกผู้หลงใหลในปริศนาของเซอร์อาร์เทอร์ โคนัน ดอยล์ ผู้สร้างสรรค์มักจะทิ้ง "ร่องรอยของความหยิ่งทะนง" เอาไว้เสมอ สายตาคมกริบของอดีตนายตำรวจหนุ่มกวาดมองไปที่ภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังฝั่งตรงข้าม ภาพนั้นคือทัศนียภาพของป่าสนในยามวิกาล ทว่ามีจุดสังเกตบางอย่างที่ขัดแย้งกับหลักกายศาสตร์—เงาของต้นสนในภาพทอดตัวไปทางทิศตะวันออก ทั้งที่แสงจันทร์ในภาพควรจะตกกระทบจากทิศตะวันตก "ภาพนั้น... ไม่ใช่แค่ภาพประดับ" รินทร์พึมพำกับตัวเอง "นายหมายความว่ายังไง?" สารวัตรเอยขมวดคิ้วมุ่น แม้สถานการณ์จะคับขัน แต่เธอก็ยังคงไว้ซึ่งสัญชาตญาณของตำรวจมืออาชีพที่พร้อมจะวิเคราะห์ตาม "ความผิดพลาดเชิงตรรกะของผู้ออกแบบ" รินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ภาพวาดนั้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เสียงทุบประตูด้านนอกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นราวกับบานพับกำลังจะหลุดออกจากวงกบ "คนเรามักจะซ่อนกลไกไว้หลังสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษภัยที่สุด และมักจะใช้ 'ความคุ้นเคย' เป็นเกราะกำบัง" เขายื่นมือออกไปออกแรงกดที่มุมล่างขวาของกรอบรูป ทันใดนั้น กลไกฟันเฟืองภายในก็ส่งเสียงคลิกดังสนั่น กรอบภาพวาดเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นช่องลับฝังผนัง ภายในนั้นไม่ใช่ตู้เซฟราคาแพงอย่างที่คาดคิด หากแต่เป็นแผงควบคุมแบบอนาล็อกที่ใช้ระบบรหัสผ่านเชิงตัวเลขแปดหลัก ซึ่งไม่มีการเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ภายนอก จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแฮกเกอร์ถึงเจาะระบบเข้ามาทางนี้ไม่ได้ "รหัสผ่านอะไรล่ะ? เราเดาไม่ได้หรอกนะรินทร์!" สารวัตรเอยเอ่ยเตือนเมื่อเหลือบไปเห็นตัวเลขเวลาบนหน้าต่างระบบที่ลดลงเหลือเพียง 4 นาที รินทร์หลับตาลงชั่วพริบตา ดึงเอาความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อห้าปีก่อนมาเรียบเรียงใหม่ ตัวเลขเหล่านั้นไม่ใช่รหัสสุ่ม แต่มันคือผลลัพธ์จากสมการคณิตศาสตร์ที่เหยื่อรายแรกเคยตีพิมพ์ไว้ในวารสารวิชาการ—งานชิ้นสุดท้ายก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างลึกลับ นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มกดแป้นพิมพ์อย่างแม่นยำและรวดเร็ว 1 - 9 - 8 - 4 - 0 - 3 - 2 - 1 กริ๊ก! เสียงกลไกภายในผนังปลดล็อกดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ ประตูบานเหล็กหนาที่เคยปิดตายสนิทค่อยๆ เคลื่อนตัวเปิดออกด้วยแรงดันไฮดรอลิกสำรอง แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องเข้ามาเผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดยาวออกไปสู่ความมืดเบื้องเบื้องหน้า "ยอดเยี่ยม..." สารวัตรเอยอุทานออกมาด้วยความทึ่ง เธอจ้องมองรินทร์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจก่อตัวขึ้นอย่างแน่นหนาในใจของเธอ "นายทำได้ยังไงกัน?" "ไว้ค่อยเล่าให้ฟังทีหลัง ตอนนี้เราต้องไปก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวว่าเราหนีออกมาได้ทางนี้" รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง พรางผายมือให้หญิงสาวก้าวเข้าไปในทางเดินลับก่อน ทว่า ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นจากขอบประตูห้องทดลองนั้นเอง ระบบเสียงประกาศฉุกเฉินภายในฐานทัพลับก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกันทั่วทุกพื้นที่ เสียงไซренаสีแดงกะพริบถี่รัว และสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินทร์ต้องกระตุกวูบก็คือ ข้อความใหม่ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศจาก [ระบบวิเคราะห์หลักฐานระดับสูง] [แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการเข้าถึงรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบ (Root Access) จากบุคคลภายนอก] [เป้าหมาย: มีผู้กำลังดักรออยู่ที่ปลายทางเดินลับ... และบุคคลผู้นั้นคือ "สารวัตรใหญ่กรณ์" อดีตผู้บังคับบัญชาของคุณเอง!] รินทร์ชะงักฝีเท้าทันที ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อตระหนักได้ว่า ทุกก้าวที่เขาก้าวเดินมาตลอดสكَลคดีนี้ ไม่ใช่การไขปริศนาเพื่ออิสรภาพ... แต่มันคือ "หมาก" ตาหนึ่งที่ถูกจัดฉากไว้ให้เขาเดินมาติดกับดักด้วยมือของคนที่เขาเคยเคารพรักที่สุด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขคดีไปพร้อมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีท็อกซ์คดีปริศนา: ระบบไขปมลับฉบับตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%