คราบเลือดม้าศึกแห้งกรังติดอยู่บนพื้นรองเท้าผ้าไหมปักลายเมฆา ขณะที่ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหญ้าคาของเสิ่นจินหลิงกำลังสัมผัสกับความว่างเปล่าภายในคลังเสบียงหลวงแห่งกองทัพบูรพา
ความมืดมิดของยามรัตติกาลถูกฉีกกระชากด้วยแสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้สักสลักลาย กลิ่นอับชื้นของฟางข้าวผสมกับกลิ่นสาบของม้าและคราบสนิมเหล็กตลบอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบงันจนน่าอึดอัด นางป้องปากด้วยผ้าแพรเนื้อบางสีนิล ดวงตาหงส์หรี่ลงพินิจพิจารณาความผิดปกติเบื้องหน้า ข้าวสารนับหมื่นกระสอบที่ควรจะตั้งเรียงรายสูงตระหง่านจนถึงคานหลังคา บัดนี้กลับหลงเหลือเพียงความว่างเปล่าและเงาตะคุ่มของกระสอบฟางยัดไส้แกลบที่ถูกนำมาวางตบตาไว้ด้านหน้า
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของการขน1ย้าย... แต่นี่คือร่องรอยของการปล้นสะดมจากภายใน
"ฉลาดนัก... แต่ยังรอบคอบไม่พอ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงถอนหายใจของภูตพรายลอดผ่านริมฝีปากที่แต้มด้วยชาดสีชาด เสิ่นจินหลิงสะบัดชายแขนเสื้อกว้าง ซ่อนกริชเงินเล่มบางที่อาบยาพิษสกัดจากดอกอวี้หลันไว้ในอุ้งมืออย่างแนบเนียน นางก้าวเท้าเดินอย่างเงียบเชียบราศีกวางป่าบนลานดิน อัตราการเต้นของหัวใจสม่ำเสมอไม่หวั่นไหว แม้จะรู้ดีว่าหากทหารยามลาดตระเวนผ่านมาพบเข้า ศีรษะของนางคงต้องหลุดออกจากบ่าในข้อหาสอดแนมค่ายทหารหลวงโดยไม่มีราชสิทธิ์
สภาวะการเมืองในราชสำนักเวลานี้เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่รอวันปะทุ ฮ่องเต้หมิงเต๋อทรงระแวงแคลงพระทัยในอำนาจอันไร้ขีดจำกัดของชินอ๋องเฟยหลง ผู้กุมกองทัพเหล็กสามแสนนายพิทักษ์ชายแดนบูรพา การที่เสบียงทหารร่อยหรอหายไปอย่างไร้ร่องรอย ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน หากเสบียงเหล่านี้ไม่ถูกส่งถึงมือทหารในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า ความกระวนกระวายจะนำไปสู่ความแตกตื่น และนั่นคือข้ออ้างชั้นดีที่ราชสำนักจะใช้ปลดอำนาจของท่านอ๋อง
*กึก...*
เสียงรองเท้าหนังเหยียบย่ำลงบนกิ่งไม้แห้งดังแว่วมาจากด้านนอกประตูคลัง เสิ่นจินหลิงไม่รอช้า นางพลิ้วกายหลบเข้าสู่เงาสลัวหลังเสาไม้จันทน์แดงขนาดใหญ่ ลมหายใจถูกผ่อนเข้าออกอย่างเชื่องช้าและเงียบงันที่สุด ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวเต็มที่
ประตูคลังเสบียงถูกผลักเปิดออกช้าๆ แสงคบเพลิงวับแวมสาดส่องเข้ามาเป็นทางยาว ร่างสูงสง่าในชุดเกราะหนังสีดำสนิทประดับลวดลายมังกรทะยานฟ้าก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่นมั่นคง กลิ่นอายความเย็นเยือกและกลิ่นอายคาวเลือดจากการรบพุ่งแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบข้างจนแทบหายใจไม่ออก
ชินอ๋องเฟยหลง...
บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพสงครามแห่งบูรพา ผู้ซึ่งแม้แต่ลมหายใจยังทำให้ผู้คนหวาดผวา พระองค์ทรงหยุดยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถง ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีวาวโรจน์ขึ้นในความมืด พระพักตร์หล่อเหลาดั่งหยกแกะสลักไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงโทสะที่กำลังแผดเผาอยู่ภายใน
"ออกมารab"
สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น ทำลายความเงียบงันราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน "เจ้าแอบซ่อนอยู่ในคลังเสบียงของเปิ่นหวางมาครึ่งเค่อแล้ว เสิ่นจินหลิง... หรือว่าเสนาบดีเสิ่นส่งเจ้ามาดูผลงานความพินาศที่พวกมันร่วมมือกันทำลายกองทัพของเปิ่นหวางกันแน่!"
หัวใจของกุนซือสาวกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่นางยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย เสิ่นจินหลิงก้าวออกมาจากเงาเสาอย่างสง่างาม เงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมปลาบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความสูงของนางจะอยู่เพียงแค่ระดับพระอภิสราของอีกฝ่ายก็ตาม
"ถวายบังคมชินอ๋องเพคะ หม่อมฉันเพียงผ่านมาชมดูว่า... เหตุใดท่านอ๋องผู้เกรียงไกร จึงปล่อยให้หนอนบ่อนไส้กัดกินกระดูกสันหลังของกองทัพตนเองจนแทบไม่เหลือซากเช่นนี้" สุไพเราะทว่าเฉียบคมบาดลึกหลุดจากริมฝีปากของนาง
เฟยหลงแค่นพระHาสัยในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน พระหัตถ์หนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของนางด้วยแรงบิดมหาศาลจนกระดูกแทบร้าว ทว่าดวงตาทั้งสองคู่กลับประสานกันอย่างดุเดือด ไม่มีฝ่ายใดหลบสายตา
"เจ้ากล้าดียังไงถึงกล้าท้าทายเปิ่นหวางในยามวิกาลเช่นนี้ คิดว่าชีวิตของเจ้ามีค่าพอที่จะเอามาเล่นสนุกกับเกมการเมืองของราชสำนักงั้นหรือ" สุรเสียงกระซิบชิดริมหู แฝงความคุกคามและไอร้อนระอุที่ขัดแย้งกับอากาศหนาวเหน็บยามค่ำคืนอย่างสิ้นเชิง
เสิ่นจินหลิงเม้มริมฝีปากแน่น ความเจ็บปวดที่ข้อมือไม่ได้ทำให้นางแสดงความอ่อนแอออกมาแม้แต่น้อย นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและความท้าทาย
"หม่อมฉันไม่ได้มาเพื่อเล่นสนุกเพคะ... แต่หม่อมฉันมาเพื่อช่วยท่านอ๋องหา 'เสบียง' ที่หายไป และกระชากหน้ากากคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ต่างหาก"
เฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย พระเนตรที่เคยดุดันกวาดมองใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของสตรีตรงหน้า ทันใดนั้น เงาร่างขององครักษ์เงาคนหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ด้วยท่าทางตื่นตระหนก
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ราชโองการลับจากเมืองหลวงเพิ่งมาถึง มีพระราชบัญชาด่วนให้ปลดท่านอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพบูรพา โดยอ้างเหตุผลเรื่องเสบียงหลวงสูญหาย และ... และมีรับสั่งให้ประหารชีวิตกุนซือเสิ่นทันทีฐานเป็นไส้ศึก!"
ไป๋เหลียนฮวา ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์นี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 1
กลยุทธ์ในความมืด
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!