กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา•ตอนที่ 27

ความเงียบก่อนพายุ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
เสียงดีดลูกคิดทองเหลืองกระทบกับถาดหินอ่อนดัง *กริ๊ง* เบา ๆ แต่กลับก้องกังวานบาดลึกในความเงียบสงัดของห้องหนังสือลับ เสิ่นจินหลิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามา นางยังคงจดจ่ออยู่กับการคำนวณเสบียงกรังและเส้นทางลำเลียงพลนับหมื่นชีวิต ปิ่นปักผมหยกขาวลายดอกเหมยสั่นไหวตามจังหวะการขยับมือเรียวบางที่เขียนตัวอักษรพู่กันจีนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นเงินลายเมฆมงคลสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันหอมราตรี ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "เจ้าตรวจบัญชีรอบที่สามแล้วนะจินหลิง" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีนิลสนิทที่ก้าวเข้ามาประชิด ชินอ๋องเฟยหลงยื่นมือหนาเข้ามากุมมือเรียวที่ถือพู่กันไว้ ปลายนิ้วด้านกร้านจากการจับดาบสัมผัสกับผิวเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม แต่แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกลับฉายแวววิตกกังวลอย่างที่ผู้ใดไม่เคยได้เห็น จินหลิงชะงักมู่ลี่ขนตาลงเล็กน้อย นางวางพู่กันลงอย่างนิ่มนวล ก่อนจะหันไปสบตาชายหนุ่มผู้กุมชะตาของแผ่นดิน "สงครามไม่ได้ตัดสินด้วยคมดาบเพียงอย่างเดียวเพคะท่านอ๋อง... หากคลังเสบียงที่ชายแดนบูรพาถูกตัดขาดแม้เพียงเจ็ดวัน ทัพหลวงของฮ่องเต้หมิงเต๋อจะยังไม่ทันเคลื่อนพลมาถึง พวกเราก็คงต้องยอมจำนนด้วยความหิวโหยแล้ว" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยความจริงอันเจ็บปวดที่ทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ฮ่องเต้หมิงเต๋อทรงระแวงข้าจนตัวสั่น ทรงยอมตัดแขนขาแผ่นดินตนเอง เพียงเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามอย่างตระกูลเสิ่นและกองทัพพิทักษ์ชายแดน... พระองค์ทรงลืมไปแล้วกระมัง ว่ากำแพงเมืองที่กั้นมองโกลไว้ได้ มิใช่ราชบัลลังก์มังกรในเมืองหลวง แต่คือเลือดเนื้อของเหล่าทหารหาญที่นี่" "พระองค์มิได้ลืมเพคะ... เพียงแต่พระองค์ทรงกลัว" จินหลิงเอ่ยแย้งเบา ๆ นางเอื้อมมือไปแตะรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่ข้างแก้มสากของอีกฝ่ายด้วยความอาทร "อำนาจที่ล้นฟ้า ย่อมสร้างความหวาดระแวงในพระHạทัยผู้ครองนคร ความเงียบในยามนี้ มิใช่ความสงบ... แต่มันคือพายุใหญ่ที่กำลังก่อตัวก่อนจะพัดถอนรากถอนโคนทุกสิ่ง" ภายในห้องหนังสือลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของชาผู่อ๋อร์ชั้นดีที่เริ่มเย็นชืด แผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่กางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์แดง หมากสีดำและสีขาวถูกวางสลับกันราวกับสมรภูมิรบจำลอง ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า หากแต่เป็นความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่หัวใจของคนทั้งคู่ราวกับคลื่นใต้น้ำ "หากพรุ่งนี้ราชשоวการลับจากเมืองหลวงมาถึง..." เฟยหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้างามราวกับต้องการสลักภาพนี้ไว้ในความทรงจำครั้งสุดท้าย "เจ้าจะทำอย่างไร จินหลิง?" "หม่อมฉันจะอ่านมัน... แล้วเผาทิ้งเสีย" นางตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของกุนซือหญิงช่างงดงามและเด็ดเดี่ยวราวกับดอกบัวหิมะที่เบ่งบานท่ามกลางพายุหิมะ "เพราะชีวิตของท่านอ๋อง และความอยู่รอดของราษฎรแสนชีวิตในหุบเขาบูรพา มีค่ามากกว่าราชโองการปลอมๆ จากฮ่องเต้ผู้หูเบาพวกนั้น" มือหนาของชินอ๋องรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแทบจมหายไปในอ้อมอก กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายสนธยาและสนเข็มทำให้จินหลิงต้องหลับตาลงซบกับแผงอกกว้างนั้น ชั่วขณะหนึ่ง ความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งได้หลอมละลายความหนาวเหน็บจากโลกภายนอกจนหมดสิ้น "ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องเจ้า แม้แต่เงาของฮ่องเต้ก็ไม่มีสิทธิ์" เสียงกระซิบพร่าatตํ่าดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับริมฝีปากหนาที่กดจูบลงบนขมับบางอย่างหนักหน่วง เป็นคำสัญญาที่หนักแน่นดั่งขุนเขา และร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกผู้คนที่ขวางทาง ทว่า... ในวินาทีที่ความหวานล้ำกำลังโอบกอดคนทั้งคู่ไว้ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูรั้วเหล็กด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน เป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดที่สรา้งความตกใจให้แก่ทหารยามหน้าห้อง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "ท่านอ๋อง! ท่านกุนซือ!แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงตะโกนของรองแม่ทัพจ้าวหอบสะท้านดังทะลุมู่ลี่เข้ามา "มีม้าเร่งจากด่านนอก... นำหีบศิลาประทับตรามังกรทองมาส่ง! และ... และในนั้น..." เฟยหลงผละออกจากร่างบางทันที แววตาแปรเปลี่ยนเป็นดุดันดั่งนักล่าในพริบตาเดียว จินหลิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ดวงตาดอกท้อคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด รองแม่ทัพจ้าวผลักประตูเปิดพรวดเข้ามา ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ในมือถือพับกระดาษสาชุ่มเลือดที่เพิ่งถูกดึงออกจากหีบศิลาด้วยอาการสั่นเทา "ทูลท่านอ๋อง... ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการด่วน... ประกาศให้ท่านอ๋องเป็นกบฏแผ่นดิน และ..." จ้าวหรงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกุนซือหญิงด้วยแววตาหวาดกลัว "มีคำสั่งให้ประหารชีวิตกุนซือเสิ่น... ทันทีที่ตะวันรุ่งขึ้น!" ความเงียบงันดิ่งลึกลงไปในความมืดมิด ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากรอบคอบกำแพงตำหนัก เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงการมาเยือนของกองกำลังนับพันที่ปิดล้อมพวกเขาไว้จากทุกทิศทุกทางแล้ว! ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งอำนาจนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงไร้พ่ายกับท่านอ๋องผู้กุมความลับแห่งหุบเขาบูรพา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%