ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย•ตอนที่ 24

ความคลั่งที่ควบคุมไม่ได้

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันปืนจาง ๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่อบอวลยิ่งกว่าคือความเดือดดาลที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าคุมกฎแห่งโลกมืด "บอกผมมาอีกครั้งสิ... ว่าแผลนี้ได้มาจากไหน" น้ำเสียงของคิรากรต่ำทุบและเย็นเยียบจนน่าขนพองสเกียว ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองรอยแผลถลอกยาวบริเวณหัวไหล่เนียนของรินรดา รอยเลือดซิบ ๆ ที่เกิดจากเศษกระจกกระเด็นใส่ระหว่างการปะทะเมื่อครู่ กำลังทำให้เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายในหัวใจของมาเฟียหนุ่มขาดผึงอย่างไม่มีชิ้นดี รินรดา, นักเจรจาต่อรองสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด แม้ในยามเผชิญหน้ากับกระบอกปืนนับสิบคู่ เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน แต่ในยามนี้... เมื่อต้องสบตากับประกายไฟแห่งความคลั่งแค้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสนิทของคิรากร เธอกลับเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ... เอ้ย... อุบัติเหตุนะครับ ฉันหลบไม่ทันเองนิดหน่อย แค่แผลแมวข่วน คุณจะทำหน้ายักษ์ใส่ฉันทำไมเนี่ย" รินรดาเผลอหลุดปากแก้ตัวด้วยความคุ้นชินเกือบจะใช้สรรพนามเดิม แต่เพราะรู้ว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังสติหลุด เธอจึงรีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน "แมวข่วนงั้นเหรอ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันใด ๆ ร่างหนาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบของโกดังร้าง หมับ! มือหนาคว้าข้อแขนเรียวไว้เบา ๆ แต่หนักแน่นราวกับคีมเหล็ก แม้เขาจะระมัดระวังไม่ให้โดนแผลที่ไหล่ของเธอ แต่แรงอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายในทำให้ปลายนิ้วของเขาสั่นระริกด้วยความโกรธ "ถ้าพวกมันมีปัญญาเข้าใกล้ตัวคุณได้มากกว่านี้ หัวพวกมันคงไม่เหลืออยู่บนบ่าแล้วล่ะรินรดา" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับพวงแก้มใส ดวงตาคู่คมจ้องมองเธอเขม็ง ราวกับต้องการจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวเพื่อซ่อนเธอไว้จากอันตรายทั้งปวง "คุณรู้ไหมว่าตอนที่ผมเห็นคุณล้มลงไป... ผมเกือบจะสั่งระเบิดตึกทั้งหลังทิ้งเพื่อฝังพวกมันทั้งหมดให้ตายตามกันไปซะ" คำพูดนั้นไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย รินรดาอ่านความหมายนั้นออกได้อย่างชัดเจนจากแววตาที่แดงก่ำเล็กน้อยของเขา มาเฟียหนุ่มผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งคนนี้ กำลังสูญเสียการควบคุมตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ... และสาเหตุทั้งหมดก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ "ฉันไม่เป็นอะไรสักหน่อย คุณต่างหากที่กำลังเสียสติไปกันใหญ่แล้วนะคิรากร" เธอยังคงพยายามใช้ลูกฮึดกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความกลัวจากศัตรูภายนอก แต่เป็นเพราะเคมีอันตรายและแรงดึงดูดมหาศาลจากผู้ชายที่กำลังโอบล้อมเธอไว้ต่างหาก "ใช่... ผมกำลังเสียสติ" คิรากรยอมรับออกมาตรง ๆ อย่างไม่อายปาก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดกัน "และต้นเหตุความคลั่งบ้าบอทั้งหมดนี่ก็คือคุณ ผู้หญิงปากเก่งที่ไม่เคยรักตัวกลัวตายคนนี้ไงล่ะ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันและความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาที่ยังคงกุมข้อมือเธอเอาไว้ คิรากรไม่ได้สนใจรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของตัวเองเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาโฟกัสอยู่เพียงแค่รอยแผลที่หัวไหล่ของหญิงสาว ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับเธอด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย นิ้วเรียวแกร่งอีกข้างค่อย ๆ เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ระใบหน้าของรินรดาออกอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุดันเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง จนรินรดาถึงกับชะงักงัน เผลอหลบสายตาคู่นั้นไม่ได้ "เจ็บมากไหม..." เสียงทุ้มเอ่ยถามแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบที่หลุดออกมาจากส่วนลึกที่สุดของหัวใจ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยที่ล้นทะลักจนน่ากลัว "ฉัน... ไม่ได้สำออยขนาดนั้นหรอกน่า" รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยแดงระเรื่อบนพวงแก้ม แต่คิรากรกลับใช้มืออีกข้างประคองคางเธอให้หันกลับมาสบตากันตรง ๆ "อย่าดื้อกับผมในเวลานี้เลยรินรดา คุณก็รู้ว่าผมเกลียดการอดทนที่สุด" พูดจบ คิรากรก็โน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากลงบนรอยแผลถลอกที่หัวไหล่ของเธอแผ่วเบา ความอุ่นร้อนจากริมฝีปากของเขาแตะสัมผัสลงบนผิวเนื้อโดยตรง ทำเอารินรดาสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่ไม่ใช่แค่การแสดงความเป็นเจ้าของ แต่มันคือการประกาศกร้าวว่าผู้หญิงคนนี้คือขีดจำกัดเดียวที่เขาพร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งหากใครบังaaniมาแตะต้อง ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความคลั่งรัก ปัง! เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่พร้อมกับเสียงกระชากประตูเหล็กด้านนอกก็ดังขึ้นกระแทกโสตประสาทอย่างกะทันหัน "นายครับ! แย่แล้วครับ ทางด้านทิศเหนือ..." เสียงลูกน้องคนสนิทของคิรากรตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก แต่ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค ร่างของลูกน้องคนนั้นก็ทรุดฮวบลงกับพื้น พร้อมกับรูกระสุนที่กลางหน้าผากอย่างแม่นยำ คิรากรดึงรินรดาเข้ามาหลบอยู่ด้านหลังของตนเองในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนกลับมาเป็นนักล่าแห่งโลกมืดที่เต็มไปด้วยจิตสังหารทันที มือหนาชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาจากเอวอย่างคล่องแคล่ว ทว่า สิ่งที่ทำให้คิรากรและรินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ก้าวพ้นควันจาง ๆ เข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตู บุคคลปริศนาในชุดสูทสีดำสนิท สวมหน้ากากอนามัยสีขาวปิดบังใบหน้าครึ่งบน เผยให้เห็นเพียงรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก พร้อมกับสิ่งของในมือข้างขวาที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา "สวัสดีครับคุณน้องสาว... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับตอนที่ 24 ของ "ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเดือดเชือดปริศนา กับมาเฟียหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%