คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก•ตอนที่ 20

การประชันฝีมือทำอาหาร

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
“อย่ามองข้ามความหวานที่ดูเหมือนไร้เดียงสานั่นไปเชียว เพราะในวินาทีที่ลิ้นแตะสัมผัส รสชาติของมันอาจจะคมกริบยิ่งกว่าใบมีดที่ท่านถืออยู่เสียอีก” เสียงหวานเรียบเฉยของรินดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในโถงประชันฝีมือมืออาหาร ณ ใจกลางจัตุรัสแห่งเมืองหลวง สายตาของเหล่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นต่างจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว—หญิงสาวในผ้ากันเปื้อนเปื้อนแป้งเล็กน้อยที่ดูราวกับหลุดออกมาจากนิทาน แต่ในมือของเธอกลับไม่ได้ถือเพียงตะกร้อมือ หากแต่เป็นประกายตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่ผ่านการบ่มเพาะมานับศตวรรษ ตรงหน้าเธอไม่ใช่เพียงเชฟฝีมือฉกาจจากทั่วสารทิศ แต่คือ 'เอเลียส' ชายใต้ผ้าคลุมสีดำที่เธอเพิ่งเผชิญหน้าในร้านเมื่อค่ำคืนก่อน เขากำลังยืนอยู่หลังโต๊ะเตรียมอาหารฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากภายใต้ฮู้ดนั่น มันช่างเป็นภาพสะท้อนที่ตอกย้ำความเจ็บปวดในอดีตของริน “ริน... เจ้ามือสั่น” เซนอสกระซิบอยู่ข้างๆ ร่างสูงใหญ่ของอดีตแม่ทัพเผ่ามังกรยืนกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขารับรู้ได้ถึงความผิดปกติของหญิงสาวที่เขาปกป้อง “ถ้าไม่ไหว เราถอยตอนนี้ยังทันนะ” “ไม่ค่ะเซนอส” รินตอบพลางสูดหายใจลึก กลิ่นอายของแป้งสาลีชั้นดีผสมกับกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนที่เธอเตรียมมาเริ่มฟุ้งกระจาย “การประชันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องหาผู้จัดหาของให้วัง แต่มันคือการตัดสินว่าอดีตที่ฉันพยายามฝังกลบ จะยังตามมาหลอกหลอนฉันได้อีกนานแค่ไหน” เสียงระฆังประจำเมืองดังขึ้นอย่างกึกก้อง สัญญาณเริ่มการแข่งขันทำอาหารเพื่อคัดเลือกผู้จัดหาของหวานถวายแด่ราชสำนักเริ่มต้นขึ้นทันที รินเริ่มลงมือทำอย่างเป็นจังหวะ เธอเลือกที่จะทำ ‘มูสเค้กคาราเมลเกลือสมุทร’ ที่ผสานกลิ่นอายของสมุนไพรเวทมนตร์จากสวนหลังร้าน เธอไม่ได้รีบร้อนเหมือนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ที่ต่างเร่งไฟเพื่อโชว์ความอลังการ หากแต่รินกลับบรรจงดริปกาแฟช้าๆ หยดแล้วหยดเล่าผ่านกระดาษกรอง กลิ่นหอมลึกซึ้งของกาแฟที่อบอวลไปด้วยความทรงจำเริ่มดึงดูดสายตาของคณะกรรมการหลายคน ในขณะเดียวกัน เอเลียสกลับเลือกทำ ‘ทาร์ตผลไม้ต้องห้าม’ ที่ดูภายนอกงดงามไร้ที่ติ แต่ละชิ้นที่เขาแต่งแต้มดูราวกับงานศิลปะชั้นสูง เขามองมาที่รินเป็นระยะ ดวงตาคู่นั้นใต้ผ้าคลุมจ้องมองราวกับจะสบตาให้ทะลุถึงก้นบึ้งของหัวใจเธอ “หนึ่งร้อยปีผ่านไป รสชาติของเจ้ายังคงเป็นรสชาติแห่งความโหยหาที่ไม่มีวันเติมเต็มเหมือนเดิมเลยนะ ริน” เสียงกระซิบของเอเลียสดังแว่วมาตามลม แม้เขาจะไม่ได้หันมามองตรงๆ แต่รินรู้ดีว่าเขากำลังพูดกับเธอ รินชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหยิบถุงบีบครีมขึ้นมา “รสชาติที่ฉันปรุงในวันนี้ ไม่ใช่เพื่ออดีตที่ล่วงลับไปแล้วค่ะเอเลียส แต่เพื่อคนที่ยังยืนอยู่ข้างหลังฉันในปัจจุบัน” เธอกล่าวเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากเนื้อครีมที่ค่อยๆ บรรจงวางลงบนเค้ก เวลาล่วงเลยไปจนเข้าสู่ช่วงนาทีสุดท้าย เสียงเชียร์จากผู้คนรอบข้างเริ่มเบาลงเมื่อถึงเวลาที่ต้องนำเสนอต่อหน้าคณะกรรมการที่เป็นเหล่าขุนนางชั้นสูงและตัวแทนจากวังหลวง รินวางจานเค้กของเธอลงบนโต๊ะตัดสิน กลิ่นหอมหวานปนขมของกาแฟดริปกับความเค็มปะแล่มของเกลือสมุทรสร้างความประหลาดใจให้ผู้ชิมจนต้องขมวดคิ้ว “นี่มัน... รสชาติที่บรรยายไม่ถูก” หนึ่งในกรรมการกล่าวพลางตักคำที่สองเข้าปาก “มันมีความขมของความทุกข์ระทม แต่ตบท้ายด้วยความหวานที่เยียวยาทุกอย่างจนหมดสิ้น” เอเลียสเดินเข้ามาวางจานของเขาเคียงข้างกัน ทาร์ตผลไม้ของเขาดูสวยงามสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อกรรมการตักเข้าปาก สีหน้าของพวกเขากลับเปลี่ยนไปเป็นความสงสัย ทาร์ตนั้นอร่อยจนแทบหยุดไม่ได้ แต่ภายใต้รสหวานนั้นกลับซ่อนความเย็นเยียบที่ทำให้ผู้กินรู้สึกหนาวสั่นราวกับอยู่ในพายุหิมะ “เจ้าแพ้แล้ว ริน” เอเลียสกระซิบข้างหูเธอขณะเดินผ่าน “ขนมของเจ้ามันก็แค่เรื่องเพ้อฝันของมนุษย์ที่อยากหนีความจริง แต่ทาร์ตของข้าคือความจริงที่ทุกคนต้องเผชิญ” รินไม่ได้โต้ตอบ เธอเพียงแต่ก้มมองจานของตัวเองที่เกลี้ยงเกลาด้วยความภูมิใจ เธอรู้ดีว่าชัยชนะในวันนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเสียงโหวต แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครที่กล้าเผชิญหน้ากับรสชาติของชีวิตมากกว่ากัน ทันใดนั้นเอง ประตูโถงใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างแรง ทหารรักษาพระองค์ในชุดเกราะสีเงินวาววับก้าวเข้ามาพร้อมกับประกาศกร้าวด้วยเสียงอันดังทำเอาทั้งจัตุรัสเงียบกริบ “หยุดการตัดสิน ณ บัดนี้! ตามคำสั่งด่วนจากองค์ราชินี ผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายต้องร่วมเดินทางไปยังหอคอยต้องห้ามทันที เพื่อทำภารกิจที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง... ภารกิจทำขนมจากหัวใจของปีศาจที่หลับใหล!” รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นตราประทับบนจดหมายในมือทหารนั้น เป็นตราสัญลักษณ์เดียวกันกับที่สลักอยู่บนแหวนที่เอเลียสสวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ความจริงที่รินพยายามหลีกหนีมาตลอดชีวิตกำลังจะถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตาในไม่กี่อึดใจนี้ รินหันไปมองเอเลียสที่กำลังยิ้มออกมาอย่างสมเพช ก่อนที่เขาจะหันมามองเธอแล้วขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า *“ถึงเวลาที่เจ้าต้องเลือกว่าจะเก็บความลับนี้ไว้ หรือจะยอมให้โลกใบนี้พินาศเพราะสูตรขนมของเจ้า”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เบเกอรี่มิติต่างโลกเสมอมานะคะ หวังว่าจะติดตามตอนต่อไปกันด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%