คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก•ตอนที่ 16

ร้านเบเกอรี่กลายเป็นสภาเมือง

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าท่านยังไม่ยอมวางดาบเล่มนั้นลง กลิ่นหอมของมูสช็อกโกแลตในร้านฉันคงจะเสียรสชาติไปเปล่าๆ ค่ะ" รินวางถาดเซรามิกสีครีมลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวด้วยความระมัดระวัง แม้ในใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ แต่ภายนอกเธอยังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยไว้ได้ มือของเธอไม่ได้สั่นแม้แต่น้อยขณะขยับถ้วยกาแฟดริปให้ตรงตำแหน่ง บรรยากาศภายในร้าน 'คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก' วันนี้ตึงเครียดจนอากาศดูจะหนักอึ้งกว่าปกติ ฝั่งหนึ่งคือท่านผู้นำเผ่าภูตพรายที่นั่งกอดอกด้วยใบหน้าเย็นชา อีกฝั่งคือตัวแทนจากสภาอสูรที่วางมือขวาแนบกับด้ามดาบตลอดเวลา ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานนับทศวรรษ ใครจะไปคิดว่าสถานที่เจรจาสันติภาพลับๆ จะกลายเป็นร้านเบเกอรี่เล็กๆ แห่งนี้ เซนอสในชุดผ้ากันเปื้อนสีเทาเข้มขยับมายืนข้างๆ ริน เขาไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาของอดีตแม่ทัพมังกรที่เคยมองเห็นสนามรบนองเลือดมาก่อน กลับกำลังจ้องมองไปที่ใบมีดของฝั่งอสูรด้วยสายตาที่บอกว่า 'ถ้าขยับอีกนิด หัวของเจ้าจะหลุดจากบ่า' "กาแฟเอธิโอเปียคั่วกลางบดสดๆ ผสมกับมูสเนื้อเนียนละเอียดที่ฉันตั้งใจทำเป็นพิเศษ" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางส่งยิ้มให้แขกทั้งสองฝั่ง "ความขมที่ปลายลิ้นจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้น และความหวานที่ตามมาจะช่วยบรรเทาความโกรธแค้นในใจได้บ้างนะคะ หวังว่าทุกท่านจะให้เกียรติลองชิมก่อนจะเริ่มถกเถียงเรื่องเขตแดนกันต่อ" ชายหนุ่มเผ่าอสูรชะงักไปเล็กน้อย เขาปรายตามองถ้วยกาแฟที่ควันจางๆ กำลังลอยกรุ่นขึ้นมา กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าผสมกับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่รินดริปอย่างประณีตเริ่มแทรกซึมไปทั่วห้อง สลายความขุ่นมัวในอากาศลงไปได้บ้าง "เจ้าริน... เจ้ากำลังทำให้การเมืองกลายเป็นเรื่องของเด็กเล่น" ท่านผู้นำเผ่าภูตพรายพึมพำ แต่ทว่าเขากลับลดระดับเสียงที่เคยเฉียบขาดลง เขายื่นมือออกไปประคองถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบอย่างเสียไม่ได้ "การเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ก็จริงค่ะ แต่การกินของอร่อยคือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกเผ่าพันธุ์" รินตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เธอเดินไปหยิบกาน้ำร้อนมาเติมให้ลูกค้าอย่างเป็นกันเอง "ถ้าการเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว อย่างน้อยวันนี้ทุกท่านก็ได้อิ่มท้องก่อนจะต้องไปสู้รบกันต่อ... จริงไหมคะ?" คำพูดเรียบง่ายแต่เชือดเฉือนนั้นทำให้บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไป เซนอสขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มจางๆ เขาชื่นชมรินเสมอที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้ความอ่อนโยน และเมื่อไหร่ควรใช้ความเด็ดขาดกดดันให้อีกฝ่ายถอยกลับไปอยู่ในจุดที่ประนีประนอมได้ เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ จากการโต้เถียงด้วยคำพูดที่รุนแรง เริ่มเปลี่ยนเป็นการแลกเปลี่ยนข้อเสนอผ่านการตัดมูสช็อกโกแลตเข้าปาก เสียงเคี้ยวเบาๆ และเสียงจิบกาแฟกลายเป็นจังหวะใหม่ของการสนทนา รินแอบมองจากเคาน์เตอร์บาร์ เห็นสีหน้าของทั้งคู่ที่เริ่มผ่อนคลายขึ้น ความเคียดแค้นที่พกมาด้วยดูเหมือนจะถูกความหวานของน้ำตาลและคาเฟอีนกัดเซาะจนเบาบางลง "หากเรายอมเปิดเส้นทางการค้าผ่านหุบเขาหมอก..." อสูรเริ่มเอ่ยด้วยเสียงที่ราบเรียบขึ้น "ทางเผ่าพรายต้องรับรองความปลอดภัยของคาราวานสินค้าเราด้วย" "นั่นไม่ใช่ปัญหา" ภูตพรายตอบรับโดยไม่เงยหน้าจากจานขนม "แต่พวกเจ้าต้องเลิกส่งกองลาดตระเวนมาป้วนเปี้ยนใกล้เขตศักดิ์สิทธิ์ของเราเสียที" การตกลงที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ตลอดสิบปี กำลังถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่บนโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยคราบครีมช็อกโกแลต รินถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก เธอหันไปจัดการเตรียมเบเกอรี่ล็อตต่อไปในครัว แต่ในขณะที่เธอกำลังจะลงมืออบเค้กเนยสด ประตูกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น ทว่า... คราวนี้ไม่ใช่เสียงกระดิ่งที่รินคุ้นเคย มันกลับเป็นเสียงโลหะหนักๆ กระแทกกับพื้นดินจนร้านสั่นสะเทือน รินชะงัก มือที่ถือถาดแป้งค้างอยู่กลางอากาศ เซนอสพุ่งตัวไปขวางหน้าประตูร้านทันที สายตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นดุดันอย่างที่สุดเมื่อมองผ่านม่านหมอกหนาออกไปข้างนอก เงาร่างขนาดมหึมาที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูร้านไม่ใช่ใครอื่น... แต่มันคือทหารองครักษ์หลวงจากเมืองหลวงที่เขาเคยหนีมา "ริน ถอยไปข้างหลัง" เซนอสเค้นเสียงต่ำ ขณะที่มือขวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รินวางถาดในมือลงอย่างใจเย็น เธอเดินผ่านร่างสูงของเซนอสไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูที่ถูกผลักออกอย่างแรง ชายในชุดเกราะสีเงินวาววับก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกลิ่นอายความตายที่ไม่อาจปิดบังได้ "พบตัวแล้ว... อดีตแม่ทัพผู้ทรยศ" เสียงแหบพร่าของผู้มาเยือนดังขึ้นพร้อมกับปลายดาบที่ชี้ตรงมาที่หน้าอกของเซนอส "โทษของเจ้าคือการถูกเนรเทศ แต่ความผิดครั้งใหม่ที่เจ้าแอบติดต่อกับเผ่าพันธุ์ต้องห้าม... มีโทษเพียงสถานเดียวคือความตาย" ทุกอย่างในร้านหยุดนิ่ง เผ่าภูตและเผ่าอสูรต่างนิ่งงันด้วยความตกใจ รินมองหน้าทหารผู้นั้นด้วยสายตาที่ไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย เธอค่อยๆ ก้าวออกไปข้างหน้า ยืนเคียงข้างเซนอสพลางขยับผ้ากันเปื้อนที่เปื้อนแป้งเล็กน้อย "ขออภัยนะคะท่านทหาร" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานและเยือกเย็น "แต่ตอนนี้ร้านของฉันกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาสันติภาพที่สำคัญที่สุดของยุคสมัย ถ้าคุณจะกรุณาเก็บดาบนั่นแล้วสั่ง 'มิลฟิล' สักชิ้นก่อนจะทำเรื่องวุ่นวาย... ฉันจะขอบคุณมากค่ะ" ทหารผู้นั้นชะงักกับท่าทีที่ไม่สะทกสะท้านของริน แต่ขณะที่เขากำลังจะตะคอกตอบกลับ เสียงระเบิดตูมดังสนั่นขึ้นจากนอกร้าน! ท้องฟ้าเหนือคาเฟ่เปลี่ยนเป็นสีเลือด และความมืดมิดที่ผิดปกติก็แผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมจนม่านหมอกที่เคยเงียบสงบพลันคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินและเซนอสในตอนที่เข้มข้นที่สุดตอนนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ลับหลังม่านหมอก: สูตรขนมหวานเยียวยาใจเผ่าพันธุ์ต่างโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%