กระบี่ไร้ลักษณ์สลักจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 2

เคล็ดวิชาที่โลกลืมเลือน

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“หากเจ้ายังฝืนโคจรปราณเยี่ยงนั้น เส้นชีพจรหัวใจของเจ้าจะระเบิดออกเป็นจุลภายในสามลมหายใจ หลี่มู่เหยียน!” เสียงของเซียนจินเยว่ดุจน้ำแข็งที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในถ้ำศิลาไร้ลักษณ์ นางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังเขา อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกตกพลิ้วไหวแม้ไร้กระแสลม กลิ่นอายจันทราที่แผ่ออกมาจากร่างของนางกดทับจนอากาศรอบกายหลี่มู่เหยียนข้นหนืดราวกับปรอท ชายหนุ่มไม่ได้หันไปมอง กระแสเลือดสีดำคล้ำไหลซึมจากมุมปาก หยดลงบนพื้นหินจนเกิดเสียง ‘ฉ่า’ ราวกับน้ำมันเดือด เขาขบกรามแน่นจนนูนชัด สองมือประสานกันในท่า ‘ผสานดาราดับสูญ’ พลังปราณในร่างที่เหลืออยู่เพียงเศษเสี้ยวจากการถูกทรยศกำลังปั่นป่วนดั่งพายุที่ไร้จุดศูนย์กลาง “หุบปากเสีย จินเยว่” หลี่มู่เหยียนเค้นเสียงผ่านไรฟัน ดวงตาที่เคยสงบนิ่งดุจน้ำในบ่อลึกบัดนี้กลับเต็มไปด้วยไอสังหารที่โชติช่วง “ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อให้เจ้ามาสวดภาวนาให้ข้า ข้ามาเพื่อเอาคืน... สิ่งที่มันพรากไปจากข้า!” “สิ่งที่จะพรากไปคือวิญญาณของเจ้าเองต่างหาก” นางก้าวเข้ามาใกล้ เงาร่างอันสูงส่งทาบทับลงบนแผ่นหลังที่สั่นเทาของเขา มือเรียวบางดุจหยกขาววางลงบนไหล่ที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากวิชาพิษ “เจ้ายึดติดกับ ‘กระบี่ไร้ลักษณ์’ จนหลงลืมไปแล้วหรือว่า ต้นกำเนิดของวิชาที่เจ้าใช้อยู่ แท้จริงแล้วมันเกิดจากความว่างเปล่า มิใช่ความแค้น” ทันใดนั้น นางได้ส่งกระแสพลังปราณเย็นเยียบสายหนึ่งเข้าสู่ร่างของเขา มันไม่ใช่การสนับสนุน แต่เป็นการ ‘ชี้นำ’ หลี่มู่เหยียนตัวแข็งทื่อ พลังสายนั้นไหลลู่ไปตามเส้นชีพจรที่กำลังจะขาดสะบั้นราวกับเข็มเงินที่ค่อยๆ ถักทอสายใยชีวิตขึ้นมาใหม่ “เจ้า...” “ตั้งสมาธิ!” เสียงของนางแปรเปลี่ยนเป็นคำสั่งเฉียบขาด “เลิกมองหาพลังที่สูญเสียไป แล้วเริ่มมองหาพลังที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งของหายนะ... เคล็ดวิชาที่โลกลืมเลือน มิได้อยู่ในตำราหอคัมภีร์ แต่มันอยู่ในกระดูกของเจ้าเอง!” หลี่มู่เหยียนหลับตาลง ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลังโดยศิษย์รักยังคงกัดกินใจดั่งมดตะนอยนับพัน แต่ในจังหวะที่เซียนจินเยว่ถ่ายทอดพลังเข้ามา เขากลับสัมผัสได้ถึง ‘ความว่างเปล่า’ ที่นางกล่าวถึง—ความว่างเปล่าที่มิใช่ความอ่อนแอ แต่คือผืนผ้าใบว่างเปล่าที่รอให้เขาตวัดปลายกระบี่ลงไปใหม่ เขาเริ่มปรับจังหวะลมหายใจ ดึงปราณที่แตกซ่านกลับสู่จุดตันเถียน ท่ามกลางความกดดันมหาศาลจากสภาวะพลังของเซียนจินเยว่ เขาเปรียบเสมือนปลาที่กำลังจะตายในน้ำตื้น แต่กลับได้รับโอกาสให้กลับลงสู่มหาสมุทรอีกครั้ง เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ หยดเหงื่อเม็ดใหญ่ร่วงหล่นลงบนพื้นหินชุ่มโชก รอบกายของหลี่มู่เหยียนเริ่มปรากฏวงแหวนแสงสีม่วงหม่น ล้อมรอบด้วยอักขระโบราณที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พลังปราณดั้งเดิมที่ถูกผนึกไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น—พลังที่มิใช่ของเทพเซียน มิใช่ของมารร้าย แต่มันคือพลังแห่ง ‘ผู้ฝืนลิขิต’ ที่แท้จริง “ข้าสัมผัสได้แล้ว...” เสียงของเขาแผ่วเบาแต่กังวานด้วยอำนาจที่แฝงเร้น “มันมิใช่กระบี่ที่อยู่ในมือ แต่คือทุกสรรพสิ่งที่ข้าได้พบเห็นมาในชีวิต” เซียนจินเยว่ชักมือกลับ ร่างของนางถอยห่างออกไปสามก้าว ใบหน้าเย็นชาปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก “ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจในสิ่งที่ข้าพยายามสื่อแล้วนะ มู่เหยียน” ทว่า ทันใดนั้น ความสงบสุขชั่วคราวกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียงคำรามที่ดังสนั่นเลื่อนลั่นมาจากปากถ้ำศิลา ไอสังหารสีแดงฉานพุ่งทะลุเข้ามาในถ้ำราวกับหัวลูกธนูอเวจี ผนึกอาคมที่หน้าถ้ำแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา หลี่มู่เหยียนลืมตาขึ้น ดวงตาสองข้างข้างหนึ่งดำมืดดั่งก้นบึ้ง อีกข้างสว่างไสวราวกับดวงดาวในยามวิกาล เขายังไม่ได้หยิบกระบี่ขึ้นมา แต่เพียงแค่เขาขยับนิ้วชี้ อากาศรอบกายก็บิดเบี้ยวจนกลายเป็นคมกระบี่นับพันเล่มที่พร้อมจะสังหารทุกชีวิตที่อยู่ตรงหน้า “อาจารย์... ท่านหนีมาอยู่ที่นี่เองหรือขอรับ?” เสียงที่คุ้นหูและน่ารังเกียจที่สุดดังขึ้นจากเงามืด ปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะทองคำ มือถือกระบี่ที่สลักลวดลายมังกรพิฆาต—อดีตศิษย์รักผู้ที่เคยแทงกระบี่ทะลุอกของเขาในวันนั้น บัดนี้มันยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับกองทัพที่รายล้อมถ้ำไว้จนมดสักตัวยังมิอาจรอดผ่าน หลี่มู่เหยียนลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บปวดในอกที่ควรจะทำให้เขาล้มลงกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงที่เร่งเร้าให้พลังในร่างทะลักทะลวงขีดจำกัดเดิมอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่กระบี่ไร้ลักษณ์ที่วางอยู่บนแท่นหินพลันสั่นสะท้านและลอยขึ้นมาอยู่ในมือเขาด้วยจิตสังหารที่แผ่ขยายออกไปจนภูเขาทั้งลูกต้องสั่นสะเทือน “เจ้าไม่ได้มาคนเดียวสินะ...” หลี่มู่เหยียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งในขุมนรก “ดี... วันนี้ข้าจะใช้วิชาที่โลกลืมเลือนนี้ ส่งพวกเจ้าทุกคนไปพบกับความว่างเปล่าที่แท้จริง!” เขากระชากกระบี่ออกจากฝัก เสียงหวีดหวิวของคมกระบี่เสียดแทงแก้วหูคนทั้งกองทัพ ทว่าก่อนที่คมกระบี่จะได้สัมผัสอากาศ เซียนจินเยว่กลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตระหนกที่หลี่มู่เหยียนไม่เคยเห็นมาก่อน “มู่เหยียน! หยุดก่อน... ดูที่ปลายกระบี่ของมัน!” หลี่มู่เหยียนก้มมองตามสายตานาง แล้วหัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น บนปลายกระบี่ของศิษย์ทรยศผู้นั้น มิใช่โลหิตสดๆ แต่กลับเป็นเส้นผมสีขาวบริสุทธิ์ที่ร่วงหล่นมาจากร่างของเซียนจินเยว่—และกลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้น... คือกลิ่นอายของ ‘จิตวิญญาณแห่งดวงดาว’ ที่ถูกกักขังไว้ในกระบี่เล่มนั้น! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในยุทธภพที่ไร้ปรานีนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สลักจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%