"เส้นผ่านศูนย์กลางของคราบเขม่าดินปืนขนาดไมครอนพวกนี้... ไม่ได้บอกว่าผู้ต้องสงสัยยืนอยู่ห่างจากเหยื่อสามเมตรอย่างที่สำนวนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติตีพิมพ์หรอกนะครับ หมวดศิลา"
เสียงถุงมือยางลาเท็กซ์ที่เสียดสีกันเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องเก็บรักษาวัตถุประสงค์พิเศษ กลิ่นอับชื้นของน้ำยาฟอร์มาลินและกระดาษเก่าผสมผสานกันจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของคดีที่ถูกลืมเลือน แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบลงบนแว่นขยายกำลังสูงในมือของรินรดา หญิงสาวในชุดกราวด์สีขาวสะอาดตากำลังเพ่งพินิจร่องรอยคราบจางๆ บนเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำที่ผ่านการซักมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามรอบ
หมวดศิลา หรือสารวัตรหนุ่มนอกกรอบผู้ขึ้นชื่อเรื่องการเหยียบตีนผู้มีอิทธิพลมาแล้วครึ่งค่อนเมือง ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ แต่ดวงตากลับคมกริบราวกับเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเหยื่อ เขาเคาะนิ้วชี้กับต้นแขนตัวเองเป็นจังหวะช้าๆ ตามสัญชาตญาณนักสืบที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน
"ถ้ามันไม่ได้มาจากระยะสามเมตรอย่างที่แกะรอยมาจากวิถีกระสุน แล้วมันมาจากไหนล่ะคุณนักวิเคราะห์มือหนึ่ง? อย่าลืมนะว่าคณะกรรมการวินัยเขากลปิดสำนวนนี้ไปตั้งแต่เดือนก่อนแล้ว ว่านี่คือคดีฆ่าตัวตายของลูกชายท่านรองผู้บัญชาการ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกฝืดเคือง รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาที่กำลังประเมินท่าทีของหญิงสาวตรงหน้า
รินรดาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากวัตถุพยาน เธอยังคงหมุนองศาของแว่นขยายไปตามรอยตะเข็บเสื้อ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นฉายแววแน่วแน่และดุดันในแบบฉบับของคนที่ศรัทธาในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากกว่าคำสั่งของผู้มีอำนาจ ปมในใจเรื่องการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของพี่ชายเมื่อหลายปีก่อน สอนให้เธอเรียนรู้ว่า 'ความจริง' มักถูกซ่อนไว้ใต้พรมเสมอ และผู้มีอำนาจก็มักจะเป็นคนกวาดมันเข้าไปซุกไว้ลึกที่สุด
"คดีนี้ไม่มีทางเป็นการฆ่าตัวตายครับหมวด" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น เธอวางแว่นขยายลงบนโต๊ะสแตนเลสเสียงดัง *กริ๊ก* ก่อนจะหยิบแท่งสำลีชุบสารเคมีพิเศษขึ้นมาแตะเบาๆ ที่รอยเปื้อนบริเวณปกเสื้อด้านใน "ลองดูนี่สิครับ... ปฏิกิริยาเรืองแสงของสารเคมีแสดงให้เห็นว่า คราบนี้ไม่ใช่เขม่าดินปืนจากการลั่นไกด้วยมือตัวเอง แต่มันคือเขม่าประเภท 'Blowback' หรือเขม่าที่ย้อนกลับมาเกาะตามผิวหนังและเสื้อผ้าจากการยิงระยะประชิดตัวในมุมกดต่ำสี่สิบห้าองศา... พูดง่ายๆ คือ มีคนจ่อkินหัวเขาในขณะที่เหยื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ และฆาตกรยืนอยู่ด้านหลังโน้มตัวลงมา มือขวาถือปืน มือซ้าย... น่าจะกดหัวเหยื่อไว้ไม่ให้ดิ้นรน"
ศิลาหุบยิ้มทันที แววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยประกายความตื่นเต้นของนักล่าที่ได้กลิ่นเลือด เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของรินรดาช้าๆ โน้มตัวลงมองร่องรอยตามที่เธอบอก พลางส่งเสียงฮึมฮำในลำคอ
"น่าสนใจ... น่าสนใจเป็นบ้าเลยรินรดา คุณกำลังบอกว่าลูกชายท่านรองฯ ไม่ได้ฆ่าตัวตายในห้องล็อกกลอนอย่างที่ไอ้พวกข้างบนพยายามกลบเกลื่อน แต่เขาถูก 'เก็บ' โดยมืออาชีพ และหลักฐานชิ้นนี้..." ศิลานิ้วไปที่เสื้อแจ็กเก็ต "...คือรอยนิ้วมือที่หลงเหลือจากการยกระดับความรุนแรงในวินาทีสุดท้ายก่อนเหยื่อจะหมดลม"
"ไม่ใช่แค่นั้นครับ" รินรดาพลิกปกเสื้อขึ้นอีกด้าน เผยให้เห็นเส้นด้ายสีแดงเส้นเล็กๆ ที่ติดอยู่กับซับใน ซึ่งเป็นคนละชนิดกับเนื้อผ้าของแจ็กเก็ตตัวนี้ "นี่คือเส้นใยผ้าขนสัตว์นำเข้าจากอิตาลี ยี่ห้อระดับไฮ엔ดที่คนระดับท่านรองฯ หรือลูกชายไม่มีทางสวมใส่แน่นอน เพราะมันร้อนเกินกว่าสภาพอากาศเมืองไทย แต่มันคือชุดสูทของผู้บริหารระดับสูงที่มักจะเดินทางไปดูงานต่างประเทศบ่อยๆ"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระส่ำของคนทั้งคู่ การค้นพบนี้ไม่ได้เป็นแค่การไขปริศนาคดีธรรมดา แต่มันคือการเปิดประตูเข้าสู่รังของงูพิษที่พร้อมจะฉกทุกคนที่กล้าขวางทาง
ศิลายื่นมือไปหยิบหลักฐานเส้นใยนั้นขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของนายตำรวจนอกกรอบ "ดูท่าทางเรากำลังเล่นกับของชิ้นใหญ่เข้าแล้วสินะครับคุณนักวิทยาศาสตร์... เส้นใยนี้พานเราไปหาใครบางคนที่มีอำนาจมากพอจะสั่งปิดคดีนี้ได้ภายในสองชั่วโมง"
รินรดาถอดถุงมือยางออกโยนลงถังขยะ เธอดึงแฟ้มประวัติคดีขึ้นมาเปิดหน้าสุดท้ายที่มีลายเซ็นอนุมัติปิดคดีของนายตำรวจใหญ่ ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังศิลาด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความกลัวและความเร้าใจที่ได้เข้าใกล้ความจริงไปอีกขั้น
"เราต้องหาตัวเจ้าของสูทตัวนี้ให้พบก่อนที่พวกเขาจะรู้ว่าเรากำลังขุดคุ้ย" รินรดากล่าวเสียงเฉียบขาด
ทว่า... ในวินาทีที่ศิลากำลังจะเอ่ยปากตอบรับ เสียงแจ้งเตือนจากระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* หน้าจอแสดงผลหลักที่ถูกตั้งค่าระบบความปลอดภัยสูงสุดไว้ จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความรหัสผ่านระดับสูงสุดที่ถูกป้อนเข้ามาจากภายนอกโดยไม่มีใครอนุญาต
*เตือนภัย: ตรวจพบการเข้าถึงฐานข้อมูลลับระดับ SSS - ไฟล์ประวัติการหายตัวไปของ "รวินท์" (พี่ชายของรินรดา) กำลังถูกดาวน์โหลดจากเครื่องแม่ข่ายที่ไม่ทราบ IP Address*
รินรดากลอกตาไปมองหน้าจอด้วยความตกตะลึง สีหน้าของเธocซีดเผือดลงในพริบตา เมื่อหน้าจอไม่ได้แค่แสดงข้อความเตือน แต่จู่ๆ กล้องวงจรปิดตัวที่เสียไปแล้วนับปีบริเวณมุมห้อง กลับติดสว่างขึ้นมาเอง พร้อมกับภาพชายปริศนาในชุดสูทผ้าขนสัตว์นำเข้าจากอิตาลีคนเดียวกับเส้นใยบนเสื้อ กำลังยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ดวงตาใต้เงาหมวกแก๊ปมองตรงมาที่เลนส์กล้อง ราวกับเขากำลังมองทะลุกำแพงเข้ามาสบตากับเธอกับศิลาโดยตรง... และริมฝีปากของชายคนนั้นก็ขยับพูดคำว่า *"ยินดีต้อนรับสู่เกม... น้องสาว"* ออกมาอย่างไร้เสียง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมเสมอนะครับ
นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้•ตอนที่ 1
หลักฐานที่ไร้ตัวตน
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!