นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้•ตอนที่ 17

ความเปราะบางของมนุษย์

ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
"คราบเลือดที่เจือจางด้วยน้ำยา Luminol ในห้องใต้ดินแห่งนั้นไม่ได้บอกว่ามีคนตายครับ... แต่มันบอกว่ามีคนพยายามลบ ‘ร่องรอยของการมีตัวตน’ ต่างหาก" เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ยามค่ำคืน แสงไฟสีขาวนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบกรอบแว่นสายตาของเธอ สะท้อนประกายความมุ่งมั่นและจริงจัง เธอวางปากกาเน้นข้อความลงบนรายงานการวิเคราะห์ชิ้นส่วนคราบโปรตีนที่เก็บมาจากคดีล่าสุด พร้อมกับหันไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม หมวดศิลาไม่ได้ตอบทันที เขายังคงจ้องมองแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดในมือ ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกแก๊ปสีเข้มฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง บรรยากาศรอบตัวของนายตำรวจหนุ่มนอกกรอบในยามนี้ไร้ซึ่งความกวนประสาทหรือรอยยิ้มมุมปากที่มักจะปรากฏเวลาพวกเขาต้องลุยภาคสนามด้วยกัน ทว่ามีความอึมครึมบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบ "คุณกำลังคิดถึงเรื่องในอดีตอีกแล้วใช่ไหมครับ หมวด" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง นัยน์ตาคู่สวยฉายแววห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง แม้เธอจะยึดมั่นในหลักฐานและตรรกะทางวิทยาศาสตร์มากแค่ไหน แต่ทักษะการอ่านพฤติกรรมมนุษย์ที่ได้เรียนรู้ร่วมกับศิลาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ก็ทำให้เธอเรียนรู้ที่จะมองทะลุเปลือกนอกอันแข็งกระด้างของเขา ศิลาถอนหายใจยาวนาน เขาค่อยๆ วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ เสียงกระทบของก้นแก้วกับไม้เนื้อแข็งดังขึ้นเบาๆ แต่กลับก้องกังวานในความเงียบ รอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากขยับเล็กน้อยเมื่อเขาคลี่ยิ้มฝื่อนๆ ออกมา "บางครั้ง... วิทยาศาสตร์ก็ใจร้ายเกินไปนะริน" ศิลาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาคู่นั้นเหม่อมองไปยังผนังห้องที่เต็มไปด้วยแผนผังคดี "มันให้คำตอบว่า ‘เกิดอะไรขึ้น’ แต่มันไม่เคยบอกเหตุผลเลยว่า ‘ทำไมมนุษย์เราถึงต้องทำร้ายกันได้ถึงขนาดนั้น’" "เพราะมนุษย์เรามีความซับซ้อนกว่าสมการเคมีครับ" รินรดาขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด เธอยื่นมือไปแตะแขนเสื้อของเขาเบาๆ เป็นเชิิงปลอบโยน "หลักฐานอาจจะพูดความจริง แต่จิตใจมนุษย์ต่างหากที่บิด eเบือนความจริงเหล่านั้น... เหมือนอย่างที่คุณคอยเตือนฉันเสมอเกี่ยวกับการตามหาความจริงเรื่องพี่ชายของคุณและฉัน" สัมผัสที่อบอุ่นและน้ำเสียงที่หนักแน่นของหญิงสาวทำให้ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง เนตรสีเข้มคู่นั้นไหววับคล้ายกำลังต่อสู้กับพายุอารมณ์ที่ซัดสาดอยู่ภายใน "คุณอยากรู้จริงๆ หรือครับ... ว่าทำไมผมถึงเกลียดการโกหกนัก" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่หา 100 ทั้ง 100 ไม่เคยเกิดขึ้นกับนายตำรวจหนุ่มผู้แข็งกร้าวคนนี้เลย รินรดาพยักหน้ารับช้าๆ โดยไม่เอ่ยคำพูดใด เธอกุมมือเขาไว้หลวมๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นคงทางจิตใจให้ ศิลาหลับตาลงชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของความทรงจำค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา ราวกับภาพยนตร์ที่ถูกกดปุ่มเล่นซ้ำ "ยี่สิบปีก่อน... ในคืนที่ฝนตกหนักพายุโหมกระหน่ำ บ้านของผมไม่ได้ถูกไฟไหม้เพราะอุบัติเหตุทางไฟฟ้าอย่างที่สำนวนคดีสรุปไว้หรอกครับริน" ศิลาเริ่มเล่า เสียงของเขาแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "พ่อของผมเป็นตำรวจยศใหญ่ที่กำลังสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดรายAใหญ่ ท่านพบหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ในกรมตำรวจได้... และในคืนนั้นเอง ชายแปลกหน้าสองคนบุกเข้ามาในบ้านของผม" รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นระส่ำด้วยความตึงเครียด เธอบีบมือเขาแน่นขึ้น "แม่เอาตัวผมไปซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าเก่าๆ ใต้บันได... รอยแผลเป็นที่แขนขวาของผมไม่ได้มาจากตอนไปลุยจับคนร้ายหรอกครับ แต่มันมาจากเศษกระจกที่บาดตอนที่ผมพยายามจะดันประตูตู้เพื่อออกไปช่วยแม่... ในขณะที่ผมมองผ่านร่องไม้เล็กๆ ผมเห็นทุกอย่าง" เสียงของศิลาเริ่มแหบแห้ง ดวงตาเริ่มแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใหม่ "ผมเห็นผู้ชายคนนั้น... คนที่ใส่เครื่องแบบตำรวจเหมือนกับพ่อ ยืนถือปืนอยู่เหนือร่างของแม่ และพ่อที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น... พวกมันจัดฉากทุกอย่างให้เป็นการปล้นชิงทรัพย์ที่ผิดพลาด" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความกดดันและมวลอารมณ์อันหนักอึ้งที่แทบจะทำให้หายใจไม่ออก รินรดารู้สึกได้ถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มตรงหน้า ผู้ชายที่คอยปกป้องเธอ คอยพาเธอลุยฝ่าอันตราย แท้จริงแล้วแบกรับความทรงจำอันมืด ม่องนี้ไว้คนเดียวมาตลอดหลายปี "แล้วหลักฐานชิ้นนั้นล่ะคะ หมวด..." รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าไม่แพ้กัน "มันหายไปไหน" ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "มันไม่ได้หายไปไหนหรอกครับริน... แต่มันเพิ่งถูกส่งกลับมาหาเราเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้เอง" คำพูดนั้นทำให้รินรดาขมวดคิ้วด้วยความฉงน เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากซักถาม เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากแท็บเล็ตบนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ "ติ๊ด!" หน้าจอแสดงผลไฟล์ภาพถ่ายเอกสารคดีเก่าที่ถูกเข้ารหัสระดับสูง พร้อมกับตำแหน่งพิกัด GPS ล่าสุดที่ถูกส่งตรงมาจากเซิร์ฟเวอร์นิรนามในกรมตำรวจ และสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกึก ก็คือข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่ใต้ภาพถ่ายใบเสร็จคดีเมื่อยี่สิบปีก่อน *'ยินดีต้อนรับกลับสู่เกมครับ หมวดศิลา... หลักฐานชิ้นสุดท้ายกำลังรอให้คุณไปเก็บกวาดที่บ้านพักริมผาของสารวัตรใหญ่' * รินรดาหันขวับไปมองหน้าศิลาทันที สีหน้าของเขาซีดเผือดลงในพริบตา ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว เพราะนั่นคือสถานที่เดียวกับที่พ่อแม่ของเขาถูกสังหาร และมันเป็นพิกัดเดียวกันกับที่ระบบแจ้งเตือนภัยคุกคามระดับ SSS กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานขึ้นทั่วทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและลุ้นระทึกไปกับรินรดาและหมวดศิลานะครับ - แฟ้มคดีลับ007 -
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติวิทยาศาสตร์หัวใจกับคดีที่เหลือทิ้งไว้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%