“แก้วแชมเปญในมือคุณกำลังจะแตกแล้วนะคะ คีรีน”
น้ำเสียงของรินรดาแผ่วต่ำ ทว่าเฉียบคมพอที่จะแทรกผ่านเสียงไวโอลินอันไพเราะในงานเลี้ยงการกุศลของตระกูลอัครมหาเศรษฐีชั้นนำ เธอไม่ได้มองหน้าเขาตรงๆ หากแต่สายตาจับจ้องอยู่ที่ท่อนแขนแกร่งใต้ชุดสูททักซิโด้สั่งตัดราคาสูงลิ่ว เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามแนวแขนบ่งบอกถึงแรงบีบมหาศาลที่เขากำลังลงน้ำหนักไปยังก้านแก้วคริสตัลเจียระไน
และสายตาคู่นั้นของเขา... สายตาของพญามัจจุราชที่เคยเย็นชาไร้หัวใจ บัดนี้มันกำลังลุกโชนด้วยเปลวเพลิงที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
เปลวเพลิงแห่งความเคียดแค้น... ผสมปนเปกับความเจ็บปวดที่ถูกขุดรากถอนโคนขึ้นมาใหม่
รินรดาหันมองตามทิศทางสายตาของชายหนุ่มทันที หญิงสาวรูปร่างระหงในชุดราตรีผ้าซาตินสีมรกตกำลังก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ เธอโดดเด่น งดงาม และเคลื่อนไหวราวกับหงส์ผู้สูงศักดิ์ รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ประดับบนริมฝีปากสีชาดนั้นช่างคุ้นตาอย่างประหลาด—คุ้นตาเพราะมันคือใบหน้าเดียวกับภาพถ่ายใบเก่าที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานที่คีรีนลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา
*มนัสนันท์...* อดีตคู่หมั้นผู้ทิ้งรอยแผลเป็นเหวอะหวะไว้ในหัวใจของคีรีน ผู้หญิงที่หักหลังเขาเพื่อผลประโยชน์มหาศาลเมื่อสามปีก่อน
“อย่ามอง” คีรีนเอ่ยเสียงกระด้าง มือหนาอีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนมาคว้าต้นแขนของรินรดาไว้แน่น แรงบีบของเขาหนักหน่วงจนเนื้อนวลแทบขึ้นรอยช้ำ “ฉันบอกให้เธออยู่เฉยๆ รินรดา”
“เจ็บค่ะ” รินรดาไม่ยอมก้มหน้าหลบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีสนิมเหล็กของเขาอย่างไร้ความกลัว ทั้งที่ในอกข้างซ้ายกำลังบีบรัดด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันไม่ใช่แค่ความตระหนก... แต่มันคือลิ่มพิษร้อนผ่าวที่แทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างไม่ทันตั้งตัว “คุณกำลังเจ็บปวดเพราะเธอ แล้วมาระบายมันลงที่ฉันงั้นเหรอคะ?”
มุมปากของคีรีนกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม “เธอไม่มีสิทธิ์มาวิเคราะห์ความรู้สึกของฉัน จำสถานะตัวเองไว้ หน้าที่ของเธอคืนนี้คือยืนข้างฉัน เป็น ‘ของเล่นชิ้นโปรด’ ที่ฉันพามาอวด ไม่ใช่มาทำตัวเป็นเจ้าของชีวิตฉัน!”
คำว่า *ของเล่นชิ้นโปรด* กรีดลึกลงไปในกลางใจของรินรดาจนชาวาบ
ตลอดเวลาสามเดือนที่ผ่านมา ภายใต้สัญญาลับที่เธอต้องยอมจำนนเพื่อปกป้องครอบครัว คีรีนปฏิบัติต่อเธอด้วยความดุดัน เอาแต่ใจ ทว่าในความมืดมิดของค่ำคืน สัมผัสและอ้อมกอดของเขากลับมีร่องรอยของความโหยหาจนทำให้เธอเผลอคิดเข้าข้างตัวเอง... เผลอคิดว่ากำแพงน้ำแข็งของเขากำลังละลายลงเพราะเธอ
แต่ในวินาทีนี้ สายตาที่เขามองผู้หญิงคนนั้นมันตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย ว่าเธอไม่เคยเข้าไปถึงส่วนลึกในใจเขาได้เลยแม้แต่เศษเสี้ยว
“แหม... ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่นะคะ คีรัน”
เสียงหวานหยาดเยิ้มดังขึ้นเบื้องหน้า มนัสนันท์เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา รอยยิ้มของเธอยังคงเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวน แววตาของเธอเลื่อนผ่านคีรีนไปอย่างมีความหมาย ก่อนจะปรายตามองรินรดาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยประกายตาเหยียดหยามอย่างเปิดเผย
“นึกว่าคุณจะเก็บตัวอยู่ในเงามืดจนลืมสังคมไฮโซไปแล้วเสียอีก... แล้วนี่ใครกันคะ? เด็กใหม่เหรอ? หน้าตาดูไร้เดียงสาดีจัง แต่รสนิยมคุณเปลี่ยนไปเยอะนะคะ จากเพชรน้ำหนึ่ง... กลายมาเป็นพลอยกระจกไร้ราคา”
คำดูถูกนั้นไม่ได้กระทบรินรดาเท่ากับท่าทีของคีรีน ชายหนุ่มที่พร้อมจะทำลายล้างทุกคนที่กล้าลบหลู่เขากลับยืนนิ่ง ลมหายใจของเขาติดขัด กรามขบแน่นจนเป็นสันนูน แววตาที่จ้องมองมนัสนันท์เต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่แฝงความอาลัยอาวรณ์อย่างปิดไม่มิด
และนั่นคือจุดที่เปลวไฟแห่งความริษยาในอกของรินรดาปะทุขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่
เธอเกลียดที่ตัวเองต้องมารู้สึกแบบนี้ เกลียดที่หัวใจทรยศสั่งให้เจ็บปวดเพราะผู้ชายสารเลวตรงหน้า แต่ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีที่ยังหลงเหลืออยู่สั่งให้เธอเชิดหน้าขึ้น
รินรดาขยับกายเข้าไปแนบชิดร่างสูง มือเรียวสวยเลื่อนขึ้นไปจัดเนกไทของคีรีนอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่จงใจแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง ก่อนจะหันไปสบตากับมนัสนันท์ด้วยสายตาที่นิ่งสนิท
“พลอยกระจกที่อยู่บนตัวเจ้าของที่เห็นค่า ย่อมมีประกายงดงามกว่าเพชรปลอมที่เกลือกกลั้วอยู่ตามโคลนตมนะคะ คุณมนัสนันท์”
บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบกริบลงทันที มนัสนันท์หน้าถอดสี ริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีสดสั่นระริกด้วยความโกรธจัด “นังเด็กนี่! แกกล้าดียังไง—”
“ไปกับฉัน!”
คีรีนไม่ปล่อยให้มนัสนันท์ได้พูดจบ เขาคว้าข้อมือรินรดาแล้วกระชากร่างบางให้เดินตามเขาไปในทันที แรงดึงมหาศาลทำให้รินรดาแทบสะดุดชายกระโปรงตัวเอง เขาไม่สนใจสายตานับร้อยคู่ที่มองมา ชายหนุ่มลากเธอผ่านฝูงชน มุ่งตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่นำขึ้นสู่ห้องชุดเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของโรงแรมหรู
ทันทีที่ประตูดิจิทัลของห้องสวีตปิดลงด้วยเสียงสะท้อนอันหนักหน่วง ร่างของรินรดาก็ถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับบานประตูไม้โอ๊กสีเข้ม คีรีนทาบฝ่ามือลงกับผนังทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในอาณัติแห่งความเดือดดาล กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นไวน์และกลิ่นอายคุกรุ่นจากตัวเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก
“เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร รินรดา!” เขาคำรามชิดใบหู เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว “เธอคิดว่ามีสิทธิ์ไปต่อปากต่อคำกับนันท์งั้นเหรอ? ใครสั่งให้เธอทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันต่อหน้าคนอื่น!”
รินรดาเจ็บแปลบที่แผ่นหลัง แต่ความเจ็บที่หัวใจมันรุนแรงยิ่งกว่า เธอผลักอกแกร่งของเขาออกสุดแรง แม้เขาจะไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย
“แล้วทำไมฉันจะพูดไม่ได้คะ!” เธอตะโกนกลับ น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้น “เพราะเธอคือคนที่คุณยังลืมไม่ได้ใช่ไหม! เพราะต่อให้เธอจะเหยียบย่ำคุณ หักหลังคุณแค่ไหน คุณก็ยังบูชาเธอไว้บนหิ้ง! แล้วฉันล่ะคีรีน... ฉันที่ยอมทนรองรับอารมณ์บ้าๆ ของคุณทุกคืน ฉันเป็นตัวอะไรในสายตาคุณ!”
“เธอเป็นแค่ลูกหนี้! เป็นผู้หญิงที่อยู่ใต้สัญญานี้!”
“งั้นก็เลิกแตะต้องฉันสิคะ!” รินรดาแผดเสียง น้ำตาหยดแรกร่วงเผาะผ่านพวงแก้มเนียน “เลิกกอดฉัน เลิกจูบฉัน เลิกมองฉันเหมือนอยากจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว! หรือแท้จริงแล้ว... ทุกครั้งที่คุณนอนกับฉัน คุณแค่หลับตาแล้วจินตนาการว่าฉันเป็นผู้หญิงคนนั้นกันแน่!”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจคีรีน
ดวงตาสีสนิมเหล็กเบิกกว้างขึ้นชั่วขณะ ความมืดมิดในแววตาของเขาวูบไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความคลุ้มคลั่งที่ไม่อาจยับยั้งได้อีกต่อไป
“เธออยากรู้ใช่ไหมว่าฉันคิดถึงใครเวลาที่กอดเธอ...” คีรีนกระซิบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่ชวนให้ขนลุก มือหนาบีบคางมนของเธออย่างแรง บังคับให้สบตา “ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็นเดี๋ยวนี้ ว่าคนที่กำลังจะแหลกสลายคามือฉัน... มันคือเธอคนเดียวเท่านั้น รินรดา!”
ริมฝีปากร้อนจัดดุดันบดขยี้ลงมาทันทีโดยไม่ให้เธอมีโอกาสได้ตั้งตัว มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็นจูบที่ลงทัณฑ์ ปล้นชิง และเต็มไปด้วยแรงราคะที่ผสมความโกรธแค้น คีรีนแทรกเรียวลิ้นเข้ามาตักตวงความหวานอย่างหิวกระหาย รินรดาดิ้นรน ทุบอกเขาด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แต่ยิ่งเธอขัดขืน เขากลับยิ่งกอดรัดเธอแน่นขึ้น รสชาติคาวเลือดจางๆ ซึมซาบที่ริมฝีปาก แต่รสสัมผัสนั้นกลับจุดไฟร้อนผ่าวที่แล่นริ้วไปทั่วร่างของเธออย่างน่าละอาย
ความหึงหวง ความน้อยใจ และความปรารถนาที่ไม่อาจปฏิเสธกำลังหลอมละลายเข้าด้วยกันจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่...
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่สติของทั้งคู่กำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความเสน่หา เสียงสัญญาณแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์ก็ดังกรีดร้องขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
บานประตูลิฟต์ส่วนตัวที่ควรจะมีเพียงคีรีนเท่านั้นที่เปิดได้ พลันเลื่อนเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
“คีรีน... ดูเหมือนนายจะกำลังยุ่งอยู่กับ ‘อดีต’ จนลืมระวัง ‘ปัจจุบัน’ ไปนะ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยนั้นทำให้น้ำแข็งเกาะกุมขั้วหัวใจของรินรดาทันที เธอหันขวับไปมอง อคิน... ศัตรูคู่อาฆาตของคีรีนยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับซองเอกสารลับสีน้ำตาลในมือ และเบื้องหลังของอคิน คือร่างของมนัสนันท์ที่เดินเคียงข้างเขาเข้ามาด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ!
***
มิดไนท์คิสหวังว่าความเข้มข้นในตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนแทบหยุดหายใจนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก•ตอนที่ 23
แรงริษยา
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบสีเพลิง: สัญญาลับใต้เงารัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!