"ขอบใจสำหรับฐานรากชั้นดีนะ สถาปนิกน้อย..."
เสียงกระซิบที่ทิ้งปริศนายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของไค ราวกับคลื่นใต้น้ำที่สร้างแรงกระเพื่อมในความเงียบงัน ไอความเย็นจากศิลาโบราณใต้เท้าไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหนาวเหน็บเท่ากับข้อความที่ทิ้งไว้โดยเบื้องบน—หรือใครก็ตามที่เรียกตัวเองว่าสถาปนิกแห่งยุคบรรพกาล
ไคปัดฝุ่นละอองเวทมนตร์สีครามที่เกาะอยู่ตามปลายแขนเสื้อ สติปัญญาของสถาปนิกวิญญาณกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่เพิ่งไหลทะลักเข้าสู่ระบบอินเทอร์เฟซของเขา โครงสร้างเสาหินที่เขาเพิ่งปรับแต่งไปเมื่อครู่ไม่ใช่แค่ทางผ่านธรรมดา แต่มันคือ "คีย์สโตน" หรือศิลาหลักที่เชื่อมต่อกับรากฐานของเซิร์ฟเวอร์หลักในอดีต
"ไค... นายกำลังคิดอะไรอยู่"
เสียงนุ่มลึกแต่เจือความกังวลเล็กน้อยของลินดังขึ้น อาจารย์สาวก้าวเท้าเข้ามาใกล้ แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์ในมือของเธอกระทบกับกรอบแว่นโลหะสะท้อนประกายวาววับ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมใสที่ลอยวนอยู่รอบตัวไค ซึ่งตอนนี้แสดงแผนผังสามมิติของบางสิ่งที่ใหญ่โตเกินกว่าจะจินตนาการได้
"ผมกำลังคิดว่า... พวกเราไม่ได้กำลังเล่นเกมอยู่หรอกค่ะ อาจารย์" ไคตอบเสียงเรียบ แต่แววตาเป็นประกายด้วยความท้าทายที่นักสำรวจผู้กระหายความรู้มักจะมี "สิ่งที่เรียกว่าดันเจี้ยนลับ มันคือห้องทดลอง หรือพูดให้ถูกคือ... โกดังเก็บข้อมูลสำรองของโลกใบนี้ต่างหาก"
ลินชะงักไปนิด มือเรียวที่ถือคบเพลิงเผลอกำแน่นขึ้น รอยยิ้มบางเบาแต่เต็มไปด้วยความนัยปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ
"เพิ่งรู้ตัวหรือไงคะ เด็กดื้อ... โลกใบนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากจินตนาการของผู้เล่น แต่มันถูกถักทอขึ้นมาจากซากปรักหักพังของโลกเก่า และสิ่งที่เรากำลังจะไป... คือหัวใจของมัน"
เบื้องหน้าของทั้งคู่คือม่านหมอกหนาทึบสีมรกตที่แผ่ขยายออกไปไร้ขอบเขต เมื่อไคก้าวเท้าผ่านม่านหมอกนั้นไป พร้อมกับใช้ทักษะ [สายตาสถาปนิก] วิเคราะห์สภาพแวดล้อม ภาพเบื้องหลังม่านหมอกก็ปรากฏชัดเจนขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งลมหายใจของทั้งคู่แทบสะดุด
มันคือ "เมืองลอยฟ้าที่หายสาบสูญ" — อาณาจักรโบราณที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้วงมิติอันไร้กาลเวลา
ตึกรามบ้านช่องที่สร้างจากศิลาสีขาวนวลและแร่มานิตะวันออกยังคงตั้งตระหง่าน ทว่าไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย มีเพียงละอองแสงสีทองที่ล่องลอยราวกับหิ่งห้อยคอยให้ความสว่างไสว พื้นถนนปูด้วยแผ่นศิลาจารึกอักขระเวทมนตร์โบราณที่ยังคงทำงานอยู่ ส่งเสียงฮัมต่ำๆ คล้ายเสียงลมหายใจของเครื่องจักรขนาดยักษ์ที่หลับใหล
"นี่มัน... มหัศจรรย์เกินไปแล้ว" ไคพึมพำ เขาก้าวเดินไปตามสะพานหินโค้งที่เชื่อมระหว่างเกาะลอยฟ้าแต่ละแห่ง ดวงตาสีเข้มกวาดมองสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างเวทมนตร์และเทคโนโลยีอย่างลงตัว "การออกแบบโครงสร้างแบบนี้... มันรองรับการประมวลผลของผู้เล่นนับล้านคนได้พร้อมกันโดยไม่เกิดอาการแลคเลยแม้แต่น้อย ต่อให้เป็นสถาปนิกในยุคปัจจุบัน ก็ไม่มีทางเขียนโค้ดที่ซับซ้อนขนาดนี้ได้ด้วยซ้ำ"
"เพราะมันไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ปัจจุบันยังไงล่ะคะ" ลินเดินเคียงข้างเขา สายตากวาดมองไปรอบๆ เมืองด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก เธอยกมือขึ้นแตะเสาหินต้นหนึ่งที่สลักรูปเฟืองจักรและวงแหวนเวทมนตร์ "ที่นี่คือ 'อาร์ค (Ark)' ฐานข้อมูลหลักที่เก็บรักษาประวัติศาสตร์ทั้งหมดของเกม ก่อนที่เหตุการณ์ 'มหาวิบัติทางดิจิทัล' จะกวาดล้างทุกอย่างไปเมื่อห้าร้อยปีก่อนในเนื้อเรื่องหลัก"
ไคหยุดเดิน เขาหันไปมองอาจารย์สาวที่มีท่าทีราวกับรู้ดีทุกซอกทุกมุม "อาจารย์ดูคุ้นเคยกับที่นี่เหลือเกินนะคะ... เหมือนกับว่าท่านเคยเดินอยู่บนถนนเหล่านี้จริงๆ เมื่อนานมาแล้ว"
ลินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหววับชั่วพริบ ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม พร้อมกับเคาะนิ้วลงบนไหล่ของเขาเบาๆ
"อย่าซอกแซกเรื่องของคนแก่ให้มากนักเลยค่ะ สถาปนิกน้อย... เอาเวลาไปดูทางโน้นดีกว่า ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาต้อนรับซะแล้ว"
สิ้นคำพูดของลิน พื้นศิลาเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย ละอองแสงสีทองที่เคยล่องลอยอย่างสงบ กลับพุ่งมารวมตัวกันกลางลานกว้างใจกลางเมืองลอยฟ้า แรงดันมานาเข้มข้นจนทำให้บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ไคสัญชาตญาณตื่นตัวทันที มือขวาคว້າตลับหมึกเวทและปากกาขนนกเวทมนตร์ขึ้นมาเตรียมพร้อม ร่างกายขยับมาบังหน้าลินไว้โดยอัตโนมัติ
แกร๊ก... ครืดดด!
เสียงกลไกโบราณดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับประตูห้องนิรภัยที่ไม่ได้เปิดมานานนับพันปีค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานคู่มหึมาที่ลืมตาขึ้นในความมืดมิดของหอคอยกลางเมือง แรงกดดันระดับมหาศาลแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวหนักอึ้ง
หน้าต่างระบบสีแดงฉาดปรากฏขึ้นตรงหน้าของไคอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวในหัว
[เตือนภัย! ระบบตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับ SSS: "ผู้ดูแลฐานข้อมูล - โอเมก้า (Omega)" กำลังตื่นจากการหลับใหล]
[คำเตือน: นี่คือบอสลับระดับตำนานที่อยู่นอกเหนือบทเนื้อเรื่องหลัก การตายที่นี่จะส่งผลให้บัญชีของคุณถูกรีเซ็ตกลับสู่ระดับ 1 ถาวร]
[เงื่อนไขการต่อสู้ถูกล็อก: ไม่สามารถหลบหนี ใช้ไอเทมวาร์ป หรือขอความช่วยเหลือจากผู้เล่นภายนอกได้]
ไคกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผม แม้สถานการณ์จะบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก แต่ริมฝีปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่ยากจะระงับ
"ดูเหมือนว่า... เราเพิ่งกดเปิดสวิตช์ปลุกนาฬิกาปลุกที่ดังที่สุดในประวัติศาสตร์เกมนี้เข้าซะแล้วสิคะ อาจารย์"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับไคและลินนะคะ!
สถาปนิกวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปลดล็อกดันเจี้ยนลับ•ตอนที่ 15
เมืองลอยฟ้าที่หายสาบสูญ
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปลดล็อกดันเจี้ยนลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!