สถาปนิกวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปลดล็อกดันเจี้ยนลับ•ตอนที่ 12

มอนสเตอร์ที่ผิดรูปร่าง

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
เสียงคำรามที่ดังสนั่นจนแก้วหูแทบปริแตก ไม่ใช่เสียงคำรามของสิงสาราสัตว์ทั่วไป แต่มันคือเสียงเสียดสีของโลหะบิดเบี้ยวผสมผสานกับคลื่นความถี่ต่ำของโค้ดโปรแกรมที่กำลังพังทลาย ไคกำค้อนในมือแน่นจนข้อต่องอขาว แววตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความตื่นเต้นและรอยยิ้มมุมปากที่ฉายชัดขึ้น ท่ามกลางวิกฤตที่แขวนชีวิตไว้บนเส้นด้าย เบื้องหน้าของพวกเขา—ภายในซากปรักหักพังของดันเจี้ยนชั้นใต้ดินที่ควรจะเป็นเขตปลอดภัย—กลับมีก้อนมวลสารสีดำสนิทขนาดมหึมาลอยเคว้งคว้างอยู่ มันไม่ใช่สัตว์อสูรที่มีเลือดเนื้อและกระดูก แต่มันคือ "บั๊ก" ทางกายภาพที่เกิดจากการทับถมของข้อมูลที่ลบไม่ออก รูปร่างของมันบิดเบี้ยวและเปลี่ยนแปล2อยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวขยายใหญ่เป็นโครงกระดูกเหล็กกล้า เดี๋ยวหดตัวลงเป็นกลุ่มก้อนเงาดำหนืดที่ส่งกลิ่นอับชื้นเหมือนแผงวงจรร้อนระอุ "อย่ามองมันตรงๆ นานเกินไป ไค!" เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจของลินดังขึ้นแทรกเสียงคำรามของระบบ เธอสะบัดมือเรียวบางเรียกคถาเวทสีครามออกมา ปลายคถากะพริบแสงสีฟ้าอ่อนเพื่อสร้างบาตรคุ้มกันรอบตัว "นั่นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นตามตรรกะของเกม มันคือข้อผิดพลาดที่หลุดรอดมาจากเซิร์ฟเวอร์หลัก... โค้ดของมันกำลังกัดกินสภาพแวดล้อมรอบข้าง" ไคไม่ตอบคำถามทันที สายตาคมกริบกวาดมองโครงสร้างรอบตัวด้วยทักษะ ‘เนตรสถาปนิกวิญญาณ’ ที่ถูกยกระดับขึ้น ในมุมมองของเขา โลกไม่ได้มีเพียงภาพสามมิติสวยงาม แต่เต็มไปด้วยเส้นใยข้อมูลสีทองและสีแดงที่เชื่อมโยงกันอยู่ "อาจารย์ลิน... สังเกตการกระจายตัวของมานาตรงฐานของมันสิคะ" ไคเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่หาได้ยากในยามคับขัน "มันไม่ได้พยายามจะโจมตีเราโดยตรง แต่พลังงานที่มันแผ่ออกมาต่างหากที่กำลังรีเซ็ตสถานะฟิสิกส์ของห้องนี้ หากปล่อยให้มันขยายเขตแดนอีกแค่สามเมตร เสาหลักรับน้ำหนักของดันเจี้ยนจะหายไป และพวกเราจะถูกฝังกลบด้วยข้อมูลขยะพวกนี้ตลอดกาล" ลินชำเลืองมองลูกศิษย์หนุ่มแวบหนึ่ง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของจอมเวทสาวอย่างปิดไม่มิด แม้ในสถานการณ์ที่ความตายอยู่แค่เอื้อม เด็กหนุ่มคนนี้ก็ยังคงรักษาความเยือกเย็นและวิเคราะห์ปัญหาเหมือนตอนที่พวกเขานั่งถกเถียงเรื่องแปลןการสร้างเมืองไม่มีผิดเพี้ยน "แล้วนายมีแผนอะไรล่ะ สถาปนิกตัวแสบ?" ลินเอ่ยถามพลางร่ายเวทมนตร์ต้านทานแรงโน้มถ่วงที่เริ่มแปรปรวนรอบตัว "ฉันคงยื้อเวลาให้อีกได้ไม่เกินห้านาที ถ้าช้ากว่านั้น ฉันอาจจะต้องใช้มานาสำรองทั้งหมดซึ่งมันจะส่งผลเสียต่อตัวฉันเองด้วย" "ห้านาที... เกินพอค่ะ" ไคพุ่งตัวออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว รองเท้าบูทหนหนังส่งเสียงกระทบพื้นหินกรอบแกรบ มอนสเตอร์ผิดรูปร่างตัวนั้นส่งเสียงกรีดแหลมสูงที่ทำเอาปวดหัว มันเหวี่ยงหนวดระยางที่ทำจากดาบหักและเศษซากเกราะพุ่งเข้าใส่เขาจากมุมอับ ไคไม่หลบหนี เขาใช้ค้อนในมือกระแทกเข้ากับพื้นศิลาเบื้องล่างอย่างแรง ทักษะ ‘สร้างเสาเขตค้ำจุน’ ถูกใช้งานทันที เสาหินศิลาหนาหนักผุดขึ้นจากพื้นดินในเสี้ยววินาที รับแรงกระแทกจากหนวดเหล็กกล้าจนเกิดประกายไฟสاطعวาบทั่วห้อง แรงปะทะทำให้ไคต้องถอยหลังไปสามก้าว ลมหายใจของเขาหอบถี่ขึ้นเล็กน้อย แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับกว้างขึ้น "เจอจุดอ่อนแล้ว..." ไคพึมพำกับตัวเอง ในโลกของเกม VRMMO ทั่วไป มอนสเตอร์จะมีจุดอ่อนอยู่ที่ดวงตาหรือหัวใจ แต่สำหรับ "บั๊กของระบบ" ตัวนี้ จุดอ่อนของมันคือ ‘จุดศูนย์กลางการประมวลผล’ ซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้กลุ่มก้อนข้อมูลสีดำที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่งทางด้านหลัง ไคพลิกตัวหลบการโจมตีระลอกสองที่กวาดมาเป็นวงกว้าง เขาอาศัยจังหวะที่มอนสเตอร์กำลังดึงหนวดกลับจากการปะทะครั้งก่อน พุ่งทะยานขึ้นไปเหยียบก้อนหินที่ลอยอยู่กลางอากาศเนื่องจากความผิดพลาดของแรงโน้มถ่วง ร่างกายของเขาลอยตัวขึ้นสูงราวกับนกอินทรีที่กำลังพุ่งเข้าหาเหยื่อ "อาจารย์ลิน! รบกวนช่วยตรึงการเคลื่อนไหวของมันสามวินาทีค่ะ!" ไคตะโกนลั่น ลินนัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะยกคถาขึ้นสูงเหนือศีรษะ วงแหวนเวทมนตร์สีทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางอากาศนับสิบวง แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องจนขับไล่ความมืดมิดในดันเจี้ยนให้จางลงชั่วขณะ "โซ่ตรวนแห่งพันธนาการนิรันดร์!" สิ้นเสียงหวาน โซ่แสงสีทองนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากพื้นดินและผนังเข้าพันธนาการรัดร่างของมอนสเตอร์ผิดรูปร่างเอาไว้แน่นหนา มันพยายามดิ้นรนอย่างรุนแรงจนโครงสร้างของมันปริแตกออก ส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับสัญญาณเตือนภัยของคอมพิวเตอร์ที่กำลังจะระเบิด สามวินาที... เป็นเวลาที่สั้นที่สุด แต่ก็ยาวนานพอสำหรับสถาปนิกผู้กุมความลับของโครงสร้าง ไคมეฆะกลางอากาศ เขาเงื้อมค้อนในมือขึ้นสูง ประกายแสงสีขาวนวลจากทักษะ ‘ค้อนพิพากษาโครงสร้าง’ รวมตัวกันจนสว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อม เป้าหมายของเขาไม่ใช่การโจมตีเพื่อสร้างความเสียหายทางกายภาพ แต่เป็นการกระแทก "ลิ่มข้อมูลบริสุทธิ์" เข้าไป, เพื่อตัดวงจรการประมวลผลที่ผิดพลาดของมันเสีย "หลับไปซะ... สิ่งแปลกปลอมในระบบ!" *ตูมมมม!* แรงระเบิดจากการปะทะส่งคลื่นกระแทกมหาศาลแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ฝุ่นควันและเศษละอองข้อมูลสีขาวกระจายไปทั่วบริเวณ ลินต้องยกแขนขึ้นบังเศษซากที่ปลิวว่อน ขณะที่สายตายังคงจ้องมองไปยังจุดที่ไคยืนอยู่ เมื่อควันจางลง ร่างของมอนสเตอร์ผิดรูปร่างตัวนั้นหยุดนิ่งสนิท ก่อนที่มันจะค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าและหายวับไปกับอากาศอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่ามันไม่เคยมีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรก ไคยืนหอบหายใจอยู่บนซากปรักหักพัง เขาทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง ค้อนในมือตกลงกระทบพื้นเสียงดังลั่น แต่บนใบหน้าของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความโล่งอกและความสำเร็จ "นายทำได้จริงๆ ด้วยสินะ..." ลินเดินเข้ามาใกล้ เธอใช้ชายเสื้อซับเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมของไคเบาๆ แม้คำพูดจะดูเรียบเฉย แต่แววตาที่มองเขานั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมและโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด ไคเงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์สาวผู้ลึกลับ เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยแซวตามนิสัยเดิม แต่ทว่า— จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานนับร้อยจอดีดเด้งขึ้นมากลางอากาศพร้อมกันโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังระรัวจนแสบแก้วหู [คำเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงจากพื้นที่ลับระดับ SSS] [ระบบหลักกำลังถูกรีบูต... พื้นที่ชั้นใต้ดินระดับที่สองกำลังถูกปลดล็อก] [คำเตือนจากผู้ดูแลระบบนิรนาม: "พวกเจ้า... พบทางเข้าสู่ความจริงแล้ว"] เงาร่างมหึมาสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นหลังประตูมิติซึ่งเพิ่งเปิดออกอย่างไร้ที่มา พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานที่จ้องมองทะลุกรอบหน้าต่างระบบมายังพวกเขาทั้งสองคน... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความตื่นเต้นในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปลดล็อกดันเจี้ยนลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%